'พรรคส้ม' ผิดหวัง 'เอกนิติ' แจงวิกฤตน้ำมันไม่คืบ 'ศุภจี' ได้ข้อมูลไม่ตรง ถ้าโอนงบฯต้องผ่านสภา

'วีระยุทธ' ผิดหวัง 'เอกนิติ' แจงวิกฤตน้ำมัน พูดเหมือน 2 สัปดาห์ก่อน ยังไม่เห็นมาตรการเยียวยากลุ่มต่างๆอย่างจริงจัง ห่วง 'ศุภจี' ได้ข้อมูลจากข้าราชการไม่ตรงหน้างาน มะพร้าวยังราคา 3 บาท แนะรัฐถ้าโอนงบฯ ขอให้ทำผ่านสภา หากเป็นเงินกู้ให้ระบุชัดใช้อะไรบ้าง บอกนายกฯ เลิกเดินตามหลังวิกฤต

10 เม.ย. 2569 - ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีหากรัฐบาลออก พ.ร.บ.หรือ พ.ร.ก. กู้เงิน อาจขัดรัฐธรรมนูญ ทางพรรคประชาชนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปว่า วันนี้อยากมาสรุปให้ฟัง เมื่อวันที่ 9 เม.ย. มีการชี้แจงจากฝ่ายรัฐบาลคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง โดยเฉพาะเรื่อง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ กับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เรื่องสินค้าเกษตรและพาณิชย์ โดยเรื่องโอนงบยืนยันว่าหากรัฐบาลจะทำควรทำให้เป็นกระบวนการโปร่งใส ผ่าน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ซึ่งเคยทำมาแล้ว และสามารถทำผ่านสภาได้ โดยเมื่อปี 2563 ใช้เวลา 1 สัปดาห์ในสภาเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ล่าช้าแต่อย่างไร ดังนั้นเพื่อความโปร่งใส สะท้อนให้ประชาชนเห็นว่ามีการโอนงบไปใช้อะไร ก็ควรให้ผ่านสภา แต่ถ้ารัฐบาลจะออกเพราะ พ.ร.ก.เงินกู้ ก็ต้องชัดเจน เพราะการโอนงบทำได้เต็มที่ประมาณ 50,000 ล้านบาทเท่านั้น ไม่รู้จะส่งผลต่อการเบิกจ่ายล่าช้าในปีงบประมาณที่เป็นอยู่หรือไม่ เพราะข้าราชการจำนวนมากลังเลว่าต้องใช้เงินหรือโอนกลับไปให้รัฐบาล ก็ขอความชัดเจนจากนายเอกนิติว่าจะทำอย่างไร ถ้าจะใช้พ.ร.ก.เงินกู้แล้ว เรื่อง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ก็ไม่มีความจำเป็น

เมื่อถามว่าที่รัฐบาลชี้แจงมา พรรคประชาชนเห็นอย่างไร พอจะมีมาตรการรองรับวิกฤตน้ำมันได้บ้างหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า น่าผิดหวังต่อการชี้แจงของนายเอกนิติ สิ่งที่พูดมายังเหมือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว ไม่เห็นความเคลื่อนไหวว่ามาตรการเยียวยากลุ่มต่างๆ ยังไม่มีการกระทำจริงจัง อาจต้องรอถึงวันเสาร์หรือพรุ่งนี้อีกครั้งหรือไม่ แต่ต้องบอกว่าความเดือดร้อนของประชาชนเป็นรายวัน โดยเฉพาะชาวประมงออกเรือไม่ได้ ซึ่งก็ส่งผลต่ออาหารทะเลที่เริ่มขาดตลาดแล้ว ถ้าทำได้ก็อยากให้เริ่มทำเลย ซึ่งเราเรียกร้องมาหลายสัปดาห์

เมื่อถามว่าที่รัฐบาลบอกจะช่วยกลุ่มเปราะบางก่อน พรรคประชาชนมองอย่างไร นายวีระยุทธ กล่าวว่า เห็นด้วยการช่วยเหลือประชาชนทุกคนแบบภาพรวม และการช่วยเหลือเฉพาะเจาะจง แต่เรายังไม่เห็นเลยว่ารัฐบาลจะดำเนินการกับกลุ่มไหนที่เรียกว่าเปราะบาง เพราะตอนนี้เชื่อว่าคนไทยทุกคนเจอความไม่แน่นอนแบบนี้ ทุกกลุ่มก็เปราะบางไปหมด ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องชัดเจนว่าจะช่วยเหลือกลุ่มไหน คือใคร และเท่าไหร่

เมื่อถามว่าถ้ารัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน จริงๆ พรรคประชาชนมีกลไกจะยื่นฟ้องต่อศาลหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องการโอนงบถ้าจะทำ ขอให้เป็น พ.ร.บ. แล้วชี้แจงผ่านสภา เพื่อความโปร่งใสและชัดเจนกับประชาชน ส่วนการกู้เงิน เป็นอำนาจของรัฐ คล้ายกับตอนโควิดที่สามารถทำได้ แต่เราคงสอบถามให้ชัดเจนว่าใช้เพื่ออะไร เพราะตอนโควิดเราออกจากวิกฤตโควิดแบบสะบักสะบอม เป็นหนี้มากขึ้น ทั้งที่ครัวเรือน หนี้สาธารณะ แต่กลับไม่เกิดผลที่ปรับตัวเพื่อให้ออกจากวิกฤติโควิดแบบแข็งแรงขึ้น ดังนั้นรอบนี้ถ้ามีการกู้เงินครั้งใหญ่อีก ราว 5 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าถือว่าสูง ก็ต้องขอชี้แจงและดูว่าเอาไปใช้ทำอะไร เราไม่อยากให้ใช้เงินเพื่อรักษาอดีต แต่เพื่ออนาคต ถ้าจะพัฒนาทักษะก็ต้องทำจริงจัง ถ้าจะพยุงการจ้างงาน ซึ่งตอนนี้เริ่มตกงานไปแล้วก็ต้องเริ่มทำ

นายวีระยุทธ ยังกล่าวถึงการชี้แจงของนางศุภจี ที่มีหลายเรื่อง แต่ที่น่ากังวลคือเรื่องของข้อมูล เช่น มะพร้าว ที่ยืนยันราคาว่าขึ้นไป 7 บาทแล้ว แต่เมื่อเช็คไปที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าตัวเลขยังอยู่แค่ 3 บาทเท่านั้น ดังนั้นต้องเรียนนางศุภจีว่าอาจฟังจากข้าราชการอย่างเดียวไม่พอ ต้องฟังคนหน้างาน ดูข้อมูลที่แท้จริงว่าราคาเท่าไหร่ จะได้บริหารจัดการถูกต้องยิ่งขึ้น

นายวีระยุทธ กล่าวว่า ส่วนเรื่องของล้งขอตามต่อว่าตกลงจะใช้กระบวนการอย่างไรมาช่วยเหลือประชาชนผู้ค้ามะพร้าว เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นล้งกลาง ล้งชุมชน หรือระบบกระบวนอย่างไร แต่อยากให้นางศุภจีติดตามปัญหาหน้างาน เพราะตัวเลขที่ข้าราชการรายงานอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริงกับที่ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า เจอหน้างาน และอีกเรื่องคือปุ๋ย ซึ่งเราได้รับข้อเรียกร้องจำนวนมาก ว่าปุ๋ยเริ่มขาดตลาดแล้ว ก็ขอให้รัฐบาลช่วยตามต่อว่าจากไอ้โม่งน้ำมัน จะไปสู่ไอ้โม่งปุ๋ยหรือไม่ เพราะราคาปุ๋ยไม่เป็นที่เปิดเผยว่าตรึงราคาเท่าไหน อย่างไร และตอนนี้จากปัญหาหน้างานก็มีเสียงจำนวนมากว่าปุ๋ยเริ่มขาดตลาดจริง โดยเฉพาะสูตรที่จำเป็นต้องใช้

เมื่อถามถึงการตอบคำถามของนางศุภจี เกี่ยวกับฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้บอกให้ไปเชียงใหม่ 365 วันสะท้อนว่าเป็นความเห็นของผู้บริหารที่ถูกต้องหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องนี้อาจมองจากมุมท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเรื่องฝุ่นที่เราเรียกร้องมาตลอดคือผู้ที่อาศัยจริง โดยเฉพาะภาคเหนือ จึงไม่อยากให้มองแค่มุมการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ให้มองมุมของประชาชนใช้ชีวิตทุกวัน

เมื่อถามว่าถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรี ควรออกมาชี้แจงได้แล้วหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ เดินตามหลังประชาชนมากเกินไป ในภาวะวิกฤตแบบนี้เราคาดหวังว่ารัฐบาลจะเดินนำหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น เตรียมพร้อมอย่างไร เดินนำหน้าภาคประชาชน 1 ก้าว เดินนำหน้าภาคธุรกิจ 1-2 ก้าว ที่ผ่านมามีหลายเรื่องทำถูก อย่างเช่น นายกฯ บอกวิกฤตครั้งนี้รุนแรงต้องช่วยกันปรับตัว แต่ก็ช้าไปถึง 5 สัปดาห์ หรือเรื่องไอ้โม่งน้ำมัน ก็ช้าไปประมาณ 4 สัปดาห์ จึงอยากให้นายกฯเป็นคนประกาศนำหน้าว่ามองวิกฤตครั้งนี้อย่างไร และเตรียมพร้อมใน 2 เดือนหน้าอย่างไร อย่างมาตรการช่วงสงกรานต์ ก็เข้าใจว่าพึ่งได้เร่งรัดออกมา 1-2 วันนี้เอง

เมื่อถามว่า หลังสงกรานต์รัฐบาลมีแนวโน้มออกมาตรการล็อกดาวน์ เปิด-ปิดปั๊ม หรือมาตรการอื่นที่อาจกระทบชีวิตประจำวันของประชาชน นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องน้ำมันต้องแยกให้ขาดว่าเป็นปัญหาการกักตุนหรืออย่างไร อย่างวันก่อนที่นายกฯบอกว่าน้ำมันใช้ปริมาณลดลงเหลือ 40 กว่าล้านลิตร ข้อแรกต้องสงสัยก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบ มีการเอาน้ำมันที่กักตุนมาใช้หรือไม่ อยากให้ตรวจสอบข้อมูลตรงนี้ก่อน ไม่อย่างนั้นจะทำให้การวางแผนนโยบายจากนี้มีปัญหา ข้อมูลไอ้โม่งไม่ได้จบที่ 57 ล้านลิตรแน่นอน และเรื่องรถหมื่นกว่าคันที่หายไป ไม่ติด GPS ให้ชัดเจน ซึ่ง GPS ต้องติดทั้งเรือทั้งรถ ตรวจสอบแบบเรียวไทม์ได้แล้ว จริงๆควรทำ เรื่องนี้ก็ช้าไปประมาณ 6 สัปดาห์ ซึ่งจะทำให้การวางแผนข้อมูลน้ำมันช่วงหลังสงกรานต์เป็นไปได้อย่างตรงกับความเป็นจริง

เมื่อถามว่าที่พรรคประชาชนจัดวางตัวบุคคลเพื่อติดตามการทำงานรายกระทรวงของรัฐบาล คล้าย ครม.เงา นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรามีการติดตามในเชิงประเด็นต่อแน่นอน ซึ่งตอนนี้เป็นภาวะวิกฤต ดังนั้นเมื่อรัฐบาลมีวอร์รูม เราก็มีวอร์รูมที่ติดตามแต่ละประเด็นเช่นกัน

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรณ์' ลั่นราคาน้ำมันควรลด12บาท ซัดเกรงใจนายทุน สวน 'เอกนิติ' ภาษีสรรพสามิตรไม่เกี่ยวสธ.

'กรณ์' ซัดรบ.ไม่มีนโยบายแก้ปัญหาน้ำมันที่ชัดเจน เพียงรอให้ราคาน้ำมันโลกลดลง ชี้ รมว.พลังงาน ลดราคาโรงกลั่น 2 บาท ทั้งที่ควรลด 12 บาท เหน็บเกรงใจนายทุน แต่ไม่มีความเกรงใจความเดือดร้อนปชช. สวน 'เอกนิติ' ภาษีสรรพสามิตส่งตรงเข้ากองกลาง ไม่เกี่ยวช่วยระบบสาธารณสุข ข้องใจเอาจริงปราบสแกมเมอร์หรือไม่ จี้ความเหมาะสมตั้งบุคคลมีข้อครหาเข้าครม.หวั่นกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน

'วีระยุทธ' รอดูสถานการณ์ ดคี 44 สส.แก้ ม.112 อุบตอบ นั่งหน.พรรคส้ม คนต่อไป

'วีระยุทธ' รอดูสถานการณ์ หลังป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกา ดคี 44 สส.พรรคก้าวไกล แก้ม. 112 ก่อนนัดประชุมใหญ่สามัญ 'ปชน.' อุบตอบ นั่งหน.พรรค คนต่อไป

'เต้น' ฟาดกลับ 'เท้ง' ตอนโหวตให้ภท.เป็นรัฐบาลตาม MOA เอาวิญญาณใครไปขาย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เพิ่งเห็นคลิปหัวหน้าเท้งอภิปรายว่าการที่พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยคือการขายวิญญาณ

'ศุภจี' รับเสี่ยงขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย แต่อย่าสร้างความตระหนก ให้ทุกคนตระหนักเราไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลุกชี้แจงว่า กรณีที่มี สส.แสดงความห่วงใยว่า รัฐบาลไม่มีการดูแลนโยบายเร่งด่วน

'เอกนิติ' แจงสภาฯ หากลดภาษีสรรพสามิตพยุงราคาน้ำมัน จะกระทบการรักษาพยาบาล

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ชี้แจงว่า ปัญหาพลังงานครั้งนี้เป็นวิกฤตโลก สงครามตะวันออกกลางไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไร อาจกระทบไปถึงสินค้าอื่นๆ ต้องเตรียมพร้อม เรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลต้องเร่งลดผลกระทบระยะสั้นต่อประชาชน

บอร์ด กคพ. ไฟเขียวสอบ 'กักตุนน้ำมัน' เป็นคดีพิเศษ พบ 24 เที่ยวเรือขนน้ำมันผิดปกติ

บอร์ด กคพ. ลงมติรับสอบสวนคดีกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ ระบุ เริ่มต้นสอบสวนคดีน้ำมันนับแต่วันที่ 1 มี.ค.69 จนกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะสงบ เน้นจุดเริ่มที่บริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่ในสุราษฎร์ฯ - น้ำมัน