
บอร์ดไทยออยล์ ไฟเขียวอนุมัติแผน Asset Monetization รับเงินสดกว่า 18,000 ล้านบาท เสริมแกร่งการเงินและลดหนี้ พร้อมยังใช้ทรัพย์สินเดิมทำธุรกิจได้ตามปกติ เตรียมเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติ 9 ธันวาคม นี้
นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ “TOP” เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้ดำเนินการระดมทุนผ่านโครงการบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดมูลค่าสูงสุด (Asset Monetization)โดยการให้ PTT Tank เข้าถือหุ้นร้อยละ 49 ในบริษัทย่อยของ TOP ที่จะเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าระยะยาว 21 ปี ในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทฯ ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้แก่ ถังเก็บน้ำมันดิบ ทุ่นผูกเรือกลางทะเล (Single Buoy Mooring :SBM) สถานีจ่ายน้ำมันทางรถและที่ดินบางส่วน โดย TOP จะเช่าทรัพย์สินกลับเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันได้อย่างต่อเนื่อง การทำธุรกรรมครั้งนี้จะทำให้บริษัทฯ ได้รับเงินสดมาเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและปรับโครงสร้างเงินทุนและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับที่เข้มแข็งขึ้น
“ในการดำเนินการโครงการบริหารจัดการทรัพย์สินฯ ดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์และนโยบายเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทฯ ธุรกรรมนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินให้แก่บริษัทจากกระแสเงินสดที่ได้รับจากการให้เช่าทรัพย์สินระยะยาว โดยยังคงสามารถบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าว ในการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างมูลค่าจากทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานเดิมของบริษัทฯ และการลดความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม” นายบัณฑิต กล่าว
การร่วมมือกับ PTT Tank ซึ่งเป็นบริษัท Flagship ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ของธุรกิจโรงกลั่นและ ปิโตรเคมีของกลุ่ม ปตท.จะเพิ่มโอกาสในการก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน (Synergy) และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการบริหารงานแบบรวมศูนย์
นายบัณฑิต กล่าวอีกว่า ในการดำเนินธุรกรรมบริษัทฯ ได้ทำการศึกษาและพิจารณาผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญและเพื่อความโปร่งใส คณะกรรมการบริษัทฯ ได้แต่งตั้งบริษัท แคปปิตอล แอดแวนเทจ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ ทำหน้าที่ประเมินความเหมาะสมของการทำธุรกรรมและจัดทำรายงานให้ผู้ถือหุ้นพิจารณา ทั้งนี้ บริษัทฯ จะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์เพียงช่องทางเดียว และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมในวันที่ 9 ตุลาคม นี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุณ “พงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์” เข้ารับตำแหน่ง CEO ไทยออยล์ ต่อยอดรากฐานที่มั่นคง เสริมศักยภาพการแข่งขัน ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) มีมติแต่งตั้ง คุณพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์
ไทยออยล์ คว้าอันดับ 22 สุดยอดองค์กรในฝันคนรุ่นใหม่ปี 2026 ตอกย้ำความสำเร็จ “คนสำราญ งานสำเร็จ” ด้วย Employer Branding ที่แข็งแกร่ง
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณสุชาดา ดีชัยยะ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความเป็นเลิศด้านทรัพยากรบุคคลและองค์กร พร้อมด้วย คุณจิดาภา สุนทรารัตน์พงษ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
นักลงทุนทั่วโลกแห่จอง ”หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์” ของไทยออยล์ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่วมท้น โดยเงินที่ได้จะนำไปสนับสนุนโครงการ CFP พร้อมเสริมฐานะการเงินระยะยาวแข็งแกร่ง
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) “บริษัทฯ” เปิดเผยว่า
ไทยออยล์รับรางวัล 2025 Mercer Best Employers Thailand
คุณจิราภรณ์ กมลอินทร์ ผู้จัดการแรงงาน/พนักงานสัมพันธ์ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รับมอบรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นประเทศไทย ประจำปี 2568 (2025 Mercer Best Employers Thailand) จาก คุณพิรทัต ศรีสัจจะเลิศวาจา, กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์เซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
ไทยออยล์ ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ประจำปี 2568 ในระดับสูงสุด AAA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้รับการประเมินสูงสุด ระดับ AAA เป็นปีที่ 3 จากการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ประจำปี 2568
ไทยออยล์ จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2568 อนุมัติโครงการบริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 – บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 เพื่อพิจารณาโครงการบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด

