'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' ข้องใจไม่จับกุมเหตุบริษัทในเครือโยงรัฐบาล

'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' แต่รัฐบาลยังไม่ขยายผลจับกุม เพราะบริษัทในเครือข่ายเสี่ยตือเป็นลูกหนี้ของ 'พิพัฒน์' คนในครอบครัวยังบริจาคเงินให้ภท. 1 ล้านบาท ข้องใจวิกฤตมาจากการถอนทุนการเมือง บังเอิญคนที่จะติดสินบนรมว.ดีอี 40 ล้าน ก็เป็นลูกเสียตือ

10 เม.ย. 2569 - เมื่อเวลา 08.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นวันที่สอง โดยแจ้งต่อที่ประชุมว่าวันแรกของการแถลงนโยบาย ใช้เวลาไป 17 ชม. เหลือเวลาในวันที่สอง 15 ชม.

จากนั้น นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายเป็นคนแรกของการประชุมวันที่สอง ว่าตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาสแกมเมอร์เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงประเทศ การยึดอายัดทรัพย์ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กว่า 20,000 ล้านบาท น่าจะเป็นบทพิสูจน์ได้ดีว่าเครือข่ายการฟอกเงิน ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายทุนเทากัมพูชา เป็นเครือข่ายสำคัญต่อการทำลายเศรษฐกิจของประเทศ เราไม่สามารถถอนรากถอนโคนเครือข่ายสแกมเมอร์ได้อย่างแท้จริง ถ้ายังยังปล่อยให้มีเชื้อร้ายที่พร้อมเปิดประตูเมืองให้แก่ศัตรูของชาติ เพื่อให้ทุนเทาเข้ามายึดประเทศไทย ซึ่งคนที่พร้อมเปิดประตูให้ทุนเทาเข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบรรดาผู้มีอำนาจ

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยรัฐมนตรีบางท่านออกมาพูดว่าแนวโน้มสแกมเมอร์ดีขึ้น ฟังเหมือนจะดูดีแต่เป็นการหยิบข้อเท็จจริงเพียงเดือนเดียวมาบอกประชาชน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าปัญหาสแกมเมอร์ดีขึ้นแล้ว ข้อมูลของตำรวจที่ตนรวบรวมมาแสดงให้เห็นว่าคำพูดของนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลื่อนลอยไม่ตรงกับความเป็นจริงเลื่อนลอย เพราะจำนวนการแจ้งความที่เข้าข่ายเกี่ยวกับสแกมเมอร์อยู่ราว 30,000 กว่าคดีต่อเดือน ความเสียหาย 1,600 - 2,100 ล้านบาทต่อเดือน แต่ที่พิเศษคือเดือนมี.ค.เพิ่มสูงเป็น 2,200 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มคนที่น่าเป็นห่วงวันนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุแต่กลุ่มคนอายุ 21 - 30 ปี เป็นสัดส่วนที่มากขึ้นอย่างน่าตกใจ

นอกจากนี้ ในยุคของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ไปตกลงให้นำผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ซึ่งน่าสงสัยว่าเป็นสแกมเมอร์ระดับหัวกะทิมาพำนักในประเทศไทยถึง 500 คน ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนไทยนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดีจึงได้สั่งยกเลิกเอ็มโอยู และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และมีการส่งต่อดำเนินคดีในชั้น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร ซึ่งนายอนุทินได้สั่งลงโทษให้นายประเสริฐ ชดใช้กรรมด้วยการให้ไปเป็นรมว.ศึกษาธิการ ให้เด็ก และเยาวชนได้ดูเป็นตัวอย่าง ว่าการจัดการกับคนที่กระทำความผิดทำกันแบบนี้ นี่หรือคือการแก้ปัญหาคอรัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรม

“ผมอดสงสัยถึงมาตรฐานการคัดเลือกบุคคลมานั่งเป็นรัฐมนตรีของรัฐบาลนี้ไม่ได้ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีทั้งที่ขั้นตอนอยู่ในคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่นายประเสริฐดีเอสไอทำคดีเสร็จแล้วส่งไปป.ป.ช. รัฐบาลของท่านเป็นผู้ดำเนินคดีกับนายประเสริฐแท้ๆ แต่ก็ให้นายประเสริฐเป็นรัฐมนตรีได้ ตกลงที่ท่านมีปัญหา เพราะท่านมีปัญหากับน.ส.สุดาวรรณเรื่องคดีหรือท่านมีปัญหากับพ่อของน.ส.สุดาวรรณ กันแน่ ช่างประเสริฐเสียจริงๆ“ นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งตัวละครที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ “เสี่ยตือ” ผู้มีคอนเน็คชั่นกับนักการเมือง และข้าราชการระดับสูง ที่นอกจากเปิดกาสิโนตามแนวชายแดน เป็นที่ตั้งของแก๊งสแกมเมอร์แล้วยังมีธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันด้วย ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าโลกของสแกมเมอร์ และการกักตุนน้ำมัน ตลอดจนทำน้ำมันเถื่อน ท้ายที่สุดก็มาบรรจบกัน เพราะล่าสุดการจับกุมน้ำมันที่จังหวัดอ่างทอง ก็เป็นของเสี่ยตือคนนี้แหละ ข้อมูลในแบบรายงานเหตุอุกฉกรรจ์ และสะเทือนขวัญและเหตุที่ต้องรายงานด่วน เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569

และเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 ได้ยืนยันว่า มีการพบน้ำมันจำนวนมากหลายแสนลิตรที่เก็บในคลังเก็บน้ำมันที่อ่างทอง โดยเท่าที่ตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เป็นบริษัทที่เป็นที่รู้กันว่าของเสี่ยตือนี่แหละ ผู้ถือหุ้นก็ล้วนเป็นคนในครอบครัวเสี่ยตือทั้งสิ้น ประเด็นคือ ตำรวจเขาหาไอ้โม่งที่ตุนน้ำมันมาให้รัฐบาลแล้ว แต่รัฐบาลกลับยังคงกล่าวหาประชาชนว่าเป็นไอโม่งอยู่ ทั้งๆที่ไอโม่งมันคือพวกนี้ จนถึงตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 สัปดาห์ รัฐบาลขยายผลไปถึงเสี่ยตือหรือยัง ทำไมจึงไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการขยายผล แล้วท่านประธานทราบมั้ย เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นบริษัทของเสี่ยตือน่าจะมีคลังน้ำมันอีกหลายที่ หลายจังหวัด รวมๆกันเครือข่ายนี้น่าจะมีศักยภาพหลายล้านลิตร

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนสงสัยเรื่องนี้มาโดยตลอดว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงไม่จัดการเสี่ยตือ เพราะรัฐบาลของท่านอนุทินก็เอา “มืออาชีพ” หลายคนเข้ามาช่วยงานน่าจะไม่พลาดจัดการเครือข่ายนี้ หรือแม้แต่ท่านพิพัฒน์ ก็น่าจะรู้จักเครือข่ายนี้เป็นอย่างดี เมื่อได้อ่านข่าว Next News ตนถึงบางอ้อ เพราะบริษัทในเครือข่ายเสี่ยตือมีความสัมพันธ์เป็นลูกหนี้ของท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจปราการ มากกว่าร้อยล้านบาท มีสัญญากู้ 2 สัญญา ผมเดาว่าคงจะสนิทกันมากถึงปล่อยกู้กันมากขนาดนี้

ที่สำคัญเดือนพ.ย. 2568 ที่ผ่านมานี้เอง ก็ปรากฎว่าคนในครอบครัวเสี่ยตือได้บริจาคเงินให้กับพรรคภูมิใจไทยเป็นเงิน 1 ล้านบาท เขาอาจจะมีแรงศรัทธาต่อพรรคการเมืองของท่านนายกก็ได้นะ แต่อะไรมันจะช่างบังเอิญได้ขนาดนี้ บริษัทในเครือข่ายเสี่ยตือเป็นลูกหนี้ท่านพิพัฒน์ คนในครอบครัวเสี่ยตือบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจ มาวันนี้ราคาน้ำมันแพง เสี่ยตือถูกสงสัยว่ากักตุนน้ำมัน แต่ไม่มีการจับกุม ไม่มีการดำเนินคดีขยายผล จนอดคิดไม่ได้ว่าวิกฤติที่พี่น้องประชาชนประสบ มีสาเหตุมาจากการถอนทุนการเมืองของนายทุนน้ำมันพรรคการเมือง

“เรื่องที่ผมพูดมา เขารู้กันทั้งยุทธจักร ท่านพิพัฒน์นั้นทราบดีว่าเสี่ยตือเป็นใคร และมีธุรกิจอะไรบ้าง ไก่เห็นตีนงูอย่างไร งูก็เห็นนมไก่ฉันนั้น ถ้ารัฐบาลไม่กล้าเล่นไอ้โม่ง ก็อาจจะเป็นเพราะ ไอโม่งนี่แหละ คือคนในรัฐบาลใช่มั้ย หยิกเล็บ เจ็บเนื้อใช่หรือเปล่า” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ท่านยังจำกรณีที่ท่านรัฐมนตรีไชยชนกออกมาแฉว่ามีคนต้องการติดสินบนท่านรัฐมนตรีเป็นเงิน 40 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อให้ท่านไม่ปราบเว็บพนัน และแก๊งสแกมเมอร์ ได้ไหมครับจนถึงวันนี้ยังไม่มีใครถูกจับเลย คนที่ไปติดสินบนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เป็นลูกเสี่ยตือที่เคยมีประวัติถูกจับ และยึดอายัดทรัพย์ในคดีเว็บพนันมาก่อน แล้วบริษัทที่กู้เงินของท่านพิพัฒน์กว่าร้อยล้าน ก็เป็นของลูกชายเสี่ยตือนี่แหละครับ คงเป็นความบังเอิญอีกแล้วที่คนใกล้ชิดของท่านพิพัฒน์ และคนที่จะติดสินบนท่านไชยชนก 40 ล้าน เป็นคนในเครือข่ายเดียวกัน เพราะความสัมพันธ์กันแบบนี้ จนถึงวันนี้คนที่เกี่ยวข้องกับสินบนท่านไชยชนก จึงยังนวลพ้นผิดต่อไปได้

“ถึงวันนี้ เรายังเรียกคนเหล่านี้ว่า “คนดี คนรักชาติ” ได้จริงหรือ คนดี คนรักชาติแบบไหน ที่เปิดประตูเมืองต้อนรับบรรดาทุนเทาให้มายึดชาติเรา คนดี คนรักชาติแบบไหน ที่กำลังปล้นคนไทยด้วยกันเอง เพราะสิ่งที่ท่านทำมันไม่ต่างอะไรกับพระยา - พล-เทพ ที่หักหลังคนในชาติ แล้วเปิดประตูเมืองให้กับอริราชศัตรู ไม่ว่าเวลาของผมจะเหลือเท่าใดในสภาแห่งนี้ แต่ขอให้ท่านรู้ไว้เถิดว่า ผมและพรรคประชาชน เราจะไม่มีวันยอมแพ้ คนที่ต้องการทำลายชาติ ทำลายหลักนิติธรรม ผู้ที่ทำร้ายประชาชน จะไม่มีวันชนะ” นายรังสิมันต์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรณ์' ลั่นราคาน้ำมันควรลด12บาท ซัดเกรงใจนายทุน สวน 'เอกนิติ' ภาษีสรรพสามิตรไม่เกี่ยวสธ.

'กรณ์' ซัดรบ.ไม่มีนโยบายแก้ปัญหาน้ำมันที่ชัดเจน เพียงรอให้ราคาน้ำมันโลกลดลง ชี้ รมว.พลังงาน ลดราคาโรงกลั่น 2 บาท ทั้งที่ควรลด 12 บาท เหน็บเกรงใจนายทุน แต่ไม่มีความเกรงใจความเดือดร้อนปชช. สวน 'เอกนิติ' ภาษีสรรพสามิตส่งตรงเข้ากองกลาง ไม่เกี่ยวช่วยระบบสาธารณสุข ข้องใจเอาจริงปราบสแกมเมอร์หรือไม่ จี้ความเหมาะสมตั้งบุคคลมีข้อครหาเข้าครม.หวั่นกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน

'อนุทิน' ยังงดจ้อสื่อ พูดแค่ว่า 'ดีครับ' หลังถูกถามภาพรวมอภิปรายนโยบายฯ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าร่วมการประชุมรัฐสภาในการแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาเป็นวันที่สองซึ่งเป็นวันสุดท้าย ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

'ศุภจี' รับเสี่ยงขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย แต่อย่าสร้างความตระหนก ให้ทุกคนตระหนักเราไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลุกชี้แจงว่า กรณีที่มี สส.แสดงความห่วงใยว่า รัฐบาลไม่มีการดูแลนโยบายเร่งด่วน

บอร์ด กคพ. ไฟเขียวสอบ 'กักตุนน้ำมัน' เป็นคดีพิเศษ พบ 24 เที่ยวเรือขนน้ำมันผิดปกติ

บอร์ด กคพ. ลงมติรับสอบสวนคดีกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ ระบุ เริ่มต้นสอบสวนคดีน้ำมันนับแต่วันที่ 1 มี.ค.69 จนกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะสงบ เน้นจุดเริ่มที่บริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่ในสุราษฎร์ฯ - น้ำมัน

พบพิรุธโรงกลั่นย่อย-คลังน้ำมัน มีรถขนน้ำมันแต่ไม่ส่งปั๊ม ใช้ไฟฟ้าสูงช่วงน้ำมันขาด ส่อกักตุนเก็งกำไร

“ทีมคลี่คลายกักตุนน้ำมัน” เผยพบความผิดปกติ ของโรงกลั่นและบริษัทคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดระยอง ปทุมธานี โดยเฉพาะกรณีมีรถขนส่งน้ำมันแต่ไม่ส่งจ่ายน้ำมันให้ปั๊ม - มีการใช้จ่ายกระแสไฟฟ้าสูงในช่วงน้ำมันขาดแคลน ลักษณะคล้ายกักตุนน้ำมันและรอขายออกเพื่อเก็งกำไร

ดีเอสไอ พบพิรุธเรือขนส่งน้ำมันไปสุราษฎร์ เพิ่มขึ้นเป็น 99 เที่ยว สอบคดีกักตุนน้ำมัน

โฆษกดีเอสไอ เผยวงประชุมร่วม ธุรกิจพลังงาน-สรรพสามิต พบพิรุธเที่ยวเรือขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลเพิ่มขึ้นเป็น 99 เที่ยวจาก 96 เที่ยว เหลือนำข้อมูลมากระทบยอดกับจำนวนเรือทั้งหมด แง้ม พบความผิดปกติส่วนใหญ่ของเรือขนส่งน้ำมันมักมาจากภาคตะวันออกก่อนลงสู่ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี