“ศักดิ์สยาม” เป็นประธาน การประชุมติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการบูรณาการการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย ลาว และจีนครั้งที่ 2/2565 ณ ห้องประชุม 204 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา เกียกกาย

ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟระหว่างสามประเทศเพื่อรองรับการเดินทางและขนส่งที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าโลก และเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาในระดับอนุภูมิภาคและภูมิภาคที่ยั่งยืน จึงได้มอบหมายรองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะประธานคณะกรรมการบูรณาการ ร่วมกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในฐานะรองประธานกรรมการพิจารณาการบูรณาการการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟระหว่างไทย ลาว และจีนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพระบบโลจิสติกส์ไทยด้วยการขนส่งผ่านระบบรางที่จะช่วยลดต้นทุนทางด้านเวลาและด้านโลจิสติกส์  โดยนายอนุทินฯ ได้มอบหมายนายศักดิ์สยามฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งนายศักดิ์สยามฯได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นที่มีประโยชน์ และผลักดันให้เกิดการบูรณาการการเชื่อมโยงระหว่างไทย ลาว และจีน อย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ  ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพียงพอ ที่จะรองรับการขนส่งข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างไทย – ลาว – จีน ด้วยรถไฟขนาดทาง 1 เมตร อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกที่จะช่วยขยายความครอบคลุม ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจออกไปให้ได้ประโยชน์ในทุกมิติ จึงจำเป็นต้องมีการประชุมหารือร่วมกันเพื่อติดตามความก้าวหน้าในการร่วมกันบูรณาการดังกล่าวของแต่ละหน่วยงานในฐานะทีม Thailand ต่อไป

ซึ่งในการประชุมในวันนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุขสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พร้อมด้วยกระทรวงคมนาคม ได้ร่วมหารือเพื่อพิจารณาติดตามความก้าวหน้า สถานะการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการการกำกับติดตามเพื่อขับเคลื่อนดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้มอบหมายให้ดำเนินการ ดังนี้

1.ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา ดังนี้

    1.1 ให้กรมทางหลวงเร่งรัดการของบประมาณเพื่อศึกษาแนวทางการก่อสร้างสะพานแม่น้ำโขงแห่งใหม่ ทั้งในรูปแบบสะพานรถไฟและรถยนต์

    1.2 ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งรัดการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ – หนองคายให้แล้วเสร็จตามแผนของกระทรวงคมนาคม รวมถึงการเสนอโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงขอนแก่น – หนองคาย ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา และเร่งรัดการพัฒนาสถานีหนองคายเป็นพื้นที่เปลี่ยนถ่ายสินค้า

ในระยะเร่งด่วน และการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) สถานีนาทาเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าในอนาคต พร้อมจัดทำ Action Plan เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างปริมาณความต้องการ และปริมาณความจุที่มีอยู่ในปัจจุบัน ตามแผนงานระยะเร่งด่วน และระยะยาว รวมถึงพิจารณาอัตราค่าขนส่ง และต้นทุนด้านเวลา เพื่อหารือแนวทางการปฏิบัติที่จะส่งเสริมให้ระบบรางเป็นทางเลือกหลักในการขนส่งระหว่างไทย ลาว และจีน

2.ให้กระทรวงการคลัง โดยกรมศุลกากรเร่งรัดการจัดหา Mobile X-ray System เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจสอบสินค้า ณ ด่านพรมแดนหนองคายในอนาคต และการดำเนินการตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พื้นที่บริเวณสถานีรถไฟหนองคายสามารถปฏิบัติพิธีการนำเข้า ส่งออก และผ่านแดนได้ทุกมิติของการขนส่งสินค้า

3.ให้กระทรวงการต่างประเทศรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาในฝั่งลาว เพื่อแลกเปลี่ยนและ

บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ใช้ประกอบการวางยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมการส่งออกของไทย และอำนวยความสะดวกให้ฝ่ายไทย สามารถใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงในภูมิภาคได้เต็มประสิทธิภาพ และหยิบยกการหารือระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของลาวและจีน เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลักดันการเชื่อมต่อรถไฟลาว – จีน กับระบบรางของไทย

4.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัดการเจรจาร่วมกับฝ่ายจีน เพื่อเปิดด่านทางบกภายใต้พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนฉบับใหม่ ให้ครบทั้ง 6 ด่านใหม่

5.ให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์การค้าไทย – จีน ด้านจังหวัดหนองคาย และการใช้ประโยชน์จากรถไฟลาว – จีน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย รวมถึงการเจรจาร่วมกับฝ่ายลาวในการอำนวยความสะดวกสินค้าไทยที่ใช้บริการรถไฟลาว-จีน

6.ให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งรัดการก่อสร้างและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟจากลาวและจีน

7.ให้กระทรวงสาธารณสุขอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบสัมภาระที่ติดตัวผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถไฟ และตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพนำเข้าให้เป็นไปตามระบียบกฏหมายต่อไป

.ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดให้ Team Thailand ลงพื้นที่ และหารือเกี่ยวกับโครงการเชื่อมต่อทางรถไฟ ช่วงหนองคาย – เวียงจันทน์ ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2565 เพื่อศึกษาสภาพและศักยภาพของพื้นที่ตลอดแนวเส้นทางของโครงการเพื่อนำมาประเมินอุปทานด้านการคมนาคม และจัดทำแผนการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทยต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดึงสติ! หัดมีน้ำใจนักกีฬา แพ้นับใหม่ ยังดรามาไม่ยอมจบ

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดรามา​ แพ้นับใหม่

'จตุพร' เชื่อ 'ภท.-กธ.' ยืนเด่นตั้งรัฐบาล ดึง พท.หรือพรรคเล็ก 30 เสียงเข้าร่วม

'จตุพร' ย้ำปัจจัยรอบด้าน เชื่อ ภท-กธ.จับมือแน่นตั้งรัฐบาลดึง พท.หรือพรรคเล็ก 30 เสียงเข้าร่วม ดันตั้งดรีมทีมโชว์แก้เศรษฐกิจ-ปราบคอร์รัปชัน ชี้สัญญาณข่าวปั่นต้องประเมินเป็นตอนๆ

ประกาศิต 'เสี่ยหนู' สั่งลูกพรรคภูมิใจไทย ห้ามตั้งก๊กแบ่งก๊วน มีมุ้งเดียวคือ 'มุ้งอนุทิน'

"อนุทิน" บอกประชุม ว่าที่ 193 สส. ภท. เรียบร้อยดี สั่งห้ามมีมุ้ง-ก๊วน ต้องรักษาอัตลักษณ์-เอกภาพหนึ่งเดียวคือ"มุ้งอนุทิน" เตือนเคลียร์เรื่องหุ้น-สัมปทาน หวั่นตกม้าตาย- ตายน้ำตื้น ยันเดินหน้าทันทีคนละครึ่งเฟส 2 ส่วนเรื่องตั้งรัฐบาลยังไม่ต่อรองเก้าอี้ รมต. รอตัวเลขสุดท้าย ยันฟังเสียงประชาชนเอาพรรคทุนเทาร่วมหรือไม่

'อนุทิน' ประชุมว่าที่ สส.ภูมิใจไทย ยก 'สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ' 3 แม่ครัว ช่วยพรรคเติบโตขึ้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน การประชุมว่าที่สส.พรรคภูมิใจไทย หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

ภูมิใจไทยคึกคัก! เปิดตัว '3 พรรคเล็ก' หนุน 'อนุทิน' นั่งนายกฯ

ภูมิใจไทย คึกคักว่าที่ส.ส. ตบเท้าเข้าประชุม 3 พรรคเล็ก เศรษฐกิจ-ประชาธิปไตยใหม่-ใหม่ ประกาศ หนุน อนุทิน นั่งนายกฯ ส่วน พปชร. อยู่ระหว่างเจรจา

'ภราดร' ขอทุกฝ่ายช่วยถาม กกต. เหตุใดยังไม่เห็นชอบงบเยียวยาน้ำท่วมอีก 2.2 พันล้าน ทั้งที่ครม.อนุมัติแล้ว

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ แต่ด้วยที่ผ่านมาเป็นช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จึงมีความจำเป็นต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาก่อน