ตร.แนะ 'เช็กก่อนเชื่อ-ชัวร์ก่อนโอน!' ระวังตกเป็นเหยื่อข่าวปลอมและแก๊งหลอกเรี่ยไร ช่วยน้ำท่วมทิพย์
26 พ.ย.2568 - พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดอื่น ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งนอกจากความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติแล้ว ยังพบการกระทำผิดของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จสร้างความตื่นตระหนก และกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสซ้ำเติมผู้ประสบภัยด้วยการหลอกลวงรับบริจาค
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนภัยพี่น้องประชาชน ให้รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของมิจฉาชีพและผู้ไม่หวังดี เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้
1. งดแชร์ข้อมูลเท็จที่สร้างความตื่นตระหนก - ขอให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของภาพและข้อมูลก่อนส่งต่อทุกครั้ง เพราะการนำภาพน้ำท่วมเก่า ภาพตัดต่อ หรือข้อมูลระดับน้ำที่เป็นเท็จมาเผยแพร่ จะสร้างความสับสนและตื่นตระหนกแก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2) ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จที่น่าจะเกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
2. ระวังมิจฉาชีพ "หลอกรับบริจาค" - ให้ระมัดระวังการโพสต์ขอรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมิจฉาชีพมักจะนำภาพความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยจากข่าวหรือสื่ออื่น มาสวมรอยใส่เลขที่บัญชีธนาคารของตนเองหรือบัญชีม้า อ้างว่าเป็นบัญชีของอาสาสมัคร กู้ภัย หรือผู้เดือดร้อนโดยตรง
3. ตรวจสอบบัญชีปลายทางก่อนโอน - หากต้องการบริจาค ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น หน่วยงานราชการ องค์กรการกุศล หรือมูลนิธิที่มีการจดทะเบียนถูกต้อง บัญชีรับบริจาคควรเป็นในนาม "นิติบุคคล" (มูลนิธิ/องค์กร) ไม่ใช่บัญชีชื่อ "บุคคลธรรมดา" เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกหลอกลวง
4. โทษหนักสำหรับผู้หลอกลวง - ผู้ที่แอบอ้างหลอกรับบริจาค จะมีความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จโดยทุจริต หรือหลอกลวง
หากพี่น้องประชาชนพบเห็นเพจหรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีพฤติกรรมโพสต์ข่าวปลอม หรือหลอกลวงรับบริจาค สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 และหากตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกโอนเงินบริจาค สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือติดต่อสายด่วนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติ ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ย้ำระวังมุขหลอกทำบุญออนไลน์
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันมาฆบูชาเป็นอีกวันหนึ่งที่มีความสำคัญของชาวไทยพุทธ
ผงะ! เหยื่อออนไลน์เดือน ก.พ.พุ่งเกือบ 3 หมื่นสูญเฉียดพันล้าน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เปิดพฤติกรรมมิจฉาชีพโกงเดือน กุมภาพันธ์ 28,180 เคส เหยื่อสูญเงินรวมเฉียดพันล้าน
คุมเข้มชายแดน! สกัดเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ
สตช.ยกระดับการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน สกัดกั้นเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ
เอาอีกแล้ว! 'นายกแป้น หาดใหญ่' ลบภาพวาดศิลปินนานาชาติ แล้ววาดใหม่จนถูกวิจารณ์หนัก
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์ "นายกแป้น" หรือนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ จ.สงขลา สร้างเรื่องฮือฮาที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรมขึ้นมาใหม่อีกระลอก ด้วยการลบภาพวาดผลงานของศิลปินนานาชาติที่มาช่วยฟื้นฟูและบูมเมืองหลังเหตุการณ์ระบาดของเชื้อโควิด-19 เมื่อ 3 ปีก่อน
'นักกีฬาหญิง' ตกตึกชั้น 5 โรงเรียน เครียดแก๊งคอลฯ ลวงโอนเงิน
พ.ต.อ.คมกริช มั่นจิตต์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนพลัดตกตึก ในโรงเรียนแห่งหนึ่งประจำตำบลหนองขาม
ไล่บี้ 'พรรคส้ม' ทำไม ขอ Laser ID ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง
เพจ หมออนามัยขี้mouth โพสต์ข้อความกรณี การสมัครสมาชิกพรรคประชาชน ใช้ Laser ID หรือรหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชนด้วย ว่า

