กองทัพเรือ แจงกำลังพล นย. ยังเข้ายึดพื้นที่ไม่ได้ แม้บ้าน 3 หลังถูกทำลายหมด เหตุมีทหารเขมรหลบอยู่-ปืนใหญ่ยิงสนับสนุน แจงโจมตีตึกคาสิโน ไม่ได้เน้นทำลายราบเป็นหน้ากลอง แค่ลดขีดความสามารถในการเป็นภัยคุกคาม ขณะกำลัง ตชด.ชายแดน เจ็บ 16 นาย ขอความร่วมมือตำรวจ-ปชช. ร่วมบริจาคโลหิตสำรอง
10 ธันวาคม 2568 - ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ททบ.5 โดย พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงสรุปสถานการณ์ภาพรวมไทย-กัมพูชา ว่า ขณะนี้การปฏิบัติการเกิดขึ้นตลอดแนวชายแดนทั้ง 7 จังหวัด ในขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ปฎิบัติการเชิงรุกไปยังประชาคมโลก ชี้แจงจุดยืนและแนวปฏิบัติของทหารไทยต่อสื่อมวลชนต่างประเทศหลายสำนัก พร้อมออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยในกัมพูชา หากไม่มีเหตุจำเป็นในการพำนักในกัมพูชา ได้พิจารณาเดินทางออกจากกัมพูชา และขอให้คนไทยที่ไม่มีเหตุจำเป็น งดเว้นการเดินทางไปยังกัมพูชาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งในกรณีต้องการความช่วยเหลือหรือเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ หรือ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ
ขณะที่ นาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วย โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงปฏิบัติการตราดปรปักษ์ ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่บ้านชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ว่า เราพยายามทำลายอาวุธสนับสนุนของกัมพูชา เพื่อไม่ให้ต่อตีกำลังพลฝ่ายไทยที่จะเข้ายึดพื้นที่ได้ จากภาพจะเห็นหลุมปืนของฝ่ายกัมพูชาที่วางกำลังอยู่โดยรอบ และยิงสนับสนุนเข้าไปในพื้นที่บ้าน 3 หลัง ซึ่งขณะนี้ตัวบ้าน 3 หลัง ได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว 100% แต่เนื่องจากยังมีกำลังพลกัมพูชาหลบอยู่ตามคูเลต ทำให้กำลังพลทหารราบนาวิกโยธินยังไม่สามารถเข้าไปยึดพื้นที่ได้ เพราะยังมีการต่อต้านจากปืนใหญ่ และปืน ค.ของฝ่ายข้าศึก ดังนั้น 2 วันนี้ (9-10 ธ.ค. 68) ฝ่ายไทยจึงต้องพยายามลิดรอนทำลายภัยคุกคามที่จะมีผลต่อฝ่ายไทย
ส่วนการโจมตีตึกที่มั่นทางทหาร (คาสิโน) ไม่ได้โจมตีเพื่อทำลายตัวอาคาร แต่โจมตีเพื่อทำลายที่มั่นทางทหารของกัมพูชา เพื่อลดขีดความสามารถในการเป็นภัยคุกคามกับฝ่ายไทย ยืนยันว่าไทยตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามอย่างมีสัดส่วน สมเหตุสมผล ไม่ได้ต้องการทำลายราบเป็นหน้ากลอง
ด้าน พลตำรวจตรี ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กัมพูชาได้ใช้ BM 21 และโดรนสังหาร โจมตีมาที่ฐานปฏิบัติการของตำรวจตระเวนชายแดน กองกำกับการที่ 22 ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 8 นาย มีการส่งตัวไปที่โรงพยาบาลแล้ว ซึ่งยอดรวมของตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดขณะนี้ 16 นาย โดย 12 นาย ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อีก 4 นายแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน ซึ่งตำรวจทั้ง 4 นายนี้ ได้ร้องขอผู้บังคับบัญชากลับปฎิบัติหน้าที่ที่แนวหน้าร่วมกับเพื่อนตำรวจและเพื่อนทหาร ขอยืนยันว่าทางตำรวจยังมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยมในการรักษาอธิปไตยร่วมกับเหล่าทัพ
นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ยกระดับการคัดกรองบุคคล เข้าประเทศไทย ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ เพื่อป้องกันเหตุในการแฝงตัวทุกรูปแบบ และสั่งให้มีการตรวจสอบจุดที่มีการพักอาศัยของชาวต่างด้าว เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีลอบมาก่อเหตุความไม่สงบ
ส่วนการปฎิบัติหน้าที่ตามแผนพิทักษ์ส่วนหลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มข้น ในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน ตามหลักการพลเรือนต้องปลอดภัย ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของรัฐบาล เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังสั่งการให้โรงพยาบาลตำรวจและโรงพยาบาลในสังกัด เตรียมความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่ทางการแพทย์ รวมถึงเชิญชวนข้าราชการตำรวจ และประชาชน ร่วมกันบริจาคโลหิต เพื่อเป็นโลหิตสำรองสำหรับสถานการณ์ในครั้งนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ลงพื้นที่สระแก้ว ขอบคุณประชาชนทำให้รบชนะกัมพูชา จัดสรรงบหนุน ชรบ. หมู่บ้านละ 5 พันบาท/เดือน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ออกเดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อพบปะและให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบภายหลังจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา
เปิดภาพ ทหารกัมพูชา ซุ่มขุดคูเลต 3 พื้นที่ ยาวกว่า 1 กม. เผชิญหน้าทหารไทย
กรณี ทหารกัมพูชาขุดคูเลต ตรงข้ามพื้นที่บ้านสามหลัง จ.ตราด ใน 3 พื้นที่บ้านท่าเส้น บ้านหนองรีและบ้านชำราก ว่า เขาดําเนินการในพื้นที่ของเขา สถานการณ์ขณะนี้ เป็นการวางกําลังเผชิญหน้ากับทหารไทย
นายกฯ ประกาศลั่นไม่เปิดด่าน ลุยหาเสียงหนองบัวลำภู
หัวหน้าภูมิใจไทย หาเสียงหนองบัวลำภูชูสโลแกน ขอให้เลือก “อนุทิน ติดดิน กินง่าย ”อ้อนขอ สส. ยกจังหวัด ให้คำมั่นพร้อมพัฒนา เทียบเท่าเมืองใหญ่ ลั่นไม่เปิดด่าน หลังพ่อทหารกล้าชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้แม้ไม่มีใครอยากให้เกิดสงคราม แต่หากรบก็ชนะ
ผู้ช่วยทูตทหารกว่า 10 ประเทศ ลงพื้นที่ผามออีแดง ดูความเสียหายกัมพูชายิงบ้านพลเรือน
คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศกว่า 20 นาย จากมากกว่า 10 ประเทศ ลงพื้นที่จุดปะทะบริเวณผามออีแดง ภายในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อรับฟังข้อมูลเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 8–27 ธ.ค. 2568
แม่ทัพภาค 2 ตรวจเยี่ยมการทำลายทุ่นระเบิด-กระสุนปืนใหญ่ตกค้างพื้นที่ อ.บ้านกรวด
แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการจัดทำลายวัตถุระเบิดและกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชา ที่ยิงตกลงมาในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ จำนวน 9 ลูก ที่ตรวจพบยังไม่ระเบิด การจุดระเบิดทำลายในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยดี ส่วนการสู้รบรอบที่ 3 จะเกิดขึ้นหรือไม่ บอกเป็นเรื่องของอนาคต ขอให้ทำปัจจุบันให้พร้อม
ทบ.จารึกชื่อ 43 ทหารกล้าพลีชีพสู้รบไทย-กัมพูชา ลงบนกำแพงอนุสรณ์กองทัพ
กองทัพบก ได้จารึกชื่อทหารที่สูญเสียชีวิตจากการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้งสองรอบของปี 2568 ลงบนกำแพงอนุสรณ์กองทัพบก (Army Memorial Wall) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทำพิธีวางพวงมาลารำลึกถึงวีรกรรมของผู้เสียสละไปเมื่อวันที่ 18

