
27 ธ.ค. 2567 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ทักษิณ คุณเป็นใคร?
หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร ได้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ ได้กล่าวคำปราศรัยตอนหนึ่งว่า ”มีคนโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มาเล่าให้ฟังว่าเดือดร้อน และเกิดความทุกข์เป็นอย่างมาก ผมกำลังบอกทางพม่า กับทางเขมร เพราะคอลเซ็นเตอร์ เวลานี้มันอยู่ที่เขมร อยู่ตึก 25 ชั้น 2 อยู่แถวปอยเปต และมีบ่อนคนไทยเป็นบัญชีม้า ผมแจ้งไปเขมรแล้ว ช่วยจัดการให้หน่อย ถ้าจัดการไม่ได้ ผมขออนุญาตส่งคนไปจัดการเอง พม่าก็เหมือนกัน ผมพูดกับกลุ่มกะเหรี่ยง KNU และก็บอกไปทางรัฐบาลพม่าให้ช่วยจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่อยู่ในเมืองเมียวดี ถ้าไม่มีกำลัง เดี๋ยวผมจะส่งกำลังไปจัดการให้“
ผมรู้สึกแปลกใจว่านายทักษิณเป็นใครทำไมจึงห้าวหาญ แสดงอำนาจบาตรใหญ่ไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชาและเมียนมา ในการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรง นายทักษิณเป็นเพียงบุคคลภายนอก แต่กำลังใช้อำนาจเหนือรัฐบาลทุกอย่าง ถ้าเป็นเช่นนี้ประเทศไทยกำลังปกครองด้วยระบอบอะไรกันแน่
ภายหลังจากนายทักษิณปราศรัยประกาศจะกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว ได้มี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ขานรับทันที ได้ยืนยันว่า ข้อมูลของนายทักษิณสอดคล้องกับข้อมูลของตำรวจไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นมาจากการสืบสวนสอบสวนทางคดี และคำให้การของผู้ต้องหาในหลายคดี ตลอดถึง พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็ขานรับเช่นเดียวกัน และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร ผบ.ตร. บอกพร้อมรับข้อมูล หลังจากนายทักษิณให้พิกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว
การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นเรื่องที่ดี และควรกระทำอย่างเร็วที่สุด แต่ควรเป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบโดยตรง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ควรกำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปราบปรามโดยเด็ดขาด ไม่ใช่ปล่อยให้นายทักษิณ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก มาปราศรัยสั่งการทางอากาศ จนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ออกมาขานรับกันอย่างพร้อมหน้า ถ้าเป็นเช่นนี้จะทำให้ระบบการบังคับบัญชาทางราชการเสียหาย เกิดความลักลั่น รวมทั้งจะเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศเพื่อนบ้าน สุ่มเสี่ยงจะทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย
จึงขอเรียกร้องให้นายทักษิณผู้เป็นพ่อ และนางสาวแพทองธารผู้เป็นลูกสาว ได้ทบทวนพฤติกรรม บทบาทในการบริหารประเทศ เพราะการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่การบริหารธุรกิจของครอบครัวชินวัตร
ขอให้คนไทยทุกคนช่วยป้องกัน อย่าให้ 2 พ่อลูก นำพาประเทศชาติไปสู่หายนะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รอง ผบ.ตร.' สั่งเร่งสำรวจข้อมูลบุคคลกลุ่มเสี่ยง ทบทวนการฝึกยุทธวิธี ป้องกันเหตุอุกฉกรรจ์
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่
คดีใกล้จบ แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกแม่ 'อัยการดาว' ศาลนัดตัดสินกลางปีนี้
คดีใกล้จบ ศาลธัญบุรีกำหนดวันสืบพยานคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปลอมเป็น “แฮรี่” หลอกแม่ “อัยการดาว“ 20 นัดรวด นัดตัดสินกลางปีนี้ 1 ในจำเลยบางรายยื่นเยียวยา 4 เเสน
'ทัพภาค2' เร่งตรวจสอบไฟไหม้ป่าฝั่งกัมพูชา มีเสียงปะทุคล้ายกระสุนปืนเล็กเป็นระยะ
ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้ป่าฝั่งประเทศกัมพูชา เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา
'อนุทิน' อย่ามองข้าม 'ธรรมนัส' ระวังซ้ำรอยไม้กลองเด้งฟาดหน้า
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่ามองข้ามพรรคกล้าธรรม
ตร. เร่งไล่ล่าคนร้ายปล้นทองกลางมืองขอนแก่น น้ำหนักกว่า 26 บาท มูลค่า 2 ล้านบาท
คดีคนร้ายปล้นทองขอนแก่น ได้ทองน้ำหนัก 26 บาท มูลค่าเฉียด 2 ล้านบาท พบก่อเหตุคนเดียวก่อนขับ จยย.หลบหนีไปตามเส้นทางหมู่บ้าน
'ภูเก็ต' กวาดบาร์รัสเซียพ่วงจ้างต่างด้าวเมียนมา
บุกจับ บาร์รัสเซีย ลักลอบเปิดสถานบริการ ลักลอบจำหน่าย บารากู่ จ้างชาวเมียนมา ทำงานยึดของกลางจำนวนมาก

