อุ๊ต๊ะ! 'ก้าวไกล-สามนิ้ว' ร่วมงานกรุงเทพกลางแปลง เคลื่อนไหวสมรสเท่าเทียม

28 ก.ค.2565 - เพจเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล - Move Forward Party โพสต์ภาพและข้อความว่า ก้าวไกลร่วมกิจกรรมดู 'รักแห่งสยาม' รณรงค์ #สมรสเท่าเทียม นับถอยหลัง 9 เดือน สมรสเท่าเทียมผ่านแน่

ในกิจกรรมกรุงเทพกลางแปลง ที่ฉายหนังเรื่อง “รักแห่งสยาม” ณ ลานกิจกรรมสยามสแควร์ เขตปทุมวัน กทม. พรรคก้าวไกล นำโดย ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat เตอร์ ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ - Nateepat Kulsetthasith และ พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu เข้าร่วมกิจกรรมดูหนังกลางแปลงและรณรงค์ความคืบหน้ากฎหมายสมรสเท่าเทียม

ธัญวัจน์ กล่าวว่า สาเหตุที่เรามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ด้านหนึ่งเพื่อรณรงค์ความคืบหน้ากฎหมายสมรสเท่าเทียมที่สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการไปแล้วและกำลังพิจารณาอยู่ในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งบรรยากาศในกรรมาธิการหรือแม้แต่กับ ส.ว. เอง ต่างให้การตอบรับที่ดีกับร่างกฏหมายฉบับนี้ และเราเชื่อว่าถ้าบรรยากาศการทำงานยังเป็นแบบนี้ต่อไป คนไทยจะได้ทั้งกฎหมายสมรสเท่าเทียม และ พ.ร.บ. คู่ชีวิต ผ่านสภาไปด้วยกัน

“ภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยาม ถือว่าเป็นหนังที่มาก่อนกาล ในช่วงเวลาที่หนังฉายภาพ ความปรารถนาดีและความรู้สึกดีๆ ระหว่างคนสองคนที่เป็นเพศสภาพเดียวกันยังไม่มีคำอธิบายและได้รับการยอมรับจากสังคม ทำให้ความรู้สึกดีๆ ของคนทั้ง 2 คนต้องจบลง แต่ในวันนี้ ที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมเข้าใกล้ความเป็นจริง มันคือการทำให้คู่รัก LGBTQ+ มีสิทธิ์ที่จะอยู่ในความสัมพันธ์ที่เติบโตและสร้างชีวิตที่ดีขึ้นร่วมกันในความเป็นครอบครัวเดียวกัน”

ความเห็นนี้สอดคล้องกับพริษฐ์ ที่บอกว่า หลังผ่านมา 16 ปีที่ภาพยนตร์รักแห่งสยามออกฉายเป็นครั้งแรก ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศในสังคมไทยมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องยอมรับว่าถึงสังคมจะตื่นตัวมากแค่ไหน แต่ถ้ากฎหมายไม่ปรับตามความก้าวหน้าของสังคม แล้วก็ไม่อาจพูดได้ว่า คนทุกคนมีความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง กฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นกฎหมายที่เรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่เป็นเครื่องหมายว่าคู่รักทุกคู่มีสิทธิ์ที่จะรักและสร้างสถาบันครอบครัวร่วมกันได้ แต่จะนำไปสู่สิทธิและสวัสดิการอื่นๆ ที่จะมีร่วมกันเช่น การรับบุตรบุญธรรม การรับสวัสดิการ การจัดการทรัพย์สิน การเซ็นให้กันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ

“บทสรุปของหนังที่เราอยากเห็นคือโต้งและมิว สามารถรักกันและใช้ชีวิตคู่กันได้ในประเทศนี้เหมือนคู่รักชาย-หญิง ซึ่งต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกฏหมายและค่านิยมสังคม” พริษฐ์กล่าว

ด้านณธีภัสร์ ได้พูดถึงความคืบหน้าของการพิจารณากฎหมายสมรสเท่าเทียมโดย คาดว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมจะจบชั้นกรรมาธิการในเดือนตุลาคมและจะเข้าสภาผู้แทนราษฎรวาระ 2-3 เพื่อผ่านกฎหมายในเดือนพฤศจิกายนหลังเปิดสมัยประชุมหน้า และคาดว่าจะเข้าพิจารณาในวุฒิสภาในต้นปีหน้า

“ถ้ากฎหมายนี้ผ่านทุกด่าน คนไทยจะได้สมรสเท่าเทียมไม่เกินเมษายนปีหน้าแน่นอนครับ” ณธีภัสร์กล่าวทิ้งท้าย

สื่ออิเล็กทรอนิกส์ของพรรคก้าวไกลนี้ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ปี พ.ศ.2565 ผลิตโดย บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด จำนวนที่ผลิต 1 ชิ้น งบประมาณ 5,000 บาท ผลิตวันที่ 28 กรกฎาคม 2565

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบคำร้องยื่นศาลฎีกา คดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล แก้ม.112 จับตาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีกล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยก่อนหน้านี้คณะก

ศาลลงโทษหนัก! คุก 1 ปี 'นครชัย' อดีต สส.ส้ม มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ศาลจำคุก 'นครชัย ขุนณรงค์' อดีต สส.ระยอง 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีเคยติดคุก ขาดคุณสมบัติ-เเจ้งความเท็จ ลงสมัครเลือกตั้งปี 66 ชี้มิให้เป็นเยี่ยงอย่างบุคคลอื่น ก่อนให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์

'ชัชชาติ' เผยยังไม่ตัดสินใจชิงผู้ว่าฯกทม. สมัย 2 มอง 'มัลลิกา' ลงสมัครเป็นเรื่องที่ดี

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า สำหรับตนยังไม่ได้ตัดสินใจ และยังไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจ