
‘ชาญชัย’ งัดมาตรา 5 – แบบ สว.2 ผู้สมัครยินยอมเผยแพร่ จี้ กกต. เร่งเปิดข้อมูลผ่านเว็บไซต์ตามกฎหมายกำหนด ชี้ช่องประชาชนร่วมตรวจสอบสภาสูงชุดใหม่
12 ก.ค. 2567 – นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ในฐานะอดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่งประกาศรับรองผล มีสิ่งที่อยากให้ประชาชนรับทราบถึงการร่วมตรวจสอบ เพราะทุกคนมีสิทธิที่สามารถตรวจสอบการเลือก สว. ทั้ง 200 คน และสำรองอีก 99 คน ในครั้งนี้ได้ เนื่องจากในการลงสมัคร สว. ผู้สมัครทุกคนจะกรอกประวัติและคุณสมบัติความเป็นมาของแต่ละคน เพื่อรับรองตัวเองในแบบฟอร์ม สว.2 ทั้ง 2 แผ่น ซึ่งใบสมัครนี้ ผู้สมัครลงเลือก สว. ยินยอมให้ กกต. ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้
โดยระบุชัดในตอนท้ายก่อนลงชื่อรับรองข้อมูลว่า “ ข้าพเจ้ายินยอมให้ กกต. เปิดเผย หลักฐานประกอบการสมัครตลอดจนข้อมูลเอกสารและหลักฐานใดๆ ที่ได้ให้ไว้ต่อสำนักงาน กกต. รวมทั้งยอมให้หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานเอกชนตลอดจนหน่วยงานหรือบุคคลอื่นใดที่มีข้อมูลของข้าพเจ้า (ผู้สมัคร) สามารถดำเนินการเปิดเผยและสำเนาข้อมูลข่าวเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามได้ถือเป็นการให้ความยินยอมทั้งกรณีทั่วไป และตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการรวมถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งเป็นข้อมูลที่รับรองตัวเองเพื่อให้ กกต. ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
นอกจากนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 5 ยังกำหนดชัดว่า ”…. ในกรณีที่ พ.ร.ป. นี้กำหนดให้ประกาศ หรือเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ให้ถือว่าการประกาศและเผยแพร่ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบ หรือวิธีการอื่นใดที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้แล้ว…“ หมายความว่า เอกสารข้อมูลนี้เจ้าตัวยินยอมให้เปิดเผย และในกฎหมายนี้ยังระบุย้ำให้ กกต. ต้องเปิดเผยข้อมูลการลงสมัคร สว. ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือลงเว็บไซต์ด้วย
“แต่ผมได้ตรวจสอบไปที่ กกต. แล้ว กลับไม่มีปรากฎข้อมูลประวัติหรือคุณสมบัติของบรรดาผู้สมัครเลือก สว. ในหน้าเว็บไซด์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์แต่อย่างใด จึงอยากให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับทราบ เพราะ สว. ระบุว่าเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ซึ่งผู้สมัคร สว. หรือประชาชนทั่วไปสามารถไปขอได้ที่สำนักงาน กกต. ได้ โดยอ้างถึงมาตรา 5 ของ พ.ร.ป. การได้มาซึ่ง สว. แต่ถ้า กกต. ไม่ให้ข้อมูลนี้พี่น้องประชาชนและผู้สมัคร สว. สามารถดำเนินคดีต่อ กกต. ในข้อหาผิดมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และทำขัดต่อกฎหมายการได้มาซึ่ง สว. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้เลยในฐานะที่เป็นผู้เสียหายโดยตรงในฐานะที่เป็นผู้สมัคร สว.” นายชาญชัย ระบุ
ทั้งนี้ความสำคัญของ สว. ที่เลือกในปี 2567 เพราะ สว.ต้องทำหน้าที่แทนปวงชนชาวไทย มีอำนาจในการไปกลั่นกรองเลือกตัวบุคคลเข้าสู่อำนาจในองค์กรอิสระต่างๆ แทนประชาชนคนไทย อาทิ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องเข้าไปตรวจสอบการทุจริตต่างๆ, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.), ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) รวมถึงประธานศาลปกครองและอัยการสูงสุด เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นตำแหน่งสำคัญในองค์กรตรวจสอบ ถ่วงดุล ถ้าบุคคลเหล่านี้ได้รับเลือกไปแล้วทำหน้าที่แทนเราถูกต้อง ตรงไปตรงมา ประเทศชาติบ้านเมืองก็สงบสุข แต่ถ้าทำหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่พวกเราปวงชนชาวไทยมีหน้าที่ต้องตรวจสอบจึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมตรวจสอบด้วยกัน และ กกต. หน้าที่ของท่านมีอะไร ไปดำเนินการให้ถูกต้อง ครบถ้วนด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พรรคส้ม หันพึ่งศาล! เชือด 'กกต.' เซ่นเลือกตั้ง
พรรคประชาชน ชี้เปรี้ยงการมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต. เร่งเปิดรายงานผลการนั
บาร์โค้ดระอุ!กกต.แจงยิบสู้ทีมล้มเลือกตั้ง
“กกต.” รับคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด ตรวจสอบถึงบัตรเลือกตั้งได้ แต่ต้องมีต้นขั้ว ยันไม่รู้ถึงคนลงคะแนน "วิโรจน์" ซัดผิดเจตนารมณ์กฎหมาย ขู่ติดคุกยกยวง
'นักวิชาการ' ชี้วิกฤตความชอบธรรมของการเลือกตั้งไทย แนะใช้โอกาสนี้ปฏิรูป กกต.
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง กกต.กับวิกฤติความชอบธรรมของการเลือกตั้งไทย มีเนื้อหาดังนี้
'ผู้สมัครส้ม' บุก กกต. บี้แจงปมบาร์โค้ด ขู่ร้องศาลสั่งเลือกตั้งโมฆะ
'ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี' พรรคส้ม ร้อง กกต. แจงคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขู่ร้องศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจฯ ให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ
ดึงสติ! หัดมีน้ำใจนักกีฬา แพ้นับใหม่ ยังดรามาไม่ยอมจบ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดรามา แพ้นับใหม่
'ผู้พันปุ่น' ข้องใจ 'บาร์โค้ด' ถ้าตรวจสอบย้อนหลังถึงต้นขั้วว่าใครเป็นผู้ลงคะแนน งานช้างเข้าเต็มๆ
น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

