ภท. คึกคัก! ทำบุญก้าวสู่ปีที่ 18 พรรครบ.-ฝ่ายค้าน แห่อวยพร

ภท.คึกคัก ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 แกนนำพรรคร่วม-ปชป. หอบดอกไม้แสดงความยินดี ‘อนุทิน’ หอบ 3 รมช.มท. ซิ่งรถไฟฟ้าเข้าพรรค เปลี่ยนหมวดอักษรทะเบียนรถชื่อเล่นลูก

6 เม.ย. 2569 – เมื่อวันที่ 08.30 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถนนพหลโยธิน พรรค ภท. จัดพิธีทำบุญใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี และก้าวสู่ปีที่ 18 นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.โดยมีการประกอบพิธีทางศาสนา ทั้งพิธีพุทธ และอิสลาม โดยมีแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค สส. และสมาชิกพรรค เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับพิธีสงฆ์ พรรคได้นิมนต์ พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย – เนปาล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้นมีการประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม โดยโรงเรียนจุฬาราชมนตรี มิฟตาฮุ้ลอุลูมิดดีนียะห์

ต่อมาเวลา 10.09 น. นายอนุทิน ได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว เข้ามาที่พรรค ภท.พร้อมกับ รมช.มหาดไทย 3 คน ประกอบด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ภายหลังเดินทางไปร่วมพิธีบวงสรวงและเบิกเนตรพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร ที่มีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะหนใหญ่กลาง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ ที่สวนสิริธราภิรมย์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อเวลา 09.15 น. วันเดียวกัน

ทั้งนี้ เมื่อมาถึงพรรค ภท.นายอนุทิน ได้กล่าวว่า “มาส่งลูก” ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้พา รมช.มหาดไทย มาพร้อมกันเลย นายอนุทินตอบว่า มาหมดกระทรวงเลย เมื่อถามอีกว่า รถขับนิ่มดีหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ดี เงียบดี“ ก่อนจะเดินไปทักทายกับนายสกลธี ที่มารอแสดงความยินดี พร้อมช่อดอกไม้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินได้เปลี่ยนทะเบียนรถยนต์ จากเดิม จต 32 เป็น สน 32 ซึ่งทะเบียนดังกล่าวมีชื่อของ น.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล เป็นผู้จดทะเบียน ซึ่งมีชื่อเล่นว่า ต้นสน

สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า มีตัวแทนพรรคการเมือง นำกระเช้าและแจกันดอกไม้ มาร่วมแสดงความยินดี อาทิ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย และนายภัครธรณ์ เทียนชัย รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (รช.) พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรค พท. โดยนายจุลพันธ์ได้อวยพรว่า ขอให้เป็นปีที่ดี เดินหน้ารัฐบาลอย่างแข็งแรง

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป.เป็นตัวแทนพรรค ปชป.นำดอกไม้มาแสดงความยินดี ก่อนจะขึ้นไปร่วมพิธีทำบุญที่ชั้น 4 นอกจากนี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ได้ส่งดอกไม้มาแสดงความยินดี

จากนั้นเวลา 11.01 น. นายอนุทินได้เดินลงมาส่งนายจุลพันธ์ และคณะ เดินทางกลับ โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า เป็นอย่างไรบ้างที่มีตัวแทนพรรครัฐบาลมาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งนายอนุทินยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวจึงถามถึงคำอวยพรของนายจุลพันธ์ นายอนุทินจึงถามกลับว่า จะให้มาแล้วแช่งหรืออย่างไร ก่อนจะพากันหัวเราะ

เมื่อถามว่า พรรค ภท.ก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 จะทำอะไรให้บ้านเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า ทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราต้องทำให้ปัญหาทั้งหลายถูกปัดเป่าและขจัดไป

ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวว่า บรรยากาศที่พรรคภท.วันนี้อบอุ่น คนรู้จักกันอยู่แล้ว วันนี้ก็มาอวยพรในวาระครบรอบ ซึ่งมีความเชื่อมั่นว่า พรรค ภท.จะมีความเติบโต แข็งแรง และทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติตามที่ตั้งหวัง

เมื่อถามว่า ได้กรวดน้ำร่วมกัน ได้ขออโหสิกรรมเรื่องที่ผ่านมาหรือไม่ นายจุลพันธุ์หัวเราะไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนที่นายอนุทิน จะกล่าวว่า “ชาติก่อนเราเคยคู่เคียง ปลูกต้นไม้ร่วมต้น”จากนั้นได้ส่งนายจุลพันธุ์ ขึ้นรถและเดินกลับเข้าพรรค เพื่อเตรียมตัวร่วมประชุมพรรค ภท.

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญ นายอนุทิน พร้อมรัฐมนตรี แกนำพรรค และ สส. ได้ร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน ก่อนที่จะประชุมพรรคภูมิใจไทย ในเวลา 13.00 น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' จิบกาแฟคุย 'พิพัฒน์' ไม่กังวลกระแสบอยคอตปั๊มPT ลั่นออกมา 23 ปี เข้าไปยังต้องแลกบัตร

‘อนุทิน’ จิบกาแฟคุย ‘พิพัฒน์’ ไม่กังวลกระแสบอยคอตปั๊ม PT  ตอบไม่ถูกสังคมจับตา ลั่นลาออกมา 23 ปีแล้ว เข้าไปตอนนี้ยังต้องแลกบัตร ขอออย่าถามเยอะ บริษัทเขากังวล

'อภิสิทธิ์' นำลูกพรรคจัดงาน '80 ปี ปชป.' ภท. ส่ง รมต.ขิง ร่วมยินดี

พรรคประชาธิปัตย์จัดงานทำบุญเนื่องในโอกาสที่ตั้งพรรคครบรอบปี 80 ย่างเข้าปีที่ 81 ภายใต้แนวคิด “80 ปี ประชาธิปัตย์: สถาบันการเมือง ก้าวใหม่เพื่อทุกคน”

'ท็อป' ลั่นเดินตามรอย 'พ่อบรรหาร' นั่ง ' รมว.อุตสาหกรรม' บอกยังไม่เก่งขอเวลาฝึกวิชา

วราวุธ ลั่นพ่อบรรหารเป็น รมว.อุตสาหกรรม จะมีลูกชายเป็น รมว.อุตสาหกรรมในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่คนสุพรรณบุรีให้โอกาส ยืนยันไม่ว่าจะอย่างไรคนสุพรรณฯก็ไม่ทิ้งกัน