คืนชีวิตให้'พญาแร้ง' ความหวังฟื้นฟูสัตว์ป่าหายาก

ภาพ:มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

พญาแร้งเป็นสัตว์ป่าหายากที่ไม่สามารถพบเห็นตามผืนป่าธรรมชาติ นำมาสู่การอนุรักษ์และวิจัยเพื่อฟื้นฟูประชากรพญาแร้ง มีความพยายามวางแผนขยายพันธุ์และฟื้นฟูสู่ธรรมชาติ แน่นอนว่า การคืนชีวิตให้พญาแร้งไม่ใช่แค่การอนุรักษ์สัตว์ป่า   แต่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศป่า  อดีตพญาแร้งเคยโบยบินบนท้องฟ้าไทย แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม การใช้สารเคมี และการลดลงของแหล่งอาหาร ทำให้ประชากรพญาแร้งนกนักกินซากขนาดใหญ่สูญพันธุ์ไปจากผืนป่าธรรมชาติเป็นระยะเวลายาวนาน  ทั้งนี้ พญาแร้ง ถูกจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง

ความร่วมมือนำพญาแร้งกลับคืนสู่ผืนป่าไทยภายใต้การบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ผ่านโครงการพญาแร้ง สร้างความหวังด้านการอนุรักษ์ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา  พญาแร้งออกไข่อีกครั้ง ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  จ.อุทัยธานี   หากชีวิตน้อยๆ ออกมาสู่โลกกว้างและเจริญเติบโต

นายชัยอนันต์ โภคสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่ประสานงาน 6 สถาบันอนุรักษ์และวิจัยสัตว์ กล่าวว่า ภารกิจคืนชีวิตให้พญาแร้งเริ่มต้นที่สวนสัตว์นครราชสีมา เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งมีโครงการเพาะขยายพันธุ์ในสัตว์กลุ่มแร้ง แต่ขณะนั้นขาดองค์ความรู้ งบประมาณ และการจัดการพื้นที่ จึงยังไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งปี 2559  สถาบันอนุรักษ์และวิจัยสัตว์ ซึ่งมีพญาแร้งกรงเลี้ยงมีแนวคิดเพาะขยายพันธุ์ดีกว่าปล่อยให้สูญเสียไปในสถานที่เลี้ยง นำมาสู่การเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรมอุทยานฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมประชุมถึงการฟื้นฟูประชากรพญาแร้งปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ นำมาสู่จัดตั้งโครงการฯ  และตรวจสุขภาพแร้งที่มีอยู่ มีข่าวดีไปต่อได้ในเรื่องพ่อแม่พันธุ์  พื้นที่ฟื้นฟู คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพราะพบพญาแร้งฝูงสุดท้ายเมื่อปี 2535  และเป็นพื้นที่เหมาะสมปล่อยพญาแร้งได้

นายชัยอนันต์ กล่าวว่า แม้แร้งจะหายไปจากป่าห้วยขาแข้งกว่า 30 ปี แต่ยังเป็นพื้นที่มีศักยภาพฟื้นฟูประชากร ด้วย 3 องค์ประกอบหลักๆ คือ อาหาร ห้วยขาแข้ง มีเสือโคร่งในธรรมชาติเยอะที่สุดในไทย ย่อมต้องมีซากสัตว์ รวมถึงห้วยขาแข้งมีป่าเบญจพรรณผสมป่าเต็งรัง ซึ่งเป็นพื้นที่เหมาะสม โล่ง ที่สำคัญมีต้นไม้ใหม่ ต้นไม้สูง เพราะพญาแร้งต้องสร้างรังจากพื้นดิน 15-20 เมตร  อีกทั้งเป็นพื้นที่อนุรักษ์มีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนปกป้องสัตว์ป่าชนิดนี้ ห้วยขาแข้งเหมาะสมที่สุด

นำมาสู่การสร้างกรงขนาดใหญ่ และคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์เพื่อฟื้นฟูประชากร  การดำเนินงานก้าวสู่ปีที่ 10 ผลลัพธ์ได้ลูก 1 ตัว ได้องค์ความรู้ อนาคตจะวางแผนเพาะขยายพันธุ์กันต่อ  รวมถึงได้ที่ปรึกษาจากกลุ่มอนุรักษ์ Saving Asia’s Vultures from Extinction  ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ทำงานอนุรักษ์นกแร้งในเอเชีย เน้นป้องกันการสูญพันธุ์ของนกแร้งในภูมิภาค  จะขับเคลื่อนพื้นที่ปลอดภัยเพื่อให้แร้งอยู่อาศัย รวมถึงดึงชุมชนโดยรอบเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวอนุรักษ์ให้นักปักษีทั่วโลกที่ชื่นชอบการดูแร้งมาเยี่ยมชม เหมือนเนปาลและกัมพูชา ซึ่งจะสร้างรายได้แก่ชุมชน

“ ประชากรพญาแร้งในธรรมชาติไม่มีแล้ว มีแค่ในสถานที่เลี้ยง แร้งประจำถิ่นในประเทศไทยมี 3 ชนิด พญาแร้งมีเฉพาะในกรงเลี้ยง อีก 2 ชนิดในป่าธรรมชาติไม่มีแล้ว แนวโน้มประชากรลดลงเรื่อย ส่วนประชากรนกแร้งในเอเชียแนวโน้มลดลง พบเพิ่มบ้างเล็กน้อยในประเทศอินเดีย แต่ยังอยู่ในขั้นวิกฤต ปัจจัยหลักๆ เกิดการสูญเสียมาก  คือ การใช้สารไดโคลฟีแนค (Diclofenac)  ในปศุสัตว์ ลดการอักเสบ ซึ่งเกษตรกรนิยมใช้ด้วยราคาถูก เมื่อมีซากสัตว์ตายแร้งลงกิน สารเคมีดังกล่าวเป็นอันตรายต่อนกแร้ง สารเคมีหยดเดียวทำให้แร้งสูญพันธุ์ได้  รวมถึงการสาธารณสุขที่ดีขึ้นมีการกำจัดซากที่เป็นอาหารหลักของแร้ง แหล่งอาหารลดลง ทำให้ประชากรลดลง “ นายชัยอนันต์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สถาบันอนุรักษ์และวิจัยสัตว์ระบุจากที่เริ่มต้นจากศูนย์จนเกิดลูกพญาแร้ง มีองค์ความรู้ แต่ก้าวต่อไปในการคืนชีวิตให้พญาแร้งยังมีความท้าทายอีกมาก   ซึ่งเป้าหมายสูงสุดพญาแร้งสามารถทำรัง วางไข่ และโบยบินอยู่ได้บนท้องฟ้าห้วยขาแข้ง  ความท้าทายเกิดขึ้นตลอดภารกิจ เพราะพื้นที่อยู่ใจกลางป่าลึกห้วยขาแข้ง ต้องติดตามและเฝ้าระวังผ่านกล้อง CCTV  แต่อาศัยความร่วมมือ การลองผิดลองถูกปีที่ผ่านมา เราสูญเสียไข่พญาแร้ง 2 ใบ ก็ล้มลุกคลุกคลาน  ไม่ท้อ แต่ปีนี้แจ้งข่าวดี เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 พ่อป๊อกพญาแร้งตัวผู้จากสวนสัตว์โคราชกับแม่มิ่งพญาแร้งตัวเมียจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง วางไข่1 ใบ  คาดหวังจะได้ประชากรพญาแร้งเพิ่มในประเทศไทย

นายวชิราดล แผลงปัญญา นักวิชาการสวนสัตว์ 5 สวนสัตว์นครราชสีมา  กล่าวว่า ในสวนสัตว์นครราชสีมาดูแลพญาแร้งในกรงจำนวน 7 ตัว แบ่งเป็นกลุ่มโตเต็มวัย 5 ตัว และกลุ่มลูกเล็ก 2 ตัว  ตัวแรกมาจากสถานที่เพาะเลี้ยง ส่วนอีกตัวเป็นลูกพญาแร้งจากสภาพพื้นที่จริงในกรงฟื้นฟูที่ห้วยขาแข้ง ในแต่ละวันดูแลเรื่องสภาพแวดล้อมและอาหารเป็นพิเศษ โดยตรวจสอบการปนเปื้อนสารเคมี ปลอดยาไดโคลฟีแนค ปัจจุบันให้เนื้อแพะจากฟาร์มปลอดโรค ปริมาณ 300 กรัมต่อ 1 ตัว ต่อ 2 วัน เพื่อควบคุมน้ำหนัก  พร้อมเสริมอาหารชนิดอื่นๆ เช่น ไข่ต้ม ไขกระดูกเพื่อให้แร้งใช้ปากดึงฉีก    ฯลฯ   

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะส่งเสริมพฤติกรรมสร้างกล้ามเนื้อของพญาแร้งในรูปแบบต่างๆ  เลี้ยงให้มีสัญชาติญาณสัตว์ป่า แยกโซนไม่ให้ใกล้ชิดกับโซนนักท่องเที่ยว หากมีโอกาสกลับสู่ธรรมชาติจะอยู่รอดปลอดภัย การดูแลพญาแร้งในสวนสัตว์โคราชเทียบกับพญาแร้งในกรงฟื้นฟูที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ถิ่นอาศัย แสง อุณหภูมิจริง แตกต่างและดูแลยากกว่า  ที่สวนสัตว์หากแดดไม่พอ ร่มไป ต้องตัดแต่งเปิดช่องให้แสงลง เพื่อลดเชื้อโรค

ภารกิจคืนชีวิตให้พญาแร้งครั้งสำคัญ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรร่วมภารกิจผ่านการระดมทุนสนับสนุนผ่านกองทุนอนุรักษ์พญาแร้งและจัดการข้อมูลวิชาการนำออกมาสื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชน นางสาวชฎาภรณ์ ศรีใส หัวหน้าฝ่ายวิชาการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า  การดำเนินงานระยะแรกลงไปประชาสัมพันธ์กับชุมชนโดยรอบห้วยขาแข้งให้เห็นความสำคัญของพญาแร้ง แต่ยอมรับเป็นโจทย์ยาก เพราะพญาแร้งหายจากพื้นที่นาน 30 ปีแล้ว ชาวบ้านยังไม่เข้ามามีส่วนร่วมมากนัก ซึ่งพญาแร้งมีบทบาทสำคัญในระบบิเวศเป็นนักกำจัดซาก กำจัดเชื้อโรคที่เป็นอันตราย ทั้งเชื้อแอนเท็ค หรือโรคอหิวาห์ที่เกิดขึ้นในอดีต

 หน.ฝ่ายวิชาการมูลนิธิสืบฯ กล่าวด้วยว่า งานวิจัยจากประเทศอินเดียยืนยันหากมีพญาแร้งในพื้นที่สามารถตัดวงจรโรคพิษสุนัขบ้าลงไปได้ หากขาดพญาแร้งจะทำให้วงจรการย่อยสลายซากสัตว์ในระบบนิเวศช้าลง อาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากสัตว์สู่คน หรือสัตว์สู่แหล่งน้ำได้ง่ายขึ้น จะส่งผลกระทบย้อนกลับมาที่มนุษย์  อย่างไรก็ตาม มูลนิธิฯ จะรุกประชาสัมพันธ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อสื่อสารในวงกว้างร่วมอนุรักษ์พญาแร้ง   อย่างไรก็ตาม หากระดับนโยบายเห็นความสำคัญข้อจำกัดหรืออุปสรรคต่างๆ จะคลี่คลายลงมากกว่านี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"รมว.ทส.สุชาติ" สั่งดำเนินคดีถึงที่สุด!​ หลังลูกจ้าง​ อช.เขาแหลม​ สุดแสบดัดแปลงรถส่วนตัวติดตรากรมอุทยานฯ ขนต่างด้าว ย้ำ! หากพบใครเกี่ยวข้องพร้อมดำเนินคดีถึงที่สุดเช่นกัน

8 เม.ย. 2569 นายอรรถพล​ เจริญชันษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่าตามที่ได้รับรายงานเหตุการณ์จากผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่​ 3 (บ้านโป่ง)​ และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายสาธิต (สงวนนามสกุล) ลูกจ้างจ้างเหมาฯ พร้อมชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ร่วมภาคีเครือข่าย มอบขนมหนุนภารกิจ จนท.กรมอุทยานฯ รับมือไฟป่า

วันที่ 7 เมษายน 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมทีมงาน ร่วมกับ จ.ส.อ.หญิงวรรณภา ปานสุข ผู้ช่วยผู้บริหาร บริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ลงพื้นที่มอบขนมถั่วลิสงฝักอบกรอบ รสวอลนัท จำนวน 100 ลัง (3,600 ชิ้น) มูลค่ารวม

รองนายกฯ ‘สุชาติ’ ชื่นชมความสำเร็จองค์การสวนสัตว์ฯ เพาะพันธุ์พญาแร้ง รับสมาชิกใหม่ฤดูกาลนี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวชื่นชมความสำเร็จของ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่สามารถเพาะขยายพันธุ์ “พญาแร้ง” ได้สำเร็จอีกครั้ง นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของงานอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากของประเทศ และสะท้อนศักยภาพบุคลากรไทยด้านการวิจัยและฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์

ทีมวิจัยสัตว์ป่าฯ ยืนยันพบ 'ตะโขง' สัตว์ป่าที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว

ทีมวิจัยสัตว์ป่าฯ ยืนยันพบ "ตะโขง" ในธรรมชาติ บ่งชี้ความสมบูรณ์ของป่าพรุตากใบ ความหวังใหม่ของสัตว์ป่าที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว

“รองนายกฯ​ สุชาติ ” ชูโครงการอาหารเพื่อสัตว์ป่า ระหว่างกรมอุทยานฯ กับ ซีพี แอ็กซ์ตร้าฯ เป็นหมุดหมายสำคัญสู่ Zero Food Waste เดินหน้าลดปริมาณขยะอาหารต่อเนื่อง

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางอาหารเพื่อสัตว์ป่าระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) และพิธีรับมอบอาหารส่วนเกิน (Food Surplus) โดยมีนายวีระ ขุนไชยรักษ์