อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาส่องอนาคตเลือกตั้ง 2569 ปมบาร์โค้ดบัตรสีชมพู!

25 ก.พ.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ส่องอนาคตเลือกตั้ง 2569: เมื่อ "บาร์โค้ด" บนบัตรสีชมพู อาจทำลายหลัก "ความลับ" จนการเลือกตั้งเป็นโมฆะ!” ระบุว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประเด็นที่กลายเป็น "ระเบิดเวลา" ทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดคือการปรากฏของ บาร์โค้ด (Barcode) หรือรหัสตรวจสอบบนบัตรเลือกตั้งสีชมพู (สส. แบบบัญชีรายชื่อ) ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าสามารถ "สาวลึก" ไปถึงข้อมูลตัวตนของผู้ลงคะแนนได้

1.ถอดบทเรียนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2561: "ลับ" แบบมีเงื่อนไข

หากย้อนดู คำวินิจฉัยที่ 3/2561 ศาลรัฐธรรมนูญเคยพิจารณาว่าการให้คนอื่นช่วยคนพิการลงคะแนนนั้น "ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ" ตามมาตรา 27 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ (CRPD) ข้อ 29 (เอ) โดยวางหลักการไว้ว่า:

• เจตจำนงเหนือวิธีการ: การที่ความลับรั่วไหลไปยัง "ผู้ช่วย" ไม่ถือว่าเสียระบบ ตราบเท่าที่เป็นไปตามเจตนาของผู้ลงคะแนน

• เกณฑ์การเปิดเผย: ศาลเน้นว่า "ตราบใดที่ไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ" ก็ยังถือว่าลับ แต่รัฐต้องกำหนดมาตรการที่ชัดเจนและเด็ดขาดเพื่อคุ้มครองสิทธิของคนพิการ (และผู้สูงอายุ)

แต่! กรณีบาร์โค้ดในปี 2569 นั้น ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะในคดี 3/2561 เป็นการยกเว้นเพื่อ "ช่วยผู้ด้อยโอกาส" แต่กรณีบาร์โค้ดทั่วไป เป็นการ "สอดแนม" โดยระบบที่ประชาชนไม่ได้ยินยอมและไม่ได้ร้องขอ!

2.บรรทัดฐานสากลและการคุ้มครองสิทธิ (CRPD & International Standard)

• CRPD ข้อ 29 (เอ): อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการระบุชัดว่า รัฐต้องประกันสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน แม้จะมีผู้ช่วย แต่ระบบหลักต้องคงความเป็นส่วนตัวไว้

• บทเรียนจากเยอรมนี (2009): ศาลรัฐธรรมนูญเยอรมันเคยสั่งระงับการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ เพราะระบบ "ซับซ้อนเกินกว่าประชาชนทั่วไปจะตรวจสอบได้ด้วยตาเปล่า" และเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงรหัสลับ

• บทเรียนจากอินเดีย: ศาลสูงสุด (ในคดี Anoop Baranwal v. Union of India) ย้ำว่า ความลับคือ "หัวใจ" หากผู้สิทธิเลือกตั้งรู้สึกว่ารัฐรู้ว่าเขาเลือกใคร เขาจะสูญเสียเสรีภาพในการตัดสินใจทันที (Chilling Effect)

3.จุดตายทางกฎหมาย: ทำไม "บาร์โค้ด" ถึงอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ?

หากคดีนี้ถูกส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ศาลจะวินิจฉัยว่า "การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ" ด้วยเหตุผลดังนี้:

1. การทำลายหลักความเชื่อมั่น (Loss of Secrecy): แม้รัฐจะอ้างว่าไม่เปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ (ตามแนวทาง 3/2561) แต่การที่ระบบสามารถ "Match" รหัสบัตรเข้ากับ "ลำดับที่ในบัญชีสิทธิ" ได้นั้น ถือว่าความลับได้สูญเสียไปแล้วในทางเทคนิคตั้งแต่วินาทีที่เข้าคูหากาบัตร

2.ขัดเจตนารมณ์มาตรา 83 (ที่แก้ไขใหม่): รัฐธรรมนูญบัญญัติให้การออกเสียงต้องเป็นไปโดย "ตรงและลับ" คำว่าลับในที่นี้หมายถึง "ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ทั้งในระหว่างและหลังการลงคะแนน" หากบาร์โค้ดเชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้ ก็เท่ากับเป็นการเลือกตั้งแบบเปิดเผยในทางอ้อม ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 83 เพราะมันทำลายหลักการ "ความปราศจากความเกรงกลัว (Free from fear)" ซึ่งเป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตย

3.ความไม่ได้สัดส่วน (Disproportionality): การใช้บาร์โค้ดระบุตัวตนไม่มีความจำเป็นต่อการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต เพราะสามารถใช้รหัสคุมเล่มหรือรหัสเขตแทนได้ การเลือกใช้รหัสระบุตัวบุคคลจึงเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต

4.คาดการณ์คำวินิจฉัย: "Set Zero" บัญชีรายชื่อ!

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามแนวทางข้างต้น ผลกระทบที่จะตามมาคือ:

1.การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย: เฉพาะในส่วนของ สส. แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) เนื่องจากกระบวนการลงคะแนนขัดต่อหลักการพื้นฐานในรัฐธรรมนูญ

2.สั่งจัดการเลือกตั้งใหม่: ศาลมีอำนาจสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ทั่วประเทศ โดยต้องใช้บัตรเลือกตั้งแบบใหม่ที่ไม่มีรหัสเชื่อมโยงตัวตนใหม่!

3.ความเสียหายด้านงบประมาณ: กกต. อาจต้องรับผิดชอบต่อความยุ่งยากและงบประมาณที่เสียไปจากการออกแบบบัตรที่ขัดต่อหลักลงคะแนนโดยลับ (ส่วนความผิดทางอาญา ก็ตัวใครตัวมัน)

บทสรุป

"ความลับ" ในการเลือกตั้งไม่ใช่แค่เรื่องของการปิดบังข้อมูล แต่มันคือ "เกราะป้องกัน" ที่ทำให้ประชาชนกล้าตัดสินใจตามอุดมการณ์โดยไม่ต้องกลัวการเช็กบิลภายหลัง หากบาร์โค้ดบนบัตรสีชมพูทำลายเกราะนี้ลง การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ย่อมไม่อาจเรียกว่าเป็นการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปริญญา' จี้ถาม กกต.ทำลายบัตรเลือกตั้งถูกระเบียบหรือไม่

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul พร้อมภาพข่าว  [ กางระเบียบเลือกตั้งเกี่ยวกับการทำลายบัตรเลือกตั้ง: บัตรเลือกตั้งที่เหลือทำลายหมดแล้ว จึงต้องพิมพ์ใหม่ ถูกระเบียบหรือไม่? ]

จับตา! ตอนจบภาคสอง คดีปริศนาบัตรเลือกตั้งมรณะ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จบครับ นักสืบปัวโรท์ ดร.เรือบิน กับ โคนัน ธนารัตน์ เฉลยคดีปริศนาบัตรมรณะ เป็นที่เรียบร้อย

โบว์ ณัฏฐา มั่นใจเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นโมฆะ บอก 'กกต.' ได้บทเรียน จัดเลือกตั้งในอนาคตจะดีขึ้น

การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ ทุกฝ่ายไม่ต้องไปกังวลหรือคาดหวังให้วุ่นวายใจ อย่างไรศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีทางทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ แต่การจัดการเลือกตั้งในอนาคตจะดีขึ้นแน่ เพราะ กกต.น่าจะได้บทเรียนแล้ว

'ปชน.' ดาหน้าถล่ม กกต. บัตรเลือกตั้งไม่มีเลขต้นขั้ว สะท้อนชัดยอมรับเลือกตั้ง 8 ก.พ.มีปัญหา

ปชน. ด่าหน้าซัดกกต. ยอมรับโดยพฤตินัยแล้วว่า การใช้บัตรเลือกตั้งที่มี Barcode ที่สอบกลับได้ถึงผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง นั้นอาจไม่ถือว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งโดยลับ ซึ่งเป็นการละเมิดมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ