
อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่ดูแข็งแกร่งที่สุดในหน้างานอย่างหมวกนิรภัย แท้จริงแล้วมีอายุการใช้งานและเสื่อมสภาพได้ตามปัจจัยแวดล้อม หลายคนมักเข้าใจผิดว่าตราบใดที่หมวกยังไม่แตก หรือหักก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ในความเป็นจริง วัสดุพลาสติกที่ผ่านการตากแดด ทนความร้อน หรือสัมผัสสารเคมีมาเป็นเวลานาน อาจสูญเสียคุณสมบัติในการซับแรงกระแทกไปโดยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การตรวจสอบสภาพความพร้อมของหมวกนิรภัยจึงเป็นวินัยสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตในยามเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน
- ตรวจสอบเปลือกนอกด้วยสายตาและสัมผัส
เปลือกนอกของหมวกนิรภัยทำหน้าที่กระจายแรงกระแทกจากวัตถุที่ตกลงมาใส่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการมองหารอยร้าว รอยบิ่น หรือรอยถลอกลึกที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน หากพบว่าพลาสติกเริ่มมีสีซีดจางกว่าปกติ หรือมีลักษณะผิวกรอบเป็นขุยเมื่อลองใช้เล็บขูด นั่นคือสัญญาณเตือนว่าโมเลกุลของพลาสติกเริ่มเสื่อมสภาพจากรังสี UV และความร้อนสะสม ซึ่งจะทำให้หมวกเปราะแตกง่ายเมื่อได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย
- ทดสอบความยืดหยุ่นของวัสดุ
วิธีเช็กแบบง่ายคือการใช้วิธีกดเปลือกหมวกนิรภัยเข้าหาตัวเล็กน้อย หากพลาสติกยังอยู่ในสภาพดีจะมีความยืดหยุ่นและคืนตัวได้ทันที แต่ถ้าได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะ หรือหมวกคืนตัวช้า แสดงว่าวัสดุหมดอายุการใช้งานแล้ว ไม่ควรนำไปใช้งานต่อในพื้นที่เสี่ยงเด็ดขาด
- ตรวจเช็กชุดรองใน อย่างละเอียด
หัวใจสำคัญของการซับแรงกระแทกไม่ได้อยู่ที่เปลือกนอกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ชุดรองใน ซึ่งทำหน้าที่เว้นระยะห่างระหว่างศีรษะกับตัวหมวก ต้องตรวจสอบจุดยึดทั้ง 4 หรือ 6 จุดว่ายังยึดติดแน่นหนา ไม่มีการฉีกขาดของสายพานผ้าหรือพลาสติก หากชุดรองในหย่อนยาน หรือขาดความยืดหยุ่น แรงกระแทกจะส่งตรงถึงกะโหลกศีรษะโดยตรง การเปลี่ยนชุดรองในใหม่ตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนดจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย
- สายรัดคางและตัวปรับระดับต้องทำงานได้จริง
ความปลอดภัยจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อหมวกนิรภัยยังคงอยู่บนศีรษะตลอดเวลาที่เกิดเหตุ สายรัดคางต้องไม่มีรอยเปื่อย หรือจุดที่รุ่ยจนใกล้ขาด และตัวล็อกต้องทำงานได้แม่นยำ ไม่หลุดง่ายเมื่อมีการขยับตัว สำหรับหมวกแบบปุ่มปรับหมุนควรลองหมุนเช็กดูว่าเฟืองยังล็อกตำแหน่งได้แน่นหนา ไม่ลื่นไถล เพื่อให้หมวกกระชับกับรูปศีรษะอยู่เสมอ
- สังเกตวันหมดอายุภายใต้ปีกหมวก
โดยทั่วไป หมวกนิรภัยจะมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ถึง 5 ปี นับจากวันที่ผลิต โดยสามารถตรวจสอบวันที่ผลิตได้จากสัญลักษณ์รูปนาฬิกา หรือตัวเลขที่ปั๊มจมอยู่ใต้ปีกหมวก หากพบว่าใช้งานมาจนเกือบครบกำหนด หรือผ่านการตกจากที่สูงและได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงมาแล้วแม้เพียงครั้งเดียว ควรเปลี่ยนใบใหม่ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดอายุ เพราะโครงสร้างภายในอาจเสียหายจนไม่สามารถปกป้องชีวิตได้อีกต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สว. สวมหมวกนิรภัย ยืนไว้อาลัยเหตุตึก สตง.ถล่ม พบรอยร้าวอาคารรัฐสภา ไม่กระทบโครงสร้าง
สว. ยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิต เหตุแผ่นดินไหว พร้อมแจ้งผลตรวจสอบอาคาร มั่นคง-ปลอดภัย พบรอยร้าวไม่กระทบโครงสร้าง พร้อมจัดอุปกรณ์ความปลอดภัยเตรียมพร้อมให้ สว.ใช้ระหว่างอพยพเมื่อมีภัยพิบัติ

