"บิ๊กเล็ก" เตรียมประชุมทีมไทยแลนด์ทุกวัน พร้อมถ่ายทอดผ่าน NBT รับประชุม RBC ล้ม กัมพูชาขอเลื่อนไม่มีกำหนด ยันปอยเปตไฟดับไม่เกี่ยวไทยตัดไฟ กัมพูชา เรามุ่งเน้นแต่สันติวิธี จวกนักวิชาการดีแต่ติง อยากให้สมาคมสื่อเป็นตัวกลางจัดเวทีสัมมนาหาทางออกร่วมกัน
17 มิถุนายน 2568 - เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมไทยแลนด์ เปิดการประชุมเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา "ศบ.ทก" โดยได้เผยมีกรอบทำงานว่า บูรณาการและขับเคลื่อนงานระยะสั้นติดตามและให้ข้อเสนอแนะงานระยะยาว ซึ่งที่ประชุมจะทำหน้าที่แก้ไขปัญหาหากเกิดเหตุการณ์ในระยะสั้น ส่วนระยะยาวนั้นจะเป็นการสนับสนุนกระบวนการเจรจาแบบทวิภาคี และติดตามกระบวนการศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ทำหน้าที่สนับสนุนหากได้รับการร้องขอจากกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะมีการประชุมทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ในช่วงเวลา 09.30 น. ยกเว้นวันอังคารที่จะมีการประชุมในเวลา 13.30 น. โดยหลังการประชุมจะมีการแถลงข่าวและมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT เพื่อสื่อสารตรงไปยังประชาชน
สำหรับการสื่อสารในครั้งนี้จะทันต่อสถานการณ์หรือไม่นั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กระบวนต่างๆได้มีการคิดไว้แล้วหลังจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)มีความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2568 หลังจากนี้หากมีความเห็นชอบเพิ่มเติมจะส่งให้นายกรัฐมนตรี เพื่อลงนามให้ความเห็นชอบได้ทันที แต่ถ้าหากมีเรื่องไหนที่จะต้องเข้าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และที่ประชุมสมช.ก็จะเป็นงานอีกระดับหนี่ง แต่ส่วนใหญ่ที่ประชุมสมช.นั้นได้พิจารณาให้อำนาจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้หมดแล้ว
สำหรับการประชุมชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27-28 มิ.ย.นี้ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ทางกัมพูชาได้แจ้งมาว่าขอเลื่อนการประชุมไปก่อน โดยที่ไม่ได้แจ้งเหตุผล ย้ำว่าการพูดคุยระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นการพูดคุยทุกระดับทั้งระดับรัฐบาล กองทัพ และนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงระดับกระทรวง ซึ่งการประชุมRBC ประธานที่ประชุมเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งไม่ใช่ว่าแม่ทัพภาคที่ 2 จะไปคุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 ของกัมพูชาได้เลย ทั้งหมดจะต้องผ่านการพูดคุยของรัฐบาลทั้งสองฝ่ายแล้ว ดังนั้นทีมไทยแลนด์ มีหน้าที่ในการช่วยสนับสนุน การหารือ เช่น ให้นายกรัฐมนตรีทำการติดต่อกับผู้นำระดับสูงของกัมพูชา ซึ่งในการประชุมRBC มีเรื่องเดียวคือการปรับกำลังกองทัพ
ส่วนที่ทางกัมพูชาได้ขอเลื่อนการประชุมไปนั้น เป็นการแสดงถึงท่าทีไม่ต้องการเจรจาในระดับทวิภาคีหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า จริงๆแล้วอาจจะเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจกัน มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเพราะว่าการสื่อสารฝั่งไทยให้เสรีภาพกับทุกภาคส่วน จนทำให้กัมพูชาเกิดความสับสนว่าข่าวใดมาจากรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีการสื่อสารกลับไปแล้วว่าผู้บริหารควรฟังจากปากผู้บริหาร จึงจำเป็นต้องใช้ช่องทางหลักจากการแถลงข่าวของศูนย์นี้ เพื่อป้องกันความสับสนของประชาชนคนไทยที่มีผลกระทบไปถึงฝั่งกัมพูชาด้วย
สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย -กัมพูชาล่าสุดที่กองกำลังบูรพาำด้ออกมาตรการห้ามคนไทยข้ามไปทำงานในบ่อนฝั่งกัมพูชานั้น ล่าสุดสถานการณ์ที่หน้าด่านเป็นอย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน เพราะวันนี้เป็นวันแรกในการยกระดับความเข้มข้น ซึ่งจริงๆแล้วกองกำลังบูรพาได้รับการตอบรับจากฝั่งกัมพูชาในบางจุดของกองกำลังป้องกันชายแดน จ.จันทบุรี และจ.ตราด ที่มีการปิดด่านไม่ให้รถขนส่งผักและผลไม้ของไทยเข้าไปได้ แต่รถขนส่งของกัมพูชาข้ามมายังไทยได้ พื้นที่จึงออกมาตรการดังกล่าวเพื่อตอบโต้กับกัมพูชา ซึ่งเป็นอำนาจที่ของสมช.อยู่แล้ว หลังจากนี้ทีมไทยแลนด์ จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานถึงมาตรการการตอบโต้กลับ
ส่วนกรณีชายแดนด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ-ปอยเปต ที่ทางฝั่งกัมพูชา มีการตัดไฟจากสายไฟประเทศไทย ไปใช้สายไฟของเวียดนามแทน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เบื้องต้นประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่เรายืนยันจะไม่ใช้มาตรการ ตาต่อตาฟันต่อฟัน ซึ่งจะทำให้แนวทางสันติวิธีที่กระทรวงการต่างประเทศที่ได้ขอมานั้นไม่เกิดผล เราจะต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อประชาชนตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งทั้งคนจาก 2 ประเทศเราจะพิจารณาให้รอบคอบ ส่วนที่มีการตัดไฟของเขาเองคนกัมพูชาก็ได้รับผลกระทบ ส่วนใครจะได้รับประโยชน์จากการใช้ไฟฟ้าของเวียดนามก็เป็นเรื่องของกัมพูชา ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้มีคำสั่งตัดไฟฟ้า ทั้งในระดับนโยบายไม่มีแน่นอน รัฐบาลไม่มีคำสั่งให้มีการตัดน้ำตัดไฟ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่กระแสข่าวที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะเดิมเป็รมาตรการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำหนดไว้ว่าจะมีการตัดไฟในบางจุดเท่านั้น
เมื่อถามว่าสมเด็จฮุนเซน ได้ออกมาแฉถึงนักการเมืองไทยบางคนที่เคยหลบหนีเข้ามาในกัมพูชา ในช่วงรัฐประหาร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะตนเป็นฝ่ายรัฐบาล ขอให้ไปถามผู้ที่เกี่ยวข้องผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงไปถามสมเด็จฮุนเซน เอง
เมื่อถามว่าฝั่งกัมพูชายืนยันว่าได้หันปากกระบอกปืนมาที่ประเทศไทย เป็นขั้นตอนของการป้องกันมาตุภูมินั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ถูกแล้ว เพราะประเทศไทยก็หันปากกระบอกปืนไปที่กัมพูชาเหมือนกัน
ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว พล.อ.ณัฐพล แสดงความคิดเห็นกับสื่อมวลชนว่า ในอนาคตจะมีการจัดเวทีสัมมนาโดยประสานงานกับสมาคมสื่อมวลชน เพื่อเชิญนักวิชาการมาแลกเปลี่ยนถึงการแก้ไขปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชา ว่าตอนนี้มุมมองความคิดเห็นไปคนละทิศคนละทาง ทำให้รัฐบาลทำงานลำบาก เพราะประชาชนมีความเชื่อต่อนักวิชาการ พอรัฐบาลทำงานไปตามแนวนักวิชาการคนอื่นก็ถูกต่อว่า ดังนั้นจึงอยากได้ความคิดเห็นจากนักวิชาการหลายๆคนมาเป็นข้อสรุปเพื่อเป็นทิศทางเดียวกัน ซึ่งหากได้ข้อสรุปก็จะนำมาเป็นแนวทางในการทำงานต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บิ๊กดุลย์' โยนถาม 'อนุทิน' หลังมีชื่อขยับนั่งรมว.กลาโหม
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ให้สัมภาณ์สั้นๆ ถึงกระแสข่าวเตรียมขยับจาก รมช.กลาโหมเป็น รมว.กลาโหม ว่า
6 ก.พ.นี้ ! ภูมิใจไทย จัดทัพใหญ่เวที ศูนย์ฯ สิริกิติ์ "อนุทิน" นำปราศรัยปิดโค้งสุดท้าย "เลือกพรรคภูมิใจไทย ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก"
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย แม่ทัพหาเสียง กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทย จะจัดการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 16.30 น เป็นต้นไป จะมีการถ่ายทอดสดทาง เฟซบุ๊ก และยูทูบ พรรคภูมิใจไทย
เปลืองงบ เสียเวลา! ประชุม RBC ล่ม ไทย-กัมพูชาตกลงกันไม่ได้ ไม่มีการลงนาม
แม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชา ยังไม่ลงนามบันทึกข้อตกลงการประชุม RBC ไทย-กัมพูชาในวันนี้ได้ หลังวงประชุมกองเลขานุการฯ ไม่บรรลุข้อตกลงตามความมุ่งหมายสองฝ่ายได้ เนื่องจากยังมีประเด็นที่ต้องหารือเพิ่มเติม
'ศุภจี' กางกลยุทธ์การค้าโลกยุคใหม่ ไทยเป็นมิตรทุกขั้วอำนาจ เน้นผลประโยชน์ร่วมมากกว่าเลือกข้าง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลสำเร็จการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19 - 23 ม.ค.ที่ผ่านมาว่าปัจจุบันบริบทของการค้าโลกได้เปลี่ยนผ่านจากยุคพหุอำนาจ
'เอกนิติ' ตีปี๊บประชุมดาวอส ไทยอยู่ในเรดาร์เวทีโลก ดึงดูดนักลงทุน 30 บริษัท มูลค่า 5 แสนล้าน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้นำทีมไทยแลนด์ เข้าร่วมเวที WEF ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีหัวใจสำคัญคือการเป็นเวทีแห่งการพูดคุยของผู้นำเพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการลงทุนของโลก โดยเรื่องแรกประเทศไทยได้แสดงบทบาทอยู่ในเรดาร์ของเวทีโลกอย่างชัดเจน ภายใต้บริบทที่เศรษฐกิจโลกเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และโลกแตกขั้ว

