ส.บอลฯจับมือโคคา-โคล่า จัดแข่งลีกเยาวชนU17ยาว3ปี สานเป้าหมายบอลโลกU17

โคคา-โคล่า ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญครั้งแรก กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (FAT) เตรียมนำ “โค้ก® คัพ” กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งในปี พ.ศ. 2569 ในรูปแบบใหม่ คือการจัดการแข่งขันในลีกเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี หรือ U-17 ต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกันเปิดโอกาสให้นักฟุตบอลไทยรุ่นใหม่ได้มีโอกาสฝึกฝนและแข่งขัน เพื่อสานฝันสู่การเป็นตัวแทนนักกีฬาฟุตบอลไทยในการแข่งขันระดับโลก
 
ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนความเป็นมาอย่างยาวนานในการสนับสนุนฟุตบอลไทยของโคคา-โคล่า ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 ในโครงการ “โค้ก โก ฟอร์ โกล” ต่อเนื่องมาถึงการเปิดตัว “โค้ก® คัพ” ในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศที่จัดต่อเนื่องมาอีกร่วมสามทศวรรษ และกลายเป็นหนึ่งในลีกฟุตบอลเยาวชนที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย
 
เซลแมน คาเรกา ประธานภูมิภาคอาเซียนและแปซิฟิกตอนใต้ เดอะ โคคา-โคล่า คัมปะนี กล่าวว่า              
“โคคา-โคล่า ภูมิใจที่ได้สนับสนุนกีฬาฟุตบอลมาอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับประเทศและระดับโลก สำหรับประเทศไทย ฟุตบอลถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่คนไทยหลงใหลมาทุกยุคทุกสมัย ความร่วมมือกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในครั้งนีจึงตอความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนนักกีฬาเยาวชนและวงการฟุตบอลเยาวชนไทย ด้วยการนำ “โค้ก® คัพ” ลีกเยาวชน U-17 คืนสนามกลับมาอีกครั้งในปีหน้า เราดีใจที่ได้มีส่วนพัฒนานักกีฬาฟุตบอลไทยรุ่นใหม่และเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพ เพื่อทำตามความฝันของตนเองได้อย่างเต็มที่”
 
ด้าน"มาดามแป้ง"นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับ โคคา-โคล่า ประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะในระดับเยาวชน สำหรับ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เป็นหนึ่งในรุ่นที่ สมาคมฯ ให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะนอกจากเป็นช่วงอายุ ที่นักกีฬามีโอกาสเข้าสู่เส้นทางความฝัน คือ การเป็นนักกีฬาอาชีพแล้ว ยังสอดคล้องกับในระดับนานาชาติ หลัง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ปรับให้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ขึ้นต่อเนื่องในทุกปี การกลับมาของ “โค้ก คัพ” ในรูปแบบใหม่ จึงถือเป็นส่วนเติมเต็มสำคัญ ในเรื่องทรัพยากรของนักกีฬา และ เป็นประตูสู่โอกาสไปฟุตบอลโลก ของ ทีมชาติไทย มากยิ่งขึ้น”
 
“เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ฟุตบอลรายการ “โค้ก คัพ” ในฐานะลีกเยาวชนของประเทศไทย ในรุ่น U-17 จะเป็นมากกว่าทัวร์นาเมนต์การแข่งขัน แต่ออกแบบมาเพื่อพัฒนานักเตะเยาวชนอย่างแท้จริง โดยผสมผสานการแข่งขันที่เข้มข้นเข้ากับการฝึกซ้อมระดับมืออาชีพ เพื่อยกระดับทักษะและศักยภาพของเยาวชนที่เข้าร่วม และมีแนวทางที่ชัดเจนเพื่อให้เยาวชนไทยประสบความสำเร็จในระดับโลก โดย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ โคโค-โคล่า ประเทศไทย มีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันชัดเจน คือ ผลักดัน ทีมชาติไทย ในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี กลับสู่ฟุตบอลโลกอีกครั้ง นับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ทำได้ ในปี 1999 ที่ประเทศนิวซีแลนด์” 
 
ความร่วมมือในโครงการนี้มีระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2569 ถึง 2571 โดยในปี พ.ศ. 2569 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะจัดการแข่งขันรวม 195 นัด ประกอบด้วยทีมที่ผ่านการคัดเลือก 192 ทีมจาก 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งคัดเลือกจากโรงเรียนและสถาบันที่ได้รับการรับรองจากสมาคมฯ เพื่อให้มั่นใจว่าเยาวชนที่มีความสามารถจะเข้าถึงการแข่งขันได้อย่างทั่วถึง โดย “โค้ก® คัพ” โฉมใหม่จะเริ่มจัดการแข่งขันระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมปี พ.ศ. 2569 ทีมที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจะได้รับเงินรางวัล 500,000 บาท นอกจากนี้ตลอดทั้งการแข่งขันจะมีการเฟ้นหานักเตะฝีเท้าดีเพื่อคัดเลือกเข้าสู่ทีมชาติ ซึ่งกระบวนการคัดเลือกจะใช้โมเดล T+MASC ของสมาคมฯ ควบคู่กับเทคโนโลยีกล้อง AI ขั้นสูง เพื่อติดตามผลงานและสนับสนุนการพัฒนาผู้เล่น โดยโครงการตั้งเป้าหมายที่จะพาทีมเข้ารอบในการแข่งขันเอเชียนคัพ และฟุตบอลโลก U-17 ในที่สุด 
 
ทั้งนี้ โคคา-โคล่า ประเทศไทย จะเป็นสปอนเซอร์หลัก ส่วนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะดำเนินงานด้านการบริหารจัดการลีกโดยรวม ซึ่งรวมถึงส่วนสำคัญคือการคัดเลือกและพัฒนานักเตะดาวรุ่งสำหรับทีมชาติไทย U-17
 
กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้รับผิดชอบในกิจกรรมการตลาด และสองบริษัทพันธมิตรผู้ผลิตและจำหน่าย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบ 63 จังหวัด ทั่วประเทศ และ บมจ. หาดทิพย์ รับผิดชอบใน 14 จังหวัดภาคใต้   
 
กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทยดำเนินงานเคียงคู่สังคมไทยมากว่า 75 ปี ในฐานะผู้นำในตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ นอกเหนือจากแบรนด์ โคคา-โคล่า แล้วผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ยังประกอบไปด้วย “โค้ก”, “แฟนต้า”, “สไปรท์”, “ชเวปส์”, “เอแอนด์ดับบลิว” รูทเบียร์ รวมถึงน้ำส้ม “มินิทเมด สแปลช”, “มินิทเมด พัลพิ”, “น้ำดื่มน้ำทิพย์”, และ “ชเวปส์" มิกซ์”   

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โคคา-โคล่า'จัดฟุตบอลคลินิก เสริมทักษะเยาวชน สร้างอนาคตฟุตบอลไทย

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ จัดกิจกรรม ฟุตบอลคลินิก “เสริมทักษะเยาวชน สร้างอนาคตฟุตบอลไทย” ณ สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้แคมเปญ FIFA WORLD CUP™ TROPHY TOUR BY COCA-COLA ที่ได้นำถ้วย FIFA World Cup Trophy ของจริง มาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ กิจกรรมฟุตบอลคลินิกเปิดโอกาสให้นักฟุตบอล เยาวชนไทยได้สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้ทักษะการเล่นฟุตบอลจากนักฟุตบอลระดับโลก เพื่อจุดประกาย ความฝันก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ

ถ้วยบอลโลก'FIFA World Cup™ Trophy' ถึงไทยแล้ว'โคคา-โคล่า'ชวนชมใกล้ชิด 24ม.ค.นี้วันเดียว

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดโมเมนต์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ต้อนรับการเดินทางมาถึงของถ้วยฟุตบอลโลก FIFA World Cup Trophy ของจริง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ก่อนเปิดโอกาสพิเศษให้แฟนฟุตบอลชาวไทยได้ยลโฉมถ้วยฟุตบอลโลกของจริงอย่างใกล้ชิดในวันที่ 24 มกราคมนี้ ภายใต้แคมเปญระดับโลก FIFA World Cup™ Trophy Tour by Coca-Cola

ครั้งแรกในรอบ9ปี ส.บอลฯจัดประชุมใหญ่ 'AFF Congress2025'ที่ชะอำ 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำโดย "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 32 (AFF Congress 2025) ของ สหพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน ณ ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 โดยถือเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ที่ประเทศไทย กลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง ต่อจากครั้งล่าสุดในปี 2559

ส.บอลฯจัด'Football Medicine 360°' ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ วงการลูกหนังไทย

"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อนุมัติโครงการจัดประชุมวิชาการ “Football Medicine 360°: Elevating Care, Performance & Unity” ให้แก่แพทย์และนักกายภาพจากสโมสรของไทยลีก เป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการแพทย์วงการลูกหนังไทย 

สมาคมฟุตบอลฯยืนยัน 'อิรัก-ฮ่องกง-ฟิจิ' ร่วมแข่งขันคิงส์คัพครั้ง51 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศยืนยัน ทีมชาติอิรัก อันดับ 58 ของโลก , ทีมชาติฮ่องกง อันดับ 147 ของโลก และ ทีมชาติฟิจิ อันดับ 150 ของโลก คือ 3 ทีม ที่ตอบรับเข้าร่วมศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 51 เป็นที่เรียบร้อย โดยเป็นเกมนานาชาติ International 'A' Match ตามปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ ระหว่างวันที่ 1-9 กันยายน 2568 

แฟนบอลไทยส่วนใหญ่มั่นใจ 'ทีมU17จะได้ไปบอลโลก จากโพลม.เกษมบัณฑิต

จากการที่นักฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีจะเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายระหว่างวันที่ 3 - 20 เมษายน 2568 ณ ประเทศซาอุดิอาระเบียเพื่อคัดเลือกตัวแทนจาก 8 ชาติของทวีปเอเชียไปแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ประเทศกาต้าร์นั้น เพื่อเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและสะท้อนมุมมองของประชาชนในมิติที่เกี่ยวกับโอกาสของทีมชาติไทย KBU SPORT POLLโดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่วมกับสถาบันการจัดการกีฬาเพื่อองค์กรกีฬา (WISDOM) จึงสำรวจคิดเห็นเรื่อง “ทีมชาติไทย U 17 กับโอกาสไปบอลโลก”