ปลุกต้านกฎหมายควบคุมสังคม! หัวหน้าพรรคสามัญชน กาหัว บิ๊กเอ็นจีโอสายล็อบบี้ เข้าแถวคั่วเก้าอี้ ครม.ประเคน

แฟ้มภาพ

ขบวนการเอ็นจีโอฝุ่นตลบ หัวหน้าพรรคสามัญชน ปลุกต้านกฎหมายต้อนเอ็นจีโอ ประชาสังคม สยบใต้อำนาจรัฐ  ชี้ส่งผลให้รัฐบาลสยายปีกปราบสิทธิ เสรีภาพ ขยายอาณาเขตควบคุมประชาชนเคลื่อนไหวรวมตัวส่งเสียงปฎิรูปสถาบัน   ดักคอสายล็อบบี้ เหยียบหัวประชาชน ประแป้งนั่งตำแหน่งเป็นเครื่องมือรัฐ

9 ม.ค.2565 – นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก   ระบุ คนที่ควรออกมาเป็นแนวหน้าคัดค้าน ‘ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ….’ มากที่สุด ก็คือ เอ็นจีโอ ประชาสังคม นักกฎหมายและนักวิชาการที่สนับสนุนรัฐประหารนั่นแหละ

ใครบ้างที่ตะโกนไชโยลั่นในวันที่ทหารยึดอำนาจทักษิณเมื่อ 19 กันยายน 2549 และยึดอำนาจยิ่งลักษณ์เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557, ใครบ้างที่สะใจกระหายเลือดที่พี่น้องเสื้อแดงถูกล้อมปราบฆาตกรรมกลางถนนในกรุงเทพเมื่อปี 2553, ใครบ้างที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ (รวมทั้งพวกที่อยู่เบื้องหลัง วิ่งเต้นประสานงานและเชียร์ด้วย) เพื่อค้ำจุนให้อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯต่อไปหลังการล้อมปราบฆาตกรรมเสื้อแดงกลางถนนในกรุงเทพเมื่อปี 2553, ฯลฯ คนเหล่านั้นนั่นแหละที่ควรออกมาเป็นแนวหน้าคัดค้าน

ส่วนใคร (รวมทั้งตัวเองด้วย) ที่เปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว หรือไม่ใช่ตามที่กล่าวหา ก็ขออภัย

เพราะคนเหล่านี้เป็นคนกลุ่มเดียวกัน ทั้งหน้าเดิมที่อยู่มาตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหาร 2549 และหน้าใหม่ ๆ ที่เข้ามาในแวดวงหลังรัฐประหาร 2549 มีทั้งวัยอาวุโส วัยกลางคนและวัยหนุ่มสาว ที่มีกระแสธารความคิดเป็น ‘ปฏิปักษ์ประชาธิปไตย’ อย่างต่อเนื่องมาจนถึงการผลักดัน ‘ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. ….’ ฉบับที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมายกว่าหมื่นรายชื่อ (เป็นการเสนอร่างกฎหมายเพื่อพัฒนาประชาสังคมให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการเสนอให้รัฐตั้งกองทุนการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาสังคม

ภายใต้บรรยากาศการกดปราบสิทธิและเสรีภาพการชุมนุมและแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของประชาสังคมที่ออกมาเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์อย่างรุนแรง แต่กลุ่มคนผู้เสนอร่างกฎหมายกลับละเลยไม่สนใจใยดีต่อสภาวการณ์ความรุนแรงที่ประชาสังคมกำลังถูกกระทำเลย) จนกลายมาเป็น ‘ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ….’ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่งกลับมาให้ ครม. เผด็จการทหารประยุทธ์เห็นชอบเมื่อ 4 มกราคมที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่เอ็นจีโอ ประชาสังคม นักกฎหมายและนักวิชาการกลุ่มหนึ่งที่ชอบยืนเหยียบอยู่ส่วนบนของขบวนประชาชนมีส่วนทำให้เกิดขึ้น เป็นร่างกฎหมายที่เกิดจากพัฒนาการทางความคิดมายาวนาน อย่างน้อยก็นับตั้งแต่รัฐประหาร 2549 ว่าอยากทำให้ประชาสังคมซึ่งมีความอิสระปลอดจากการครอบงำของรัฐเข้ามาสังกัดรัฐ เป็นลูกที่แสนดีของรัฐ

ผลเสียหายที่เกิดขึ้น คือ ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายควบคุมเอ็นจีโอ แต่มันได้ขยายอาณาเขตเป็นกฎหมายควบคุมประชาชนทั้งหมดที่ประสงค์รวมกันเป็นกลุ่ม องค์กร ชมรม สมาคม สโมสร เครือข่าย สภา สมัชชา สมาพันธ์ ฯลฯ เพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อสงเคราะห์ ช่วยเหลือ บำเพ็ญประโยชน์ ประโยชน์สาธารณะ สร้างพลเมืองตื่นรู้และพักผ่อนหย่อนใจทั้งหลายแหล่ ไม่เว้นแม้กระทั่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกตัญญู ชมรมไพ่นกกระจอก เปตอง สนุกเกอร์ ฯลฯ

ที่ออกมาเรียกร้องเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าเอ็นจีโอ ประชาสังคม นักกฎหมายและนักวิชาการส่วนอื่นที่ไม่สนับสนุนรัฐประหารไม่ต้องออกมา ก็ขอชักชวนกันตรงนี้ให้ร่วมกันออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่ที่ต้องเรียกร้องเป็นพิเศษกับกลุ่มเอ็นจีโอ ประชาสังคม นักกฎหมายและนักวิชาการที่สนับสนุนรัฐประหารก็เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ยังสำนึกและละอายไม่มากพอต่อการกระทำผิดพลาดที่มีส่วนร่วมก่อขึ้น และยังกระทำความผิดพลาดต่อเนื่อง ยังเห็นผิดเป็นชอบ เมินเฉยต่อความเห็นอกเห็นใจและคำขอโทษ

ขอเรียกร้องเอาไว้ตรงนี้ว่า สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกในการต่อต้านกฎหมายฉบับนี้คือการชักชวนกันลงถนน ไม่ใช่เตรียมล็อบบี้ประแป้งแต่งตัวเพื่อเข้าไปเป็น (1) กรรมการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบของร่างกฎหมายตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ตามที่ ครม. มอบหมายกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับไปดำเนินการ และ (2) กรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ในสภาผู้แทนราษฎร

และหากมีข้อ (3) จะถือเป็นความเลวทรามที่เกินเยียวยา คือ การเข้าไปเป็น ‘กรรมการผู้แทนองค์กรไม่แสวงหากำไร’ และ ‘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ’ ใน ‘คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรไม่แสวงหากำไร’ ตามมาตรา 6 (3) และ (4) ของร่างกฎหมายฉบับนี้

ข้อ (1) และ (2) พอยอมได้ แต่ต้องเป็นกระบวนการหลังการประท้วงบนท้องถนนอย่างจริงจัง ให้เห็นผลแตกหักชัดเจนไปทางใดทางหนึ่งเสียก่อน ไม่ใช่การชุมนุมแบบปาหี่ และต้องได้รับฉันทามติจากขบวนประชาชนที่ชักชวนกันมาร่วมต่อสู้ ไม่ใช่ดำเนินการลับ ๆ ล่อ ๆ กันเองกับพวกไม่กี่คน

ส่วนข้อ (3) ยอมไม่ได้ นั่นเท่ากับหลอกลวงผู้คนให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ หรือเป็นบันไดเหยียบหัวขึ้นไป โดยโน้มน้าวผู้คนว่าร่างกฎหมายนี้ไม่มีความชอบธรรมใด ๆ ต้องล้มมัน แต่กลับไปอยู่ในโครงสร้างความไม่ชอบธรรมนั้นอย่างหน้าด้าน

ในเมื่อสังคมเป็นกระบวนการทางประวัติศาสตร์ที่ต้องทำให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นพัฒนาไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ที่ดีขึ้น สิ่งที่ควรทำอยู่เสมอในแวดวงของพวกเราภาคประชาชน คือ การวิพากษ์วิจารณ์ และสังคายนา ไม่ใช่สยบยอมอยู่กับระบบอาวุโส เพื่อนพี่น้อง พรรคพวก เสียจนทำให้แวดวงของพวกเราภาคประชาชนขาดความคิดสร้างสรรค์ ไร้กระบวนทัศน์ใหม่ ๆ กินบุญเก่า กลายเป็นพวกล้าหลังคลั่งชาติไปโดยปริยาย

การเคลื่อนไหวคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้จะเผยให้เห็นว่าเอ็นจีโอ ประชาสังคม นักกฎหมายและนักวิชาการใดที่ยังสนับสนุนรัฐประหาร สยบยอมต่อเผด็จการอำนาจนิยม ผลักให้ประชาชนลุกขึ้นสู้อยู่ข้างหน้าแต่ตัวเองอยู่ข้างหลังในพื้นที่ปลอดภัย และเอ็นจีโอ ประชาสังคม นักกฎหมายและนักวิชาการใด, ไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สส.ใหม่ ตบเท้ารับหนังสือรับรอง วันแรก 141 คน 

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 396 และให้สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.ดังกล่าว รับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งในวันที่ 26 -27 ก.พ. เวลา 08.30-16.30 น.

สภาฯ​ เร่งเตรียมสถานที่​รับรายงานตัวสส.ใหม่​ หลังกกต.จะรับรองผล​ 25 ก.พ.

สภาฯ​ เร่งเตรียมสถานที่​รับรายงานตัวสส.ใหม่​ หลังกระแสข่าวรับรองผล​ 25 ก.พ. ทำเจ้าหน้าที่เตรียมงานฉุกละหุก​ เหตุก่อนหน้านี้ประสานกกต.บอกจะรับรอง​ 15 มี.ค.​

ชวนให้คิด! 'หมอยง' ย้ำจริยธรรมอยู่สูงกว่ากฎหมาย คำตัดสิน 3 ศาลยังไม่เหมือนกัน

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต โพสต์เฟซบุ๊กว่า "จริยธรรมอยู่สูงกว่า กฎหมาย" ประเทศไทย มีกฎหมายจำนวนมาก มากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วหลายเท่า