'ชัยชาญ หาญนาวี'อดีตเชลยศึกสงครามเวียดนามที่กองทัพสหรัฐยกย่อง


   


    เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย  ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการจากไปของบุคคลสำคัญ ในครอบครัวคนไทยครอบครัวหนึ่ง  ซึ่งน้อยคนนักจะรู้ว่ามีเหตุสืบเนื่องจากอะไร บุคคลคนนั้นคือ พันเอกชัยชาญ หาญนาวี
    แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า
    ...ในนามของสหรัฐอเมริกา ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว ญาติมิตร และสหายผู้เคยร่วมรบของพันเอกชัยชาญ หาญนาวี ในการถึงแก่กรรมของท่านเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่จังหวัดลพบุรี 
    พันเอก "ชิพ" ชัยชาญ เป็นทหารรบพิเศษแห่งกองทัพไทย ผู้ตกเป็นเชลยศึกที่ถูกคุมขังยาวนานที่สุดที่เรือนจำฮัวโลในกรุงฮานอยเมื่อช่วงสงครามเวียดนาม (เรือนจำแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ฮานอยฮิลตัน") 
    พันเอกชัยชาญเป็นเชลยศึกผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จอห์น แมกเคน, พลเรือเอกเจมส์ สตอกเดล และเหล่าทหารผู้กล้าอีกหลายนาย 
    ท่านถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำฮัวโลเป็นระยะเวลาเกือบสิบปี และต่อมาท่านได้รับเหรียญกล้าหาญซิลเวอร์สตาร์ และเครื่องอิสริยาภรณ์ลีเจียนออฟเมอริตจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและความกล้าหาญของท่านที่ได้ช่วยเหลือเชลยศึกชาวอเมริกันที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำ 
    ข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่ชาวอเมริกันที่ประจำอยู่ที่ประเทศไทยต่างรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รู้จักกับพันเอกชัยชาญ ท่านเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญ ถ่อมตน และเฉลียวฉลาดเป็นอย่างยิ่ง ดังคำกล่าวของผู้แต่งที่ไม่ปรากฏนามซึ่งอธิบายช่วงชีวิตของทหารกล้าผู้นี้ได้เป็นอย่างดีว่า 
    "ผู้ที่กล้าหาญเผชิญได้แม้ความตาย แต่ผู้ที่อยู่กับความหวาดกลัวก็เปรียบเสมือนใช้ชีวิตอย่างสูญเปล่า"....
    พันเอกชัยชาญ หาญนาวี  เป็นชาวพระนครศรีอยุธยา เข้ารับราชการทหารประจำที่ลพบุรี อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองลพบุรี ไม่เป็นที่รู้จักของคนไทย แต่บรรดาทหารอเมริกันในสงครามเวียดนามต่างรู้จักเขาดี เพราะท่านคือบุคคลที่ช่วยชีวิตทหารอเมริกา 
    กว่า 50 ปีที่แล้ว ท่านคือทหารพลร่มของกองรบพิเศษที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ จังหวัดลพบุรี เข้ารับราชการทหารประจำที่ลพบุรี ถูกส่งไปรบในลาวเป็นพลวิทยุ
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2508 เป็นวันหยุดที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของพันเอกชัยชาญไปอย่างถาวร มีนักบินอเมริกันกลุ่ม Air America ชวนไปเป็น Spotter เดินทางโดยเครื่องบินจากเชียงลมไปส่งเสบียงตามฐานในลาว ปรากฏว่าถูกยิงเครื่องตก ทหารในเครื่องเสียชีวิตหมด เหลือเพียงท่านกับนักบิน แม้พยายามหลบหนีแต่สุดท้ายถูกจับได้ ถูกนำไปขังที่ค่ายเดียนเบียนฟู ซึ่งคนไทยรู้จักดีจากภาพยนตร์ "แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู"
    หลังเป็นเชลยศึกที่ค่ายเดียนเบียนฟู ถูกซ้อมอย่างหนัก ความเจ็บปวด ขมขื่น ความทารุณและโหดร้าย รวมทั้งสภาพจิตใจภายใต้ภาวะกดดันเช่นนั้น เขาผ่านมันมาได้ด้วยจิตใจอันเด็ดเดี่ยว ด้วยเกียรติของชายชาติทหาร ความกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง 
    ท่านถูกจับใส่ขื่อคาอยู่นานถึง 2 ปี 10 เดือน ต้องนอนแช่ขี้แช่เยี่ยวของตัวเอง ได้อาบน้ำเดือนละครั้ง ไม่ได้พูดไม่ได้คุยกับใครเป็นเวลาถึง 5 ปีเนื่องจากถูกขังเดี่ยว และสุดท้ายต้องถูกเข้าห้องมืดอีก 6  เดือน
    หลังจากนั้นถูกส่งไปที่ค่ายในฮานอย (ฝรั่งสแลงเรียกว่า Hanoi Hilton) ไปอยู่ที่นั่น 1 ปีก็ได้รับหน้าที่เป็นคนทำความสะอาด จึงทำให้ได้พบปะเชลยศึกคนอื่น จนไปเจอเชลยนักบินเวียดนามใต้ 
    ทีแรกก็พูดกันไม่รู้เรื่องต้องใช้ภาษามือกัน จนกระทั่งท่านเรียนรู้ภาษาได้บ้าง นายทหารเวียดนามก็ให้ท่านช่วยแอบลักลอบส่งกระดาษรหัสลับติดต่อกับเชลยศึกคนอื่นๆ ซึ่งส่วนมากก็เป็นทหารอเมริกัน   
    จนในที่สุดนายทหารเวียดนามก็สอน Tap Code ให้ท่าน และก็พยายามศึกษาภาษาอังกฤษจน
ใช้สื่อสารได้ การกระทำของท่านเสี่ยงต่อชีวิตมากเพราะถ้าโดนจับได้ตายสถานเดียว
    พันเอกชัยชาญขโมยกระดาษดินสอให้พวกเชลยศึก แม้กระทั่งลักลอบแบ่งอาหารให้เชลยคนอื่นที่แย่กว่าท่าน จนรัฐบาลอเมริกาเจรจากับเวียดนามเหนือเรื่องให้ปล่อยตัวเชลยศึกจาก Hanoi Hilton การเจรจาเป็นผลสำเร็จ เวียดนามปล่อยเชลยศึกกลับบ้าน 
    แต่พันเอกชัยชาญยังไม่ได้รับการปล่อยตัว ท่านถูกส่งไปที่ Pho Yen ซึ่งมีเชลยศึกทหารไทยอยู่  216 นาย ในระหว่างที่อยู่ที่นั่นถูกทรมานทารุณหนัก เพราะเวียดนามเหนือต้องการให้ท่านเกลี้ยกล่อมเชลยศึกไทยให้เป็นคอมมิวนิสต์ แต่ท่านไม่ยอม
    ในขณะเดียวกันหลายเดือนต่อมา อดีตเชลยศึกชาวอเมริกันที่ท่านช่วยไว้ก็ได้มีการถามไถ่กันว่ามีข่าวคราวว่าท่านไปอยู่ไหนเป็นอย่างไรบ้าง แต่ไม่มีใครรู้ พวกเขาจึงรวมตัวกันไปร้องเรียนต่อรัฐบาลอเมริกาให้ช่วยตามหา สุดท้ายหาเจอและนำไปสู่การเจรจากันระหว่างอเมริกา ไทย และเวียดนามเหนือให้ปล่อยเชลยศึกทหารไทย
    หลังจากที่ถูกกักขังเป็นเวลา 9 ปี 4 เดือน 8 วัน ซึ่งเป็นเชลยศึกที่ถูกกักขังนานที่สุดในสงครามเวียดนาม กลับมาเจอเหตุการณ์หักมุมสุดๆ ภรรยามีสามีใหม่ไปแล้ว 
    ตอนท่านกลับมาได้รับพระราชทานยศชั้นนายพันแล้ว เพราะกองทัพไทยคิดว่าคงหายสาบสูญไปในสงครามแล้ว แต่เมื่อยังมีชีวิตอยู่ก็ได้กลับมารับราชการเหมือนเดิม ไม่มีใครกล้าถอดยศพระราชทาน 
    การช่วยเหลือทหารอเมริกันหนนั้น มีหนึ่งในทหารอเมริกันที่กลายเป็นบุคคลสำคัญของอเมริกานั่นคือ จอห์น แมกเคน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
    แมกเคนเป็นนักบินเครื่องบินจู่โจมจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ได้มีส่วนร่วมในสงครามเวียดนามจนเกือบเสียชีวิตในสมรภูมิปี 2510 จากเหตุการณ์ Forrestal fire 
    จากนั้นในระหว่างการปฏิบัติภารกิจทิ้งระเบิดในเวียดนามเหนือช่วงปลายปี 2510 เขาถูกยิงและได้รับบาดเจ็บสาหัส ตกเป็นเชลยศึกของฝ่ายตรงข้ามเป็นเวลากว่า 5 ปีครึ่งในคุกเดียวกับพันเอกชัยชาญ  แถมยังได้รับความทุกข์ทรมาน ก่อนจะถูกปล่อยตัวในปี 2516 หลังจากสหรัฐอเมริกาได้ลงนามสงบศึกที่กรุงปารีส
    ฉะนั้นพันเอกชัยชาญจึงได้รับการนับถือจากกองทัพอเมริกาอย่างมาก เมื่อครั้งแมกเคนลงสมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกัน พันเอกชัยชาญเคยให้สัมภาษณ์ว่าเคยเป็นเชลยศึกอยู่ด้วยกัน พักห้องขังติดกัน ผู้คุมเขาไม่ให้ฝรั่งอยู่ห้องติดกันเลยเอาคนไทยกั้นไว้ จึงกลายเป็นคนกลางส่งข่าวให้กันโดยเคาะเป็นรหัสมอร์ส
    หลังจากกลับเมืองไทยแล้ว อดีตเชลยศึกอเมริกันนำโดย นาวาอากาศเอก Flynn ผู้บังคับบัญชา  Lackland Air Force Base ได้เรียนเชิญท่านไปอเมริกาเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อเป็นการตอบแทนวีรกรรมของท่าน
    การไปครั้งนี้รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาได้มอบเหรียญกล้าหาญชั้น Silver Star (รองจากเหรียญกล้าหาญชั้นสูงชั้นเดียว) และมีการจัดพิธีสวนสนามกองทหารเกียรติยศเพื่อเป็นเกียรติแด่ท่าน รวมทั้งได้จัดให้แขวนรูปถ่ายของท่านไว้ที่ Pentagon ใน Pentagon's Hall of Heroes จะมีที่เรียกว่า Hall of Hero's ซึ่งมีรูปถ่ายของทหารที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษแขวนไว้ ถือเป็นการเทิดทูนเกียรติอย่างสูงสุด และท่านเป็นทหารต่างชาติเพียงคนเดียวที่ได้รับเกียรติอันสูงส่งนี้
    นอกจากนี้ท่านยังได้เข้าเรียนที่ฐานทัพ Lackland Air Force Base เป็นเวลา 10 เดือน และได้ไปเรียนต่อที่ศูนย์สงครามพิเศษ Fort Bragg ทางด้านสงครามจิตวิทยาอีก 7 เดือน
    เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พันเอกชัยชาญป่วยเนื่องจากเส้นเลือดใหญ่ในสมองอุดตัน จากนั้นเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาล และเสียชีวิตอย่างสงบในเวลา 23.45 น. ของวันที่ 4 ก.พ. ในวัย 87 ปี. 
 


๗ กกต........เป็นอันว่า ต้องกลับไปเริ่มต้น "นับหนึ่ง" กันใหม่เพราะเมื่อวาน (๒๒ ก.พ.๖๑)

ปฏิรูประบบ 'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ'
ทุบรถ 'สะท้อนถึงราก' ระบบ
การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"