เริ่ม 1 ธ.ค.นี้ กรมบัญชีกลางปรับเกณฑ์เบิกจ่ายยามะเร็งปอด ใช้ 'Erlotinib–Gefitinib' เป็นยาขนานแรกได้ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้อย่างเหมาะสมตามความจำเป็นเพิ่มขึ้น
13 พ.ย.2568 - นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าเพื่อยกระดับการรักษาผู้ป่วยมะเร็งปอด ให้เข้าถึงการรักษาด้วยยาราคาแพง และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา รัฐบาล โดยกรมบัญชีกลาง ได้ออกหนังสือปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยาที่ต้องใช้ยาราคาแพง โดยขยายสิทธิให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย สามารถใช้ยา Erlotinib หรือ Gefitinib เป็นยาขนานแรกได้ มีผลสำหรับค่ารักษาที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายยาค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยาซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง กรณีการใช้ยา Erlotinib และยา Gefitinib ในโรคมะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย มีสาระสำคัญ ดังนี้ ตามที่กรมบัญชีกลางได้ดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยาซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง ตามโครงการเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยา (ระบบ OCPA) มาอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้รายการยา Erlotinib/Gefitinib สามารถเบิกจ่ายในระบบ OCPA สำหรับการรักษาโรคมะเร็งปอดชนิด Non-small cell lung cancer ระยะแพร่กระจาย ซึ่งมี EGFR mutation ชนิดที่มีความไวต่อการตอบสนองต่อยากลุ่มนี้ โดยให้ใช้ยา Erlotinib เป็นยาขนานแรก และกำหนดข้อบ่งใช้ยา Gefitinib สำหรับผู้ป่วยที่มีเงื่อนไขทางการแพทย์ที่ไม่สามารถใช้ยา Erlotinib ได้ หรือเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการใช้ยา Erlotinib
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้อย่างเหมาะสมตามความจำเป็นเพิ่มขึ้น จึงเห็นควรกำหนดให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย สามารถใช้ยา erlotinib หรือยา Gefitinib เป็นยาขนานแรกได้ โดยให้ดำเนินการ คือ 1. ยกเลิกแนวทางกำกับการเบิกจ่ายค่ายา Erlotinib/Gefitinib ในโรคมะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย (ปรับปรุงครั้งที่ 1) ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 1416.2/ว 1287 ลงวันที่ 28 ธ.ค. 2564 และกำหนดแนวทางกำกับการเบิกจ่ายค่ายา Erlotinib/Gefitinib ข้อบ่งใช้ โรคมะเร็งปอดระยะแพร่กระจายขึ้นใหม่ 2. ให้ใช้ข้อความ “กรณียา Erlotinib/Gefitinib ให้ปริมาณการเบิกจ่ายต่อครั้ง ไม่เกินจำนวนยาที่ใช้ใน 1 เดือน ใน 3 เดือนแรก และไม่เกินจำนวนยาที่ใช้ใน 3 เดือน ในเดือนต่อๆ ไป” แทนข้อความเดิมในข้อ 3.2 ของหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 1416.2/ว 1287 ลงวันที่ 28 ธ.ค. 2564
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับผู้ป่วย ผ่านการดำเนินการต่าง ๆ โดยเฉพาะนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ จะไม่มีการยกเลิก แต่จะมีการยกระดับคุณภาพและเพิ่มงบประมาณ โดยได้จัดสรรงบประมาณปี 2569 ให้ สปสช. เป็นจำนวนที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ง่ายขึ้น“ นางสาวอัยรินทร์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
1 เม.ย.สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 6 ยุติให้บริการให้ติดต่อผ่านออนไลน์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าสู่ระบบดิจิทัล เตรียมยุติให้บริการสำนักงานเขต 6 ตั้งแต่ 1 เม.ย.69
รัฐบาลแนะ 6 วิธีดูแลใจ! ช่วงสงครามตะวันออกกลาง
รัฐบาลห่วงใยประชาชนเหตุความไม่สงบตะวันออกกลาง แนะปรึกษาสุขภาพจิต 'สายด่วน 1323 - แชทออนไลน์' ดูแลใจคนไทยในพื้นที่ความไม่สงบ ตลอด 24 ชั่วโมง
รัฐบาลตีปี๊บจับคดีทำผิดกฎหมายสรรพสามิตเพิ่ม 6.57%
รัฐบาลเผย 5 เดือนแรก ปีงบฯ 69 ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต จับกุม 15,827 คดี สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.57% ประมาณการค่าปรับรวม 1,578.31 ล้านบาท
ข่าวดี! เพิ่มเงินเยียวยา 'ผู้เสียหาย–จำเลย' ในคดีอาญาที่ยกฟ้อง
รัฐปรับเพิ่มเงินเยียวยา 'ผู้เสียหาย–จำเลยในคดีอาญาที่ยกฟ้อง' สูงสุดถึง 3 แสนบาท มีผลใช้บังคับแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ
ขู่คุก 7 ปีปรับ 1.4 แสนบาทผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า!
รัฐบาลเตือนผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เหตุอันควร มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก สินค้ายังมีเพียงพอ

