TOA ทำรายได้ Q2/67 รวม 5,465 ล้านบาท ประกาศแจกปันผลครึ่งปีแรก 0.33 บาทต่อหุ้น

บมจ.ทีโอเอ เพ้นท์ฯ หรือ TOA ผู้นำเบอร์หนึ่งตลาดสีและเคมีภัณฑ์ก่อสร้างครบวงจร ประกาศผลประกอบการ Q2/67 ด้วยรายได้รวม 5,456 ล้านบาท ท่ามกลางภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลงส่งผลต่อยอดขายสีทาอาคารปรับตัวลดลง ในขณะที่ยอดขายกลุ่มเคมีก่อสร้างและยิปซั่มบอร์ดยังเติบโต ช่วยหนุนภาพรวมรายได้ให้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/2567 มีรายได้รวม 5,456 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1% และรายได้รวมในงวด 6 เดือนแรก ปี 2567 เป็นเงิน 10,941 ล้านบาท อันเนื่องมาจากผลกระทบจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นปี กำลังซื้อของลูกค้าที่ลดลงทั้งจากภาระดอกเบี้ยและหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น รวมถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อบ้านของสถาบันการเงิน ส่งผลโดยตรงให้ความต้องการใช้สีเพื่อตกแต่งและซ่อมแซมบ้านชะลอตัวลง อย่างไรก็ตามยอดขายสินค้าในกลุ่มสินค้าเคมีก่อสร้างและยิปซั่มบอร์ดมีการเติบโตขึ้น จากช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมมากที่สุดในประเทศไทย

ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ยังคงตัวอยู่ในระดับสูง โดยอัตรากำไรขั้นต้น ในไตรมาส 2/2567 เท่ากับ 34.4% เท่ากับช่วงเดียวกันปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับงวดหกเดือนแรก ปี 2567 เท่ากับ 35.1% สูงขึ้นจากครึ่งปีแรกของปี 2566 ซึ่งเท่ากับ 33.6% เป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการด้านวัตถุดิบและต้นทุนผลิต แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงไตรมาส 2/2567

อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2567 เป็นเงิน 477 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 36% ตามยอดขายที่ปรับตัวลดลงและการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงค่าสินทรัพย์หนี้สินในต่างประเทศ เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงปลายไตรมาส 2/2567 ทั้งนี้กำไรจากธุรกิจหลักไม่รวมรวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว กำไรในไตรมาส 2/2567 เป็นเงิน 594 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อนเพียง 14% ในขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2567 เป็นเงิน 1,281 ล้านบาท ลดลง 7%

แนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงมีความท้าทายทั้งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่จะส่งผลถึงความต้องการใช้สีและวัสดุก่อสร้าง รวมถึงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการกีดกันการค้าระหว่างประเทศที่จะส่งผลต่อ supply chain ซึ่งมีผลต่อราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตามเราได้เตรียมความพร้อมและการบริหารความเสี่ยงทั้งการขยายธุรกิจที่เป็นมากกว่าสีทาอาคาร การจัดการด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย และปรับกระบวนการภายใน ทำให้เรามีผลงานที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับในอุตสาหกรรม นอกจากนี้เรามีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบ นำส่งการปรับแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับบริบทการดำเนินธุรกิจในแต่ละช่วงเวลา

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าในกลุ่มสี premium และสีรักษ์โลกเพื่อตอบรับเทรนด์ของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความคงทนของสีในยุคปัจจุบันที่ค่าแรงช่างทาสีมีแนวโน้มสูงขึ้น และการลดปัญหาโลกร้อนโดยใช้สีที่มีฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นต์ โดยผลิตภัณฑ์สีทาอาคารของ TOA มี “ฉลากลดโลกร้อน” หรือ (Carbon Footprint Reduction label : CFR) ที่ผ่านการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) มากที่สุดในตลาดสีทาอาคารถึง 40 ผลิตภัณฑ์ อาทิ ‘สี SuperShield’ ด้วยสุดยอดเทคโนโลยีสีบ้านเย็น Cooling Paint ที่สะท้อนแสงอาทิตย์ได้สูงถึง 97.5% และคายความร้อนออกจากผนังบ้านได้ถึง 90% จึงช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านให้เย็นลงได้ถึง 5.5 องศาเซลเซียส ช่วยประหยัดพลังงานเซฟค่าไฟ ที่สำคัญยังสามารถช่วยโลกลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้จากเดิมอีกด้วย ทั้งนี้การพัฒนานวัตกรรมสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สู่การเป็นองค์กร Net Zero เพื่อสร้างองค์กรสู่ความยั่งยืน นอกจากนี้เรายังมุ่งพัฒนาองค์กรในหลากมิติเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจ และเป็นองค์กรที่สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ในระยะยาว

“ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกของปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.33 บาท โดยจ่ายจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 20 โดยจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 13 กันยายน 2567” นายจตุภัทร์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

TOA x AssetWise สนับสนุนงานวิ่งการกุศล 'AssetWise BEAUTY RUN 2026' ต่อเนื่องปีที่ 4 มอบสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พร้อมเสิร์ฟ ‘ฮอกไกโด มิโกโตะ’ เติมความสดชื่นสายเฮลท์ตี้

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสีทาอาคารอันดับ 1 และเคมีภัณฑ์ก่อสร้างแบบครบวงจรของไทย เดินหน้าตอกย้ำพันธกิจการเป็นพันธมิตรสีเขียว

TOA ไม่ทิ้งกัน เคียงข้างพี่น้องชาวใต้ ผนึกกำลังจิตอาสา - ทาสีฟื้นฟูโรงพยาบาลและโรงเรียน คืนรอยยิ้มสู่หาดใหญ่ หลังวิกฤตอุทกภัยปี 68

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ตอกย้ำพันธกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าโครงการ TOA ไม่ทิ้งกัน ‘รวมพลังไทย ฟื้นฟูน้ำท่วมภาคใต้’ ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่

TOA เปิดศักราชปี 69 ประกาศวิชั่นใหม่ ‘แต่งเติมความสุขของการอยู่อาศัยให้ทุกคน’ ชูกลยุทธ์ 5 เสาหลัก - ผสาน AI พัฒนาคน ทรานส์ฟอร์มองค์กร - เดินหน้าพันธกิจรักษ์โลก Net Zero สู่การเป็นผู้นำ Total Solutions อย่างยั่งยืน

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ตอกย้ำศักยภาพผู้นำอุตสาหกรรม สีทาอาคารอันดับ 1 ของไทยที่ครองใจผู้บริโภค พร้อมก้าวสู่ผู้นำอุตสาหกรรมตกแต่งพื้นผิวและวัสดุก่อสร้าง

TOA เปิดตัวเทรนด์สี 2026 ‘The Pigmentum’ เมื่อสีสันคือพลังขับเคลื่อนชีวิต พร้อมเจาะลึก 4 กลุ่มสี สะท้อนตัวตน จาก 5 สถาปนิกนักออกแบบชั้นนำ

ในทุกๆ ปี วงการสีทาอาคาร ต่างตั้งตารอการประกาศเทรนด์สีใหม่จาก บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำตลาดสีอาคารอันดับหนึ่งของไทย และสำหรับปี 2026 นี้ TOA ได้ก้าวข้ามคำว่า 'เฉดสี' ไปสู่การสร้างพลัง แรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนชีวิต ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดล้ำที่ชื่อว่า “The Pigmentum” ประกอบด้วย 4 กลุ่มเทรนด์สีที่สะท้อนถึงพลังของอารมณ์ ความคิด และจิตใจ โดยความร่วมมือกับ 5 สถาปนิกนักออกแบบชั้นนำของประเทศไทย

TOA ยืนหนึ่งคว้าหุ้นยั่งยืน ระดับสูงสุด ‘AAA’ จากการประเมิน SET ESG Ratings ปี 2568 ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมสี - เคมีภัณฑ์

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสีทาอาคารอันดับ 1 และเคมีภัณฑ์ก่อสร้างของไทย สร้างประวัติศาสตร์ความสำเร็จครั้งสำคัญ

TOA ส่งมอบความสุข ‘SHARING HAPPINESS’ ปรับโฉมสนามเด็กเล่นให้น้องๆ บ้านราชาวดี (ชาย) จ.นนทบุรี ด้วยผลงานชนะเลิศ จากนิสิตสถาปัตย์ จุฬาฯ

วันนี้ (11 ธ.ค. 68) บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำนวัตกรรมสีรักษ์โลก เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และผู้เชี่ยวชาญด้านสีสันของไทย เดินหน้าโครงการ