
กสม.ตรวจเยี่ยม 6 สถานที่ควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยในจังหวัดชายแดนใต้ - ถก กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า หวังเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชน
20 ก.ค.2565 - ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคใต้ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และนายสุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา กสม.ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก แต่มีแนวโน้มการร้องเรียนลดลง เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีการละเมิดหรือสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคลผู้ถูกควบคุมตัวในสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นประเด็นที่ กสม. มีความห่วงกังวลและได้ประสานแนวทางตรวจสอบและแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 - 16 มิ.ย.2565 กสม. โดยนายสุชาติ เศรษฐมาลินี และ น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์ กสม. พร้อมด้วยที่ปรึกษา กสม. และเจ้าหน้าที่ สำนักงาน กสม.ส่วนกลาง และสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ได้เข้าตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 จำนวนทั้งสิ้น 6 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส โดยมี พล.ร.ต.วรพล สิทธิจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้แทน กอ.รมน. ภาค 4 ให้ข้อมูลสรุปวิธีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ณ ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี
จากการหารือร่วมกัน ทางผู้แทน กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ยินดีให้ความร่วมมือกับ กสม. เพื่อให้การตรวจสอบคำร้องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเกี่ยวเนื่องกับคดีความมั่นคงมีความรวดเร็วมากขึ้น และเสนอให้มีการสัมมนาประจำปีเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายความมั่นคง
สำหรับผลการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวบุคคลเพื่อซักถามทั้ง 6 แห่ง นั้น ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเห็นถึงพัฒนาการของหน่วยงานแต่ละแห่ง อย่างไรก็ตาม คณะตรวจเยี่ยมได้ให้ข้อเสนอแนะบางประการเพื่อให้หน่วยงานรับไปพิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติม เช่น ควรมีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวระหว่างการควบคุมตัวและซักถาม โดยต้องจัดเก็บข้อมูลในอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการบันทึกในระยะเวลาที่นานเพียงพอต่อการตรวจสอบ ควรมีการปรับปรุงสภาพภายในห้องพักของผู้ต้องสงสัยให้เหมาะสมมากขึ้น และการตรวจร่างกายบุคคลต้องสงสัย ควรใช้แพทย์จากโรงพยาบาลที่ไม่ใช่ของสถานที่ควบคุมตัวหรือหากเป็นไปได้ ควรมีความเห็นที่สองทางการแพทย์ด้วย เป็นต้น ทั้งนี้ คณะตรวจเยี่ยมได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย กับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกควบคุมตัว
“ที่ประชุม กสม. ด้านคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2565 ได้รับทราบรายงานผลการหารือและตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวบุคคลเพื่อซักถามในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ดังกล่าวแล้ว โดยเห็นว่ากระบวนการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวจะเป็นกลไกที่สำคัญในการเข้าถึงข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ตลอดจนสามารถสร้างความตระหนักและส่งเสริมความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นได้ในสถานที่ควบคุมตัวของรัฐ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กสม. ชี้ 'คดีตากใบ' ล่าช้าจนหมดอายุความ-ละเมิดสิทธิ แนะแก้กม.ทำผิดไม่มีวันสิ้นอายุความ
กสม. เผยการดำเนินคดีสลายการชุมนุมที่'ตากใบ' ล่าช้าจนหมดอายุความ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน แนะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาให้คดีร้ายแรงที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดไม่มีวันสิ้นอายุความ
'กสม.' ชี้โรงไฟฟ้าหงสาในลาว เสี่ยงก่อมลพิษข้ามแดนกระทบน่าน
กสม. ชี้โครงการโรงไฟฟ้า–เหมืองถ่านหิน 'หงสา' ในลาว เสี่ยงสูงก่อมลพิษข้ามพรมแดนกระทบชาวน่าน จี้บริษัทเอกชน–กฟผ.ใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูงสุด ติดตั้งระบบตรวจวัดสารปรอท 24 ชม.
กสม.จี้หน่วยงาน จ.สระบุรี เร่งแก้ปัญหางานออกส.ป.ก. 4-01 ทับที่ป่าสงวนในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก
'กสม.' ชี้กรณีหน่วยงานออกหนังสือ ส.ป.ก. 4-01 ทับที่ป่าสงวนในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กว่า 40 ปี กระทบสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน แนะเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อน
นายกฯ สั่งกลางดึกให้ ศอ.บต.เร่งเยียวยาเหตุระเบิด 11 จุด
นายกฯ สั่งการกลางดึกให้เลขาธิการศอ.บต.เร่งเยียวยาจากเหตุระเบิด 11 จุดปั้มน้ำมัน ภาคใต้โดยด่วน
กสม. ชี้โครงการรื้อฝายเก่า 3 แห่ง จ.เชียงใหม่ ละเมิดสิทธิ แนะรับฟังความเห็นปชช.เพิ่มเติม
กสม. เผยผลการตรวจสอบโครงการรื้อฝายพญาคำ ฝายหนองผึ้ง และฝายท่าวังตาล จ.เชียงใหม่ ชี้เสี่ยงละเมิดสิทธิเกี่ยวกับน้ำและสิทธิทางวัฒนธรรม แนะจัดรับฟังความเห็นประชาชนเพิ่มเติม
ไปไกล! กสม.ออกแถลงการณ์ปม 'ไอซ์ รักชนก-ลูกหญิงหน่อย'
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์

