
การเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลของรัฐมีขั้นตอน การคัดกรองผู้ป่วยตามระบบด้วยการยื่นบัตรประจำตัวประชาชน การใช้สิทธิบัตรทอง บัตรประกันสังคม บัตรประกันสุขภาพ มีการลงทะเบียนซักถามประวัติ วัดความดันโลหิต น้ำหนัก ตรวจเลือด ต้องรอคิวยาวนานเพื่อพบแพทย์เพื่อตรวจ การรับยา การประเมินวินิจฉัยโรคในหลายแผนก อาสาสมัครในระบบสุขภาพทำงานด้วยจิตวิญญาณจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นที่ต้องการทุกโรงพยาบาล เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยนอกที่นัดหมายล่วงหน้า และกลุ่มที่ไม่ได้นัดหมาย ให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น เป็นสะพานเชื่อมต่อให้คนไข้หายกังวล สบายใจ ขณะนี้มีอาสาสมัครที่เป็นนักศึกษาจากม.ศิลปากร ม.กรุงเทพเข้ามาสร้างสรรค์ศิลปะในโรงพยาบาล เล่นดนตรี ทาสีอาคาร ปลูกต้นไม้ สร้างความประทับใจกับผู้มาเยือน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา จัดเวที “Showcase งานอาสาอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาล” ภายใต้โครงการพัฒนาแนวทางการสร้างงานอาสาสมัครในระบบโรงพยาบาล ด้วยมิติสุขภาวะทางปัญญา โดยการสนับสนุนของสสส.มุ่งเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนางานอาสาสมัครให้กับโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ม.ค. 2569 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ
เติมเต็มหัวใจมนุษย์งานอาสาสมัคร

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เปิดเผยว่า สสส. ร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 มุ่งหวังให้อาสาสมัครเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงภายในทั้งในด้านความเข้าอกเข้าใจความทุกข์ของผู้อื่น ความกรุณา และการเกิดจิตเอื้อเฟื้อเกื้อกูล “งานอาสาสมัครเป็นการเติมเต็มระบบสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ทำให้นึกถึงเมื่อหลายสิบปีก่อน หนังสือเล่มแรกที่ผมอ่านเมื่อเข้ามาเรียนแพทย์ปี1 รพ.รามาธิบดี เป็นงานของศ.เกียรติคุณ นพ. ประเวศ วะสี ปราชญ์แห่งแผ่นดิน มูลนิธิหมอชาวบ้านมีหนังสือรักษาโรค รักษาคน ขายดีที่สุด ผมอ่านรวดเดียวจบ และไปตามหาซื้อหนังสือทุกเล่มที่อ.ประเวศเขียน มีบูธบริษัทยานำปากกามาแจก ผมเป็นนักกิจกรรม เป็นหัวหน้าชั้นปี ประธานชมรมแพทย์รามาฯ ผมใช้หนังสือที่อ.เขียนเป็นคู่มือแสวงหารากฐานของชีวิต ทำให้นึกถึงพระไพศาล วิสาโล ทำอย่างไรให้เราเติบโตจากด้านใน โดยเฉพาะได้ซึมซับความทุกข์ของคนอื่นจากการทำหน้าที่อาสาสมัคร นักศึกษาแพทย์ฝึกงานที่รพ.จ.น่าน ต้องการPortfolio เข็นเปลคนไข้ วัดความดันโลหิต ซักถามประวัติคนไข้และบันทึก ทำให้เห็นถึงคุณค่าที่มีส่วนร่วมใช้หัวใจความเป็นมนุษย์มอบให้กับสังคม”
ระบบบริหารทางการแพทย์ที่ดีได้ต้องทำระบบบริหารให้ดีเพื่อคนเดินตาม ถ้าส่งต่อด้วยกิเลสแล้วคนวิ่งตามกิเลส ไม่มีทางจะได้ดีจนเราพอใจ ถนนการแพทย์ต้องใช้หัวใจเป็นความรู้ เป็นตัวผลักดันให้เกิดความสุข ส่งไม้ต่อเติมเต็มหลายโครงการ “ผมทำงานอยู่รพ.ชุมชน15ปี เมื่อเราพบคนยากลำบาก เราอยากทำสิ่งที่ดีงามก็จะงอกเงย สอดคล้องกับโจทย์สำคัญของประเทศไทย ที่คนในรพ.เยียวยาจิตใจ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เราจะได้มีสุขภาวะทางปัญญา ช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่าได้อย่างไร โดยเฉพาะคนไทยมีหัวใจความเป็นมนุษย์ ด้วยการสร้างระบบที่ดีทางการแพทย์ มีการมอบรางวัลให้กับอาสาสมัครที่เป็นต้นแบบในโรงพยาบาลต่างๆ”
งานพัฒนาระบบอาสาสมัคร ยังเป็นกลไกเชื่อมต่อระหว่างโรงพยาบาลกับผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ ช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้ระบบบริการสุขภาพมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาล ช่วยเยียวยาและบรรเทาความทุกข์ทางใจของผู้ป่วย เป็นการเติมเต็มระบบสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ จากทำงานที่ผ่านมา ได้ส่งเสริมให้เกิดอาสาสมัครวัยเรียน วัยทำงาน และวัยเกษียณ 10,000 คน อำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาลต้นแบบ 7 แห่ง ทั้งนี้ ในปี 2569 สสส. ตั้งเป้าขยายผลระบบอาสาสมัครในโรงพยาบาลสังกัด สธ. และกทม. 10 แห่ง และปั้นอาสาสมัครในระบบโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น3,000คน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย ลดภาระงานบุคลากรด่านหน้าทางการแพทย์ และสร้างให้เกิดบรรยากาศที่ดีในโรงพยาบาลต่อไป
การสร้างระบบอาสาสมัครในองค์กรแพทย์

นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ รองประธานมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา เปิดเผยว่า เป็นเวลา40ปีที่ได้ทำงานกับพระไพศาล วิสาโล เครือข่ายพุทธิกา ทำให้รู้ว่าความสงบเย็นมีประโยชน์ ชีวิตสมดุล เป็นการเติบโตจากภายในได้มองเห็นตัวเอง ขยายวงออกไปถึงคนรอบข้างด้วย อาสาสมัครทำงานในรพ. อยู่กับผู้ป่วยติดเตียงระยะสุดท้ายมานาน หมอเคน นพ.วุฒิพงษ์ ฐิรโฆไท ประธานคณะทำงานจิตอาสา สถาบันประสาทวิทยา เปิดประตูให้เราได้เรียนรู้อาสาสมัครต้นแบบทำงานอย่างมีสติ แบ่งปันเกื้อกูล นำร่องในหลายรพ.ขณะนี้และขยายผลไปทุกรพ.
บทบาทและหน้าที่ที่สำคัญของงานอาสาสมัคร คือการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการรักษาแก่ผู้ป่วยและญาติ รวมถึงการถอดบทเรียนการปฏิบัติงาน เพื่อสะท้อนปัญหา ข้อเสนอแนะ และแนวทางปฏิบัติร่วมกันกับโรงพยาบาล ซึ่งการขับเคลื่อนระบบการบริหารจัดการอาสาสมัครในโรงพยาบาล มีแนวทางที่สำคัญ 3 ด้าน 1.เปิดรับอาสาสมัคร ต้องมีระบบการคัดกรองผู้สมัครเพื่อให้ได้ผู้ที่มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจมาร่วมปฏิบัติงาน 2.เตรียมความพร้อมอาสาสมัคร ผ่านการฝึกอบรมทักษะการรับฟังและทักษะการสื่อสารเพื่อสานสัมพันธ์ 3.พัฒนาให้เกิดแกนนำอาสาสมัคร เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้กับอาสาสมัครหน้าใหม่ และช่วยประสานงานกับทางโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด
“สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา(สำนัก11) ร่วมจัดเวทีShowcase งานอาสาอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาลในครั้งนี้ จะมุ่งนำเสนอผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจในการขยายผลงานอาสาสมัครไปสู่โรงพยาบาลในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งมูลนิธิฯ มีองค์ความรู้และระบบสนับสนุนที่เกิดจากการปฏิบัติจากโรงพยาบาลต้นแบบ 7 แห่ง ได้แก่ 1.สถาบันประสาทวิทยา 2.โรงพยาบาลราชวิถี 3.โรงพยาบาล ตากสิน 4.โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี 5.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ 6.โรงพยาบาลรามาธิบดี 7.โรงพยาบาล วชิรพยาบาล สำหรับหน่วยงานที่สนใจนำระบบอาสาสมัครไปใช้ในองค์กร สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://budnet.org/” นายวีรพงษ์ กล่าว

จองคิวจิตอาสาด้วยความพึงพอใจ
นพ.วุฒิพงษ์ ฐิรโฆไท ประธานคณะทำงานจิตอาสา สถาบันประสาทวิทยา ชี้แจงว่า ทุกวันนี้มีคนไข้นอกวันละ2,000คนที่สถาบันประสาทวิทยา ที่นี่ยังเป็นต้นแบบในการนำร่องระบบอาสาสมัครเข้ามาสนับสนุนภารกิจดูแลบริการผู้ป่วยนอก มีการจัดตั้งคณะทำงานจิตอาสา เพื่อการบูรณาการความร่วมมือการทำงานกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในการออกแบบระบบและขั้นตอนการอำนวยความสะดวกผู้ป่วยอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งผลลัพธ์จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พบว่า ผู้ใช้บริการโรงพยาบาลมีความพึงพอใจต่องานบริการผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นจาก 87.2% ในปี 2563 เป็น 93.73% ในปี 2567 ที่สำคัญ ยังพบว่าข้อร้องเรียนด้านบริการลดลงจาก 118 เรื่อง จากปี 2562 เหลือ 59 เรื่องในปี 2566 ความพึงพอใจที่เพิ่มขึ้นและจำนวนข้อร้องเรียนที่ลดลง สะท้อนความสำเร็จในการบูรณาการความรับผิดชอบและความช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลร่วมกันกับอาสาสมัครอย่างเป็นระบบและเข้มแข็ง
“เราต้องการอบรมจิตอาสาทำงานข้างเตียงคนไข้ติดเตียง คอยถามสารทุกข์สุขดิบ ให้คำแนะนำกับผู้ป่วยให้เกิดความสงบ ผู้ป่วยรู้สึกปลอดโปร่งขึ้น และมีความสุขมากขึ้น มีการถอดบทเรียนเจ้าหน้าที่ทำงานซ้ำๆต่อเนื่อง ทำให้เกิดอาการBurn Outโดยเฉพาะมีข้อร้องเรียนจนเกิดความรู้สึกกดดันในการทำงาน เพราะตัวเจ้าหน้าที่เองก็มีปัญหาครอบครัว แต่เมื่อเข้ามาทำงานแล้วต้องลืมปัญหาของตัวเอง การมีจิตอาสาข้างเตียงเข้ามาแบ่งเบางาน เป็นการพัฒนางานแบบมีเครือข่าย รู้สึกมีความสุขและมีกำลังใจมากขึ้น คนไข้ก็มีความสุขขึ้น”
ทุกวันนี้มีจิตอาสาปฏิบัติงานมากกว่า4,000คน มีแกนหลักทำงาน80คน ได้รับการสนับสนุนจากรพ.ต่างๆมีพี่เลี้ยงให้การสนับสนุนอบรมจิตอาสา เป็นนิมิตหมายที่ดี คนไทยมีจิตใจดีงาม รพ.เปิดพื้นที่เพื่อเชิญชวนจิตอาสาเข้ามาอบรมความรู้ในการดูแลผู้ป่วย รู้คุณค่าในการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น งานจิตอาสาไม่ได้เป็นงานที่บังคับใจให้มาทำงาน แต่เกิดจากความสมัครใจ ไม่ได้มีการลงโทษแต่อย่างใด เมื่อเกิดความโกรธหรือไม่พอใจ ทำให้เกิดการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงภายในตัวเอง มีนักเรียนที่อยู่ในครอบครัวฐานะดี เข้ามาทำงานจิตอาสา ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากประสบการณ์เมื่อเจ็บป่วยเข้ารพ.เอกชนมาตลอด เมื่อเข้ามาเป็นจิตอาสาดูแลผู้ป่วยในรพ.รัฐ เห็นผู้ป่วยมารอคิวตั้งแต่ตีห้า รับรู้ถึงความป่วยไข้ มีส่วนร่วมกับโครงการปันกันอิ่ม สละเงินเพื่อให้ได้2อิ่ม ข้าว2จาน โครงการปันที่นอนให้ผู้ป่วย คนไข้หลายคนเดินทางมาจากต่างจว.จะได้มีที่พัก
ทำงานจิตอาสาตื่นเช้ายิ่งกว่าทำงานบริษัท
นายกนก เตชะพิเชษฐวนิช เจ้าของกิจการธุรกิจประกันชีวิต ทำงานจิตอาสาในรพ.ประสาทสัปดาห์ละ 1วัน เปิดเผยว่าเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราจะทำงานหาเงินจนจากโลกนี้ไปหรือ ไม่คิดจะทำงานจิตอาสาเพื่อประโยชน์สาธารณะ ได้ทำสิ่งดีๆในชีวิต พร้อมกับเปรียบเทียบว่าเวลาที่ตนเองสละเลือดให้กับกาชาด รู้สึกได้ถึงความสุขเมื่อมีจม.มาถึงที่บ้านว่าเลือดของท่านได้นำไปบริจาคให้คนไข้แล้ว หน้าที่การงานในโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไป การซื้อขายประกันชีวิตใช้เทคโนโลยี ผ่านทางออนไลน์ ไม่ต้องไปพบลูกค้า ในขณะที่สมัยก่อนต้องมีการพบปะกันซื้อขายประกันผ่านการเขียนบิล ถึงเวลาที่จะมาหาความหมายของชีวิต งานที่ไม่ได้มุ่งหวังกำไร เมื่อได้อ่านfbเครือข่ายพุทธิกาเมื่อเดือน8ปี67 ก็เป็นงานจิตอาสาที่ท้าทาย
“ผมต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเช้ามากๆเพื่อให้ทันกับคนไข้ที่มารอคิวแต่เช้าตรู่ ในช่วงทำงานผมถึงออฟฟิศสิบโมง งานจิตอาสาเป็นการให้คำแนะนำกับคนไข้เฉพาะทาง โรคพาร์กินสัน ด้วยการยึดหลักเราไม่ใช่หมอ หรือ พยาบาล เพียงแต่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้คนไข้ เพื่อให้เขารอพบแพทย์วินิจฉัยโรค ส่วนใหญ่แล้วคนไข้จะกังวล ไม่มีใครอยากป่วยโรคทางประสาท เมื่อมีความดันโลหิตสูงกินยา 1 เม็ด คนไข้กังวลว่าจะต้องเพิ่มยาสูงขึ้นไปอีก ก็ต้องอธิบายการดูแลตัวเองไม่ให้ป่วยมากขึ้น”
น.ส.แพรวา เอื้องโชคชัย อาสาสมัครอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาล กล่าวว่าปกติผู้ป่วยต้องรู้สึกทรมานและเจ็บปวดทางกายอยู่แล้ว เมื่อเดินทางมาโรงพยาบาลและไม่มีคนคอยแนะนำว่าต้องเริ่มต้นทำอย่างไร อาจทำให้รู้สึกไม่มีกำลังใจในการอยากเข้ารับการรักษา จุดนี้เลยทำให้ตัวเองอยากเป็นอาสาสมัคร เพราะถึงแม้จะช่วยให้ผู้ป่วยหายเจ็บป่วยทางกายไม่ได้ แต่สามารถช่วยดูแลทางใจได้ อาสาสมัครทุกคนพร้อมที่จะคอยช่วยเหลือคนป่วยให้ได้รับบริการที่สะดวกที่สุด และช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยได้เต็มประสิทธิภาพ การได้มาทำงานอาสาสมัครช่วยพัฒนาจิตใจของตัวเองด้วยกระบวนการสุขภาวะทางปัญญา ช่วยให้มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและคนในสังคมเพิ่มมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทุกภาคส่วนผนึกกำลัง! “ประธานรัฐสภา” หนุน สสส.สร้างสงกรานต์ปลอดภัย ดื่มไม่ขับ ลดอุบัติเหตุ “สว.ชิบ” แนะขับรถมีวินัยช่วยเซฟชีวิตและน้ำมัน
รัฐสภา - นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูล์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคณะฯ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและรณรงค์ในโครงการ “สงกรานต์ปลอดภัย ดื่มไม่ขับ ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ต่อสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความตระหนัก ลดอุบัติเหตุ ตรวจสอบความพร้อมของตนเองและรถ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 100 %
สสส. ย้ำสติคนไทย ‘‘ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง’’
สสส. ผนึกภาคีเครือข่ายทั่วไทย รณรงค์สงกรานต์ 2569 ‘‘ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง’’ ข้อความสั้นๆปลุกสติ หยุดพฤติกรรมเสี่ยง
เวทีสร้างสื่อ “รู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้า” จุดประกายจากห้าม..เป็น “ไม่อยากใช้”
ท่ามกลางวาทกรรมการตลาดที่พยายามทำให้สังคมเชื่อว่า “บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่า เลิกง่ายกว่า และไม่อันตรายเท่าบุหรี่มวน” ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์กลับชี้ไปอีกทางอย่างชัดเจนว่า
“เวทีอาหารสุขภาวะ 2569” สสส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืน ดัน “กินดี กินพอ กินหลากหลาย” รับมือวิกฤตอาหารโลก-ยกระดับนโยบาย-นวัตกรรมระบบอาหารตลอดห่วงโซ่
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่ ห้องไดมอนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านอาหารเพื่อสุขภาวะ จัดงาน “เวทีบูรณาการเครือข่ายอาหาร ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” หรือ Food for Health Forum 2026 ภายใต้แนวคิด
สสส. จัดมหกรรมครอบครัว 2026 ปลุกพลัง ‘‘ใกล้ใจ ไม่ไกลกัน’’
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน “มหกรรมครอบครัว หรือ FAM FESTIVAL 2026” ปีที่ 2
“วิกฤตอาหารนนทบุรี” สู่โจทย์ใหญ่สุขภาพคนเมือง
สถานการณ์ด้านอาหารของจังหวัดนนทบุรีกำลังส่งสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ เมื่อข้อมูลล่าสุดจากสภานโยบายอาหารนนทบุรีสะท้อนภาพ “วิกฤตซ้อนวิกฤต”

