'ฮั่วเซ่งเฮง' ประเมินราคาทองในยุคสงครามตะวันออกกลาง!

12 มี.ค.2569 – ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ลุกลามและกระทบเสถียรภาพการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานหลักของโลก สร้างผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และบีบให้ตลาดการเงินต้องทบทวนสมมติฐานเดิมเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อีกครั้ง โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ย หลังประเมินว่าราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นอาจทำให้การนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% เป็นไปได้ยากและอาจใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้

ฮั่วเซ่งเฮงวิเคราะห์ว่า การสู้รบที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็น “ช็อกด้านอุปทาน” ที่มีลักษณะกระตุ้นเงินเฟ้อโดยตรง เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวกระทบต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นเส้นทางที่รองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของอุปทานน้ำมันโลก หรือประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จำนวนมากจากตะวันออกกลาง แต่ความไม่แน่นอนของเส้นทางเดินเรือและความเสี่ยงต่อการดำเนินงานของท่าเรือส่งออกในภูมิภาค ทำให้ตลาดพลังงานตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นมากกว่า 15% และ WTI เพิ่มขึ้นราว 14% ภายในเวลาไม่กี่วัน สะท้อนความกังวลของตลาดต่อภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงาน

ในเชิงเศรษฐกิจมหภาค สถาบันการเงินหลายแห่งประเมินว่า หากราคาน้ำมันปรับขึ้น อีก 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและยังทรงตัวในระดับสูง อาจทำให้เงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.2–0.3% และส่งผลต่อกำลังซื้อที่แท้จริงของผู้บริโภค แต่ผลต่อเงินเฟ้อจะเกิดขึ้นรวดเร็วกว่า เพราะการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน 10% อาจผลักดันเงินเฟ้อทั่วไปให้ขยับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ เงินเฟ้อรายปีอาจกลับเข้าใกล้ระดับ 3% ในระยะสั้น หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากถึง 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้ออาจสูงกว่ากรอบคาดการณ์เดิมถึง 1%

ดังนั้น “ความคาดหวังเงินเฟ้อ” ของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ อาจเกิดผลกระทบระลอกสอง ทำให้เฟดไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายได้ตามแผน โดยล่าสุดความคาดหวังเงินเฟ้อระยะสั้นในตลาดพันธบัตรได้ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายส่งสัญญาณระมัดระวังมากขึ้น โดยยอมรับว่าราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นย่อมส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อระยะใกล้ และจำเป็นต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย ทั้งนี้ ตลาดส่วนใหญ่ประเมินว่า เฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงราว 3.50% - 3.75% ต่อไปอีกระยะหนึ่ง และอาจชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปจนกว่าจะเห็นสัญญาณเงินเฟ้อชะลอลงอย่างชัดเจน

แม้ในอดีตเฟดมักมองข้ามแรงกระแทกด้านอุปทานที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่หากแรงกดดันจากราคาพลังงานยืดเยื้อและลุกลามสู่เงินเฟ้อพื้นฐาน เฟดอาจเผชิญข้อจำกัดในการส่งสัญญาณผ่อนคลายทางเศรษฐกิจ แม้ว่าสหรัฐฯ จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก แต่หากผู้บริโภครับรู้ว่าค่าครองชีพมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายอาจชะลอตัวลง ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจในวงกว้างมากกว่าหนึ่งไตรมาส

ในระยะสั้น ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากความตรึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านพลังงาน อย่างไรก็ตาม หากผลของราคาน้ำมันที่สูงทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นและผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรวมถึงค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับขึ้นตาม ก็อาจเป็นปัจจัยที่กลับมากดดันราคาทองคำในเชิงต้นทุนค่าเสียโอกาสได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า ทิศทางทองคำในระยะถัดไปอาจขึ้นอยู่กับดุลยภาพระหว่าง “แรงหนุนจากความเสี่ยงและเงินเฟ้อ” กับ “แรงกดดันจากดอกเบี้ยที่สูงนานขึ้น” หากตลาดเชื่อว่าเฟดจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยสูงยาวนาน ทองคำอาจเผชิญแรงขายทำกำไร แต่หากความตึงเครียดลุกลามและสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงสำคัญของระบบการเงินโลก โดยมีเป้าหมายราคาทองคำอยู่ที่ 5,585 ดอลลาร์ (หรือเทียบเท่าราคาทองคำในประเทศราว 81,350 บาทต่อบาททองคำ)

สำหรับนักลงทุนไทย ความผันผวนของราคาน้ำมันและเงินเฟ้อโลกอาจทำให้ค่าเงินบาทผันผวนตามไปด้วย โดยจะส่งผลต่อราคาทองคำในประเทศ ซึ่งมักปรับตัวสูงกว่าราคาทองคำโลกในช่วงที่เงินบาทอ่อนค่า

ในโลกที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่สะท้อน “ความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจโลก” ได้ดีที่สุด และอาจกลับมาเป็นผู้ชนะในวิกฤตรอบนี้ หากการสู้รบลุกลามเกินกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนแล้ว! กองทัพเรือ เปิดไทม์ไลน์ ให้ข้อมูลแจ้งเตือนการเดินเรือในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือได้ดำเนินการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงในการเดินเรืออย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแจ้งเตือนและให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและทันสมัยแก่ภาคการเดินเรือของไทย เพื่อให้สามารถวางแผนการเดินเรือได้อย่างปลอดภัยโดย

เพจดังอธิบายกลไก 'ธงสะดวกซื้อ' ตามหลักกฎหมายทะเลสากล ปมเรือมยุรีนารี ติดธงไทย

เพจเฟซบุ๊ก "Sierra Charlie Lima" เพจที่นำเสนอคอนเทนต์เกี่ยวกับความรู้ด้านการบิน ได้ออกมาโพสต์ข้อความอธิบายในประเด็น เรือมยุรีนารี ซึ่งมีเจ้าของเป็นนักธุรกิจเชื้อชาติอินเดียจึงติดธงชาติไทย ว่า ซึ่งเป็นไปตามหลักการสากลที่เรียกว่า "ธงสะดวกซื้อ" (Flag of Convenience - FOC) ซึ่งเจ้าของเรือมักเลือกจดทะเบียนในประเทศที่ให้เงื่อนไข

ผบ.ทร. ขอบคุณกองทัพเรือโอมาน ช่วยเหลือลูกเรือไทย เร่งค้นหาอีก 3 คน ติดค้างช่องแคบฮอร์มุซ

พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เรือสินค้าไทย MV Mayuree Naree (มยุรีนารี) เกิดเหตุระเบิดได้รับความเสียหายในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ลูกเรือไทยต้องอพยพออกจากเรือ โดยขณะนี้ลูกเรือไทยจำนวน 20 คน ได้รับการช่วยเหลือและนำขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัยแล้ว จากการปฏิบัติการช่วยเหลือของกองทัพเรือโอมาน

ดร.อานนท์ มองอีกมุม 'เรือมยุรีนารี' ถูกอิหร่านยิง ไม่ใช่เพราะติดธงไทย

ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรือขนสินค้าแบบเทกอง ที่โดนยิงจมนั้นชื่อ มยุรีนารี โดยที่ IRGC หรือกองทัพความมั่นคงของอิหร่านออกมาแถลงว่าเป็นคนยิงโจมตีเรือสินค้าไทย

PEA รณรงค์ประชาชนใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ

จากสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

ดร.เลอพงษ์ ถามตรงๆ ทำไมกล้าเสี่ยง-ใครให้ความมั่นใจ 'เรือมยุรีนารี' ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนถูกโจมตี

ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด อาจารย์ภาควิชาอิสลามการเมือง มหาวิทยาลัยนานาชาติอัลมุศฏอฟา ประเทศอิหร่าน และนายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีเรือสัญชาติไทยชื่อ "มยุรีนารี" ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังฝ่าฝืนคำเตือนของอิหร่าน โดยตั้งคำถามว่า เหตุใดเรือดังกล่าวถึงแล่นผ่าน ทั้งๆที่รู้ว่าอิหร่านได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ