
11 ม.ค. 2569 – เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ตลาด อ.ต.ก. เขตจตุจักร กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรคภูมิใจไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทยหาเสียง
โดยการลงพื้นที่หาเสียงครั้งนี้ได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาด อ.ต.ก.เป็นอันมากโดยระหว่างเดินช่วยผู้สมัคร สส.หาเสียง ได้มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปตลอดทาง ช่วงหนึ่งมีประชาชนรายหนึ่งบอกว่า ได้ถ่ายรูปกับนายกฯแล้วรู้สึกขนลุก พร้อมกับพูดได้ว่า เบอร์ 37 ๆ ขณะที่นายอนุทินยิ้มรับพร้อมกล่าวทันทีว่า “ได้ยินแล้วรู้สึกอิ่ม”
ขณะที่แม่ค้าในตลาดบางส่วนตะโกนว่า “นายกฯคะหนูยังไม่ได้ 2,000 เลยค่ะ คราวที่แล้วลงทะเบียนไม่ทัน เขาบอกว่าให้รอหลังปีใหม่จะได้ ซึ่งนโยบายคนละครึ่งดีมากค่ะ” นายเอกนิติจึงตอบว่า “เดี๋ยวจะรวมโครงการมานะครับ” ทำให้ประชาชนตอบกลับว่า “เลือกเลยค่ะ”
นอกจากนี้ แม่ค้าในตลาดส่วนใหญ่ที่ได้เจอกับนางศุภจี ได้บอกว่า ดีใจที่ได้เจอ พร้อมกับเข้ามาห้อมล้อมขอถ่ายภาพตลอดทางเดิน โดยมีรายหนึ่งบอกว่า “ชอบก็เพราะคุณศุภจี เลือกก็เพราะคุณศุภจี เพราะคุณศุภจีเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก จะเป็นกำลังใจให้”ทั้งนี้ นายอนุทินและคณะยังได้ซื้อน้ำมะนาวพันธุ์น้ำหอมกิน โดยบอกว่า รสชาติอร่อย ไม่หวาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเดินหาเสียงที่ตลาด อ.ต.ก.เสร็จสิ้น นายอนุทินและคณะยังได้ถือโอกาสรับประทานอาหาร กลางวันที่ตลาด อ.ต.ก.ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'มาร์ค' ทิ้งระเบิดใส่ 'ภท.-ปชน.' ท้า 'อนุทิน' กล้าประกาศไม่จับมือ 'พท.-ปชป.' หรือไม่
‘อภิสิทธิ์’ทิ้งระเบิดใส่ ภูมิใจไทย-ประชาชน เย้ยหากพูด จะเป็นฝ่ายค้านหลังเลือกตั้ง ยันไม่ปิดประตูจับมือเพื่อไทย แต่หากระบอบทักษิณยื่นมือเข้ามา งับมือขาดทันที ขอเสียงอนุรักษ์นิยมฯ เทใจให้พรรคสีฟ้า บอกจะไม่ยอมอีกแล้วให้เอาสถาบันฯ มาสร้างความแตกแยก
อ่านสนามเลือกตั้ง 2569 ผ่านนิด้าโพล พรรคส้มแผ่ว ภูมิใจไทยแรง!
การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มถูกจับตาอย่างจริงจังมากขึ้น ตัวเลขจากโพลหลายสำนักถูกหยิบมาอ้างอิงแทบทุกวัน ทั้งในรายการโทรทัศน์และบน

