
16 มี.ค.2569-รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่พรรคประชาชนเสนอชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า ในทางกฎหมายการเสนอชื่อสามารถทำได้ แต่ในทางการเมืองสิ่งที่สำคัญไม่แพ้นโยบายหรือจำนวนเสียงในสภาคือความน่าเชื่อถือ เพราะพรรคการเมืองอาจแพ้เลือกตั้งได้ อาจเป็นฝ่ายค้านได้ หรืออาจไม่มีเสียงเพียงพอจัดตั้งรัฐบาลได้
แต่สิ่งที่เสียไปแล้วเอาคืนยากที่สุดคือเครดิตจากคำพูดของตัวเอง โดยก่อนหน้านี้สังคมจำนวนไม่น้อยรับรู้จุดยืนว่าพรรคอันดับสองจะไม่เดินเกมจัดตั้งรัฐบาลแข่ง จึงทำให้การเสนอชื่อครั้งนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงทันที เพราะพรรคที่ประกาศตัวว่าเป็นการเมืองใหม่ มักถูกคาดหวังสูงกว่าพรรคการเมืองแบบเดิม โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานทางการเมือง การรักษาคำพูด และความสอดคล้องระหว่างสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำ
ที่ผ่านมา พรรคประชาชนสร้างทุนทางการเมืองจากภาพลักษณ์ของพรรคที่มีหลักการ เน้นความตรงไปตรงมาและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ แต่ทุนทางการเมืองลักษณะนี้สร้างได้ยากและอาจหายไปได้เร็ว หากการตัดสินใจทางการเมืองสวนทางกับสิ่งที่สังคมเคยรับรู้ ความเสียหายจึงอาจไม่ได้อยู่ที่การเสนอชื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่อยู่ที่ความรู้สึกของผู้สนับสนุนที่เริ่มตั้งคำถามกับคำพูดของพรรค
ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์บางส่วนมองว่าเกมนี้อาจเป็นเพียงการเมืองเชิงสัญลักษณ์ เพราะพรรคเองก็รู้สมการเสียงในสภาอยู่แล้ว การเสนอชื่อครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการสร้างภาพและรักษากระแสทางการเมืองมากกว่าการแข่งขันเพื่ออำนาจจริง
แน่นอนว่า พรรคประชาชนมีคำอธิบายของพรรค โดยระบุว่าการเสนอชื่อเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และยืนยันว่าประชาชนยังมีทางเลือกทางการเมือง แต่ในสนามการเมือง คำพูดของพรรคการเมืองถือเป็นสัญญาทางการเมือง เมื่อคำพูดเปลี่ยน ความเชื่อมั่นของผู้คนก็อาจเปลี่ยนตาม และบทเรียนในอดีตของการเมืองไทยก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่าหลายพรรคไม่ได้สูญเสียความนิยมเพราะแพ้เลือกตั้ง แต่สูญเสียความน่าเชื่อถือเพราะ ราคาของคำพูดของตัวเอง
“พรรคประชาชน ต้องกลับมาทำงานอยู่บนหลักการ มากกว่าไหลตามกระแสการเมือง เพราะพรรคเกิดขึ้นมาโดยการสร้างความเชื่อ แก่ประชาชนไปแล้ว ว่า มีหลักยึด ซึ่งสอดรับกับสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น เป็นพรรคที่มีทารยาท มีหลักการ หากหลักลอยเมื่อไร พรรคก็ไร้ความน่าเชื่อถือเมื่อนั้น”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อัษฎางค์ สะท้อนโหวตเลือกปธ.สภาฯ 'พรรคส้ม' โฮมอโลน 'ขั้วที่สาม' รักษาอำนาจต่อรองไว้ใช้จังหวะคุ้มค่า
เอ็ดดี้ชี้ผลการโหวตเลือกประธานสภาในวันนี้สะท้อนโครงสร้างเชิงอำนาจในสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างคมชัด
จัดการแล้ว ‘กรมการปกครอง’ สั่ง ‘พรรคส้ม’ ยกเลิกใช้งานระบบดิจิทัลไอดีเซ่นพิษทำข้อมูลประชาชนรั่ว
”กรมการปกครอง”’จ่อสั่งยกเลิกระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล ‘พรรคส้ม’ หลังเจอข้อมูลสมาชิกรั่วไหล ชี้อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย
‘อนุทิน’ ยิ้มเข้าสภา ไม่ตอบปม ปชน.ส่งแข่งชิง ประธานสภา-รองประธานสภา
ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงที่อาคารรัฐสภา เพื่อร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 โหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร
ดร.ชาญวิทย์ ชงชื่อพรรคใหม่ หากพรรคปชน.ถูกยุบ ตั้งเป้าเป็นรัฐบาลครบ 100 ปีพอดี!
ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าถ้าถูกยุบ ก็ตั้ง
พิมไจ-ลักษณารีย์ แอ็กติวิสต์ เชื้อสายกบฏเงี้ยว สู่ สส.แพร่ พรรคประชาชน
สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. 2569 เริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการแล้ว หลังการเปิดประชุมสภานัดแรก 15 มี.ค. ส่วนที่ว่าสภาชุดนี้จะอยู่ได้ยาวนานแค่ไหน มีโอกาสครบเทอม 4 ปีหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป
ด้อมส้มขอยอม จี้‘เท้ง’ตอบชัดๆ IDหลุดจ่อซวย!
งานหยาบ! ด้อมส้มยังทนไม่ได้ ข้อมูลสมาชิกพรรคหายเป็นแสน "อหหหหหห งี้ไม่เรียกหลุดเล็กน้อย อันนี้เอาชื่อกูไปทำอะไรก็ได้ละเนี่ย" จี้ "เท้ง" ตอบให้ชัด โปร่งใส และรับผิดชอบ ด้าน “ศุภชัย” ซัดขอโทษไม่พอ! ต้องรับผิดชอบด้วย

