
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ชี้แจงถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับความเดือดร้อนของสหกรณ์การเกษตรที่ได้เข้าร่วมโครงการเงินกู้ปรับโครงสร้างภาคการเกษตร ASPL ว่า โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2542 ซึ่งได้อนุมัติหลักการแผนงานพัฒนาคุณภาพสินค้าและการจัดการผลผลิตของสถาบันเกษตรกร โดยมอบหมายให้ “กรมส่งเสริมสหกรณ์” จัดทำโครงการเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างภาคการเกษตร (ASPL) เพื่อพัฒนาด้านการผลิต การตลาด และการจัดการผลผลิตการเกษตรให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน สนองตอบกับความต้องการของผู้บริโภค สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า และเพิ่มอำนาจต่อรองให้แก่เกษตรกร โดยโครงการดังกล่าวได้จัดสรรเงินอุดหนุนจ่ายขาดให้แก่สถาบันเกษตรกรนำไปก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โรงสี ไซโล ลานตาก ฉาง ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ โรงงานผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ โรงงานผลิตอาหารโคนม โกดังเก็บอาหารโคนม โรงตากยางแผ่นดิบ / ยางเครป โรงยางแผ่นรมควัน โรงงานผลิตยางแห้ง โรงสกัดน้ำมันปาล์ม เป็นต้น และกำหนดเงื่อนไขให้สถาบันเกษตรกรจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ดังกล่าว โอนเข้าบัญชีที่เปิดไว้กับกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด ไม่เกิน 20 ปี เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสนับสนุนการดำเนินงานในลักษณะเดียวกันให้แก่สถาบันเกษตรกรอื่น ๆ ในปีต่อ ๆ ไป และเพื่อเป็นมาตรการส่งเสริมให้สหกรณ์ มีความรับผิดชอบต่อเงินอุดหนุนที่ได้รับจากภาครัฐ และตั้งใจใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์และปัจจัยพื้นฐานหรือสิ่งก่อสร้างที่ได้รับ รวมทั้งการนำเงินบริจาคของสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการเข้า กพส. เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสนับสนุนการดำเนินงานในลักษณะเดียวกันของสหกรณ์อื่น จากการสรุปข้อมูลของโครงการดังกล่าว ณ 31 มีนาคม 2566 สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการได้ชำระเงินบริจาคและค่าธรรมเนียมได้ตามข้อกำหนด จำนวน 152 แห่ง รวมจำนวนเงินบริจาคและค่าธรรมเนียมเข้า กพส. เป็นเงิน 1,288.516 ล้านบาท ยังมีสหกรณ์ที่ค้างชำระเงินบริจาคและค่าธรรมเนียม จำนวน 39 แห่ง (คิดเป็นร้อยละ 20.52 ของจำนวนสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ) จำนวนเงิน 381.529 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 22.82 ของแผนการชำระ)
ซึ่งตลอดระยะเวลาในระหว่างการดำเนินโครงการที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีมาตรการผ่อนผัน และให้ความช่วยเหลือสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อบรรเทาปัญหาเรื่องการไม่สามารถส่งชำระเงินคืนได้ ดังนี้ 1.ให้การศึกษาอบรมเกี่ยวกับการผลิตและการตลาดแก่เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ 2.เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและการตลาดระหว่างสหกรณ์การเกษตรและเอกชนต่าง ๆ 3. สนับสนุนเงินกู้ให้แก่สหกรณ์ตามโครงการ ASPL ที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเพื่อไปทำโครงการยืมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ร้อยละ 1 ต่อปีจาก กพส. แบ่งเป็น โครงการเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ จำนวน 74 แห่ง รวมเงินกู้ยืม 975.50 ล้านบาท และโครงการเงินทุนเพื่อฟื้นฟูอุปกรณ์การตลาด จำนวน 72 แห่ง จำนวนเงินกู้ยืม 527.56 ล้านบาท

นอกจากนี้ กพส. ได้สนับสนุนเงินกู้ยืมให้แก่สหกรณ์อื่น ๆ เพื่อนำไปจัดหาอุปกรณ์การตลาด หรือเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างกัน รวมถึงการพิจารณาลดค่าธรรมเนียมให้แก่สหกรณ์ที่ขอส่งชำระเงินบริจาคและค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระทั้งจำนวน และสหกรณ์ที่ส่งชำระเงินเงินบริจาคงวดสุดท้ายก่อนถึงกำหนด ส่วนการให้ความช่วยเหลือสหกรณ์ ที่ไม่สามารถชำระเงินบริจาคและค่าธรรมเนียมได้ตามกำหนด กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีการพิจารณาข้อเสนอการปรับปรุงตารางการชำระเงินบริจาคและค่าธรรมเนียมของสหกรณ์ที่แจ้งความประสงค์ และขณะนี้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ได้บันทึกลูกหนี้ ASPL ทั้งหมด เข้าเป็นสินทรัพย์ของกองทุนฯ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ ASPL จึงต้องดำเนินการตามระเบียบและแนวทางที่ กพส. กำหนด

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 23 ปีที่ผ่านมา กรมฯได้ติดตามการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์และปัจจัยพื้นฐานที่ได้รับการอุดหนุนจากโครงการเงินกู้ปรับโครงสร้างภาคการเกษตร ASPL มาโดยตลอด และหากสหกรณ์ใดติดขัดปัญหาเรื่องการส่งชำระเงินค่าธรรมเนียมจากการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเข้ากองทุนพัฒนาสหกรณ์ สามารถประสานงานผ่านสำนักงานสหกรณ์จังหวัดในพื้นที่เพื่อขอผ่อนผัน กรมฯก็จะมีมาตรการในการช่วยเหลือ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสหกรณ์ และช่วยวางแผนในการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ที่ได้รับจากโครงการ ASPL เพื่อต่อยอดธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตการเกษตรให้กับสหกรณ์การเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สหกรณ์เหล่านี้ยังสามารถดำเนินธุรกิจและช่วยสนับสนุนการประกอบอาชีพการเกษตรของสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ของตนเองได้ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิด 4 มาตรการรับมือผลไม้ปี 2569 หนุนสหกรณ์ชาวสวนผลิตสินค้าเกษตร GI
เตรียมจับมือห้างโมเดินเทรดส่งผลไม้คุณภาพจากสหกรณ์เข้าห้างเจาะตลาดผู้บริโภคในประเทศ กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิด 4 มาตรการรับมือผลไม้ปี 2569 มุ่งส่งเสริมสหกรณ์ชาวสวนผลไม้ผลิตสินค้าเกษตร GI หวังช่วยยกระดับราคาและแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า เตรียมชวนห้างโมเดินเทรดลงพื้นที่ภาคตะวันออก
สหกรณ์หนุนแนวคิด “ล้งกลาง” มะพร้าวน้ำหอม ปลดแอกถูกกดราคาแปรรูปเพิ่มค่ามะพร้าวตกเกรด
กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนแนวคิด “ล้งกลาง” มะพร้าวน้ำหอมปลดแอกถูกกดราคาจากล้งจีน สหกรณ์พร้อมทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตส่งล้งกลาง และพัฒนาการแปรรูปเพิ่มมูลค่ามะพร้าวตกเกรดสร้างรายได้เพิ่มสมาชิก หลังนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด พลิกฟื้นด้วยเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ปี 68 กลับมาทำกำไร 104.5 ล้านบาท หลังขาดทุนสะสมต่อเนื่องมานานหลายปี
กรมส่งเสริมสหกรณ์ปล่อยกู้ 15 ล้าน ฟื้นวิกฤติโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มอ่าวลึกของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด หลังขาดทุนต่อเนื่องหลายปี จนมีกำไรปีแรก 104.5 ล้าน ส่วนโรงงานปาล์มแห่งที่สอง ในอำเภอคลองท่อม หยุดเดินเครื่องชั่วคราวหลังมีการฟ้องร้องคู่สัญญาเบี้ยวหนี้
กรมส่งเสริมสหกรณ์ Kick Off ปล่อยคาราวานรถขนหอมหัวใหญ่สู่ตลาดปลายทางทั่วประเทศ เชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์ทั่วไทย จากแหล่งผลิต 4 สหกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่
นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปล่อยคาราวานหอมหัวใหญ่ กิจกรรมกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิตภายใต้แคมเปญ “รักนะจึงให้หอม (หอมหัวใหญ่) เชียงใหม่เน้อจ้าว” จำนวน 12 คัน สู่ตลาดปลายทางทั่วประเทศ
กรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปี สหกรณ์ไทย ยึดหลัก “สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง”
(วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธานในงานวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
สหกรณ์การเกษตรบ้านดงกล้วย จ.กาฬสินธุ์ ส่งเสริมเลี้ยงจิ้งหรีดส่งออก ปลูกพืชสมุนไพร ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ต้นแบบความสำเร็จสหกรณ์ในพื้นที่คทช.“ดงกล้วยโมเดล”
การเข้าไปสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบานที่ดินแห่งชาติหรือคทช. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นระบบครบวงจร ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะเลขานุการคทช.และคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด (คณะอนุ 3) โดยมุ่งเน้นการรวมกลุ่ม เพิ่มทักษะอาชีพ การเข้าถึงเงินทุน

