ปลัด มท. ลงนามประกาศใช้ 'กลไกมหาดไทย' แก้วิกฤตน้ำมัน

“ปลัดมหาดไทย” ลงนามแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ

 21 มีนาคม 2569 - นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2569 ซึ่งได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนี้

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนได้ลงนามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 21 มีนาคม 2569 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีฯ ดังกล่าว อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยแต่งตั้งให้รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน อธิบดีกรมการปกครอง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด ปลัดจังหวัด ทุกจังหวัด และนายอำเภอ ทุกอำเภอ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด โดยกำกับติดตามให้มีการแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน ณ สถานประกอบการในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป ตรวจสอบความถูกต้องของปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่ายจริง รวมทั้งเฝ้าระวังการกักตุน และจำหน่ายในลักษณะผิดปกติ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้สำนักงานพลังงานจังหวัดรายงานข้อมูลการปรับราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในทุกครั้งที่มีการปรับราคา และรายงานข้อมูลด้านการผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยกรณีผู้ค้าน้ำมันที่เป็นโรงกลั่นน้ำมัน ให้รายงานข้อมูลปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง ปริมาณการจำหน่าย และรายชื่อลูกค้าพร้อมทั้งปริมาณที่ขายให้ลูกค้าแต่ละราย สำหรับกรณีผู้ค้าน้ำมันที่ไม่ได้เป็นโรงกลั่นน้ำมัน ให้รายงานข้อมูลการขายเป็นรายลูกค้าและรายชื่อลูกค้าเฉพาะที่ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเกินรายละ 3,000 ลิตร/ครั้ง ไปยังกรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน พร้อมสำเนารายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อั้นไม่ไหว! น้ำดื่มปรับขึ้นราคา ไม่เว้นแม้แต่มะนาว ชาวบ้านวอนภาครัฐแก้ปัญหา

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปสำรวจน้ำดื่มบรรจุขวด หรือน้ำดื่มชนิดแพค ซึ่งถือว่าเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพของประชาชน หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากเม็ดพลาสติกที่จะนำมาใช้ทำขวดในการบรรจุน้ำดื่มรวมถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจนค่าขนส่งต้องปรับตัวตาม ผู้สื่อข่าวได้ไปพูดคุยกับร้านค้าส่งน้ำดื่มแพค

'สุรเดช' จี้รัฐเคลียร์ข้อสงสัย 'น้ำมันหายไปไหน'

"สุรเดช" จี้รัฐบาลออกมา "การันตี" ไม่มีการกักตุนน้ำมัน-สินค้า จี้แสดงความรับผิดชอบ หากพบกักตุนจริง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้ประชาชนร่วมมือ แนะ ตรวจเข้มข้นถึงคลังน้ำมัน หา’ไอ้โม่ง’เอี่ยวผลประโยชน์มาลงโทษให้ได้

เกษตรกรหวั่นมะม่วงเน่าคาโรงคัด ช่วงนี้ต้องเร่งขนส่ง แต่หาน้ำมันเติมยากแถมโดนจำกัด

เกษตรกรขอนแก่นหวั่นภาวะน้ำมันขาดแคลนส่งผลกระทบต่อการขนส่งมะม่วงไม่ทันจนต้องเสียทิ้ง วอน "อนุทิน"แก้ไขด่วน เพราะผ่านมาแล้วหลายเหตุการณ์วิกฤต น่าจะเอาอยู่

เริ่มแล้ว! 'ชุดสอบกักตุนน้ำมัน' ลงตรวจพื้นที่ 8 จุด 4 จังหวัด ตามคำสั่งนายกฯ

กรมธุรกิจพลังงาน นำกำลังเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันพระโขนง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่ ดีเอสไอ สอบกำลังผลิต-การส่งออกนอกราช เป็นไปตามขั้นตอนป้องกันให้ปริมาณน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด

นายกฯ ยันเอาผิดหมดไม่ละเว้น หลังลงนามสอบผู้ค้า 'กักตุนน้ำมัน' ย้ำไม่มีไอ้โม่ง

นายกฯ ลั่นจัดการพวกกักตุนน้ำมัน เผยลงนามคำสั่งร่วมมือ “ตร.-ดีเอสไอ-กรมการปกครอง”แล้ว ชี้เคสอ่างทองกำลังดำเนินคดี ยันไม่มีไอ้โม่ง

นายกฯ เซ็นตั้ง 'พิพัฒน์' คุมแก้วิกฤตน้ำมัน ป้องกันภาวะขาดแคลน

นายกฯ ลงนามคำสั่งมอบ "พิพัฒน์" คุมเข้มผู้ค้าน้ำมัน ป้องกันภาวะขาดแคลน ให้ผู้ค้า ม.7 รายงานการจำหน่ายเป็นรายลูกค้า-รายชื่อลูกค้าที่ซื้อเกิน 3 พันลิตรต่อครั้ง