Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ถึงอย่างไร "คนไทย" ก็ต้อง "ยึดไทย"


ไม่รู้จะคุยอะไรกะท่านจริงๆ เพราะเบื่อฉายหนังเรื่อง "ไอ้คนเนรคุณชาติ" เรื่องเดียวซ้ำๆ ซากๆ อยู่ทุกวัน ผมให้เครดิต "เจ้าหน้าที่บ้านเมือง" เขา จึงไม่กังวลอะไรจนเกินเหตุ นึกอย่างนี้ซีครับ ประเทศชาติคือหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และเราก็ล้วนเป็นสมาชิกในหมู่บ้านนั้น หน้าที่เราคือ เป็นผู้จ่ายค่า "บริหารส่วนกลาง" ที่ดี ทุกเดือน

จ่ายทำไม...ก็จ่ายเป็นค่าพนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นค่าป้องกันขโมยขโจร เป็นค่าดูแลรักษาสาธารณสมบัติ เป็นค่ารักษาความสะอาด ค่าดูแลต้นหมากรากไม้ และ ฯลฯ

ในความหมายก็คือ เรามีหน้าที่จ่าย และรัฐบาล-ข้าราชการ-ทหาร-ตำรวจ มีหน้าที่เป็น "พนักงานรักษาความปลอดภัย" ดังนั้น แต่ละฝ่ายก็ต้องเคารพและเชื่อมั่นในหน้าที่ของกันและกัน

ทุกวันนี้ ในส่วนที่เป็นหน้าที่ของลูกบ้าน คือประชาชน ส่วนใหญ่ยังเคร่งครัดในหน้าที่ "จ่ายภาษี" เลี้ยงดูประเทศกันดีอยู่ ดังนั้น "ยามประเทศ" ก็ควรเคร่งครัดในหน้าที่ด้วย เพื่อมิให้ผู้จ่ายค่าจ้างต้องผิดหวัง

นั่นก็คือ เป็นเวลาที่ "รัฐบาล-ข้าราชการ-ทหาร-ตำรวจ" ควรจะต้องเคร่งครัดในหน้าที่อันเป็นส่วนของตน แสดงประสิทธิภาพให้ลูกบ้านอุ่นใจบนความ "มั่นใจ" ให้ได้ว่า ลีลากบฏภายในราชอาณาจักร ภายใต้บงการของ "ทักษิณ ชินวัตร" ที่เริ่มจากนี้ไป จะต้องเหมือน "ไก่ในเข่ง" ตอนตรุษจีน!

ถ้าปล่อยให้ประเทศชาติ-ประชาชนเดือดร้อนเหมือนอย่างเดือนเมษาปีที่แล้ว แสดงว่า ผลงาน "ไม่คุ้มค่าส่วนกลาง" นั่นก็หมายความว่า เมื่อคนมีหน้าที่แล้วไม่สามารถทำหน้าที่ให้ดีได้ มันก็มี ๒ ทางให้เลือก

จะรอให้เลิกจ้าง หรือ...

อดสู ละอาย-ลาออกไปเอง!?

ฉะนั้น ผมจึงไม่นอนสะดุ้งจนเรือนไหวมากนัก ที่สะดุ้งกันจนเรือนไหวขณะนี้ ผมก็เข้าใจ ไม่ใช่เพราะกลัว หรือเพราะไม่เชื่อใจ-ไม่มั่นใจในรัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ หากแต่ว่าไป "คิดเอา-นึกเอา" ในเรื่องอันมิใช่หน้าที่ของตน พูดง่ายๆ คือ

เราเป็นผู้จ่าย ดันไป "คิดแทน" ในงานของผู้รับจ้าง!?

การคิด "ข้ามหน้าที่" บางทีเขาก็เรียกกันว่า "คนบ้า" ชนิดหนึ่ง คนเตลิดคิดล้นกรอบ คนคิดฟุ้งซ่าน มันก็สรุปรวมว่า "บ้า" เหมือนกันทั้งนั้น อันที่จริง วันๆ คนเราบ้ากันคนละหลายๆ ครั้ง ผมเองบางวัน "บ้าเกือบทั้งวัน" ก็มี

ท่านอย่าว่าผม "พูดไปเรื่อย" นะ พระท่านบอกว่า เวลาใดที่เรา "ขาดสติ" เวลานั้นคือเวลาที่เราบ้า และเวลาที่เรา "มีสติ" ในการพูด การคิด การทำ นั่นแหละเป็นเวลาที่เรา "เป็นคนสมบูรณ์" คือหายจากบ้า

ฉะนั้น ที่พวกกบฏทักษิณเขาจะล้มล้างระบบรัฐ ยึดอำนาจรัฐบาลบริหารประเทศ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ "ฝ่ายบริหาร" ที่เราจ้างเขาไว้ทำหน้าที่ไป ส่วนพวกเรานอนเจี๊ยะเต้ แทะเม็ดก๋วยจี๊แก้ร้อนในไปสบายๆ ดูเขา...ดูตำรวจ ดูทหาร ดูการข่าวจากหน่วยมั่นคงทั้งหลายเขาจะทำกันยังไง

ถ้าไม่ทำ หรือทำไม่ได้ พวกเราค่อยไปซื้อเสื้อแดงมาใส่คนละตัว!

ไม่ใช่ตีขลุมไปเป็นสมุนทักษิณ แต่พรางตัวเข้าไปเขกหัว ป๊อก..ป๊อก..ไอ้พวกที่มีหน้าที่แล้วทำหน้าที่ดูแลรักษาบ้านเมืองแค่นี้ไม่ได้ แล้วจะไปป้องกันประเทศจากศัตรูหมู่ร้ายจริงๆ ได้ยังไง สมมติท่านฮุน เซน หันปากกระบอกปืนที่ซ้อมรบจากกำปงชนังวานซืนเข้ามาไทย แค่

นั้น มิต้องยอมให้ตัดเอ็นเอาหวายร้อยลากไปปอยเปตดอกหรือ?

ไปให้โขกหัวคารวะ "นายใหญ่" ที่รอให้เอาวอไปหามกลับมานั่นแหละ!

ทุกชีวิตล้วนมีเดิมพันทั้งนั้น กบฏทักษิณครั้งนี้เขาก็มีเดิมพัน "ชนะเป็นจ้าว-แพ้เป็นโจร" อภิสิทธิ์ก็มีเดิมพัน "ชนะเป็นนายกฯ-แพ้เป็นลกเจ๊ก" พลเอกอนุพงษ์ ผบ.ทบ.ก็มีเดิมพัน

ถ้า "แพ้..เมษานี้กลับบ้าน แต่ถ้าชนะ อยู่ยันเกษียณ"!!

ส่วนประชาชนนั้น ผมมองแบบเปลือยทะลุถึงแผ่นหลัง ไม่มองเสื้อว่าใครใส่สีอะไร มองลึกถึงแก่นใจ "คนไทย ไม่มีใครบ้าคิดทำลายประเทศไทยจริงหรอก"

มัน "หลอก" กันกิน "หลอก" กันเล่น มากกว่า!?

กระทั่ง ๓ เกลอหัวขวดก็เถอะ ถึงยังไง ลึกๆ ในใจผมก็ยังเชื่อใน "เลือดไทย" ด้วยกันว่า ไม่กล้าชั่วช้าสามานย์ถึงขั้น "ผลาญชาติ-ผลาญแผ่นดิน" ที่บรรพบุรุษของแต่ละคนฝังร่าง-ฝากวิญญาณไว้แน่ๆ

พวกนี้น่าจะจบวิชาปาเกี๊ยะขายกอเอี๊ยะริมทางรถไฟสายแม่กลองมามากกว่าจบวิชาแขนงอื่น เพราะเก่งทางฉายหนังตัวอย่าง ตีผ่างๆๆๆๆ เหมือนขายกอเอี๊ยะเรียกคนดู "เหลียวอั้วเล่งให้ลื้อลู" แต่พอขายกอเอี๊ยะได้ก็เก็บของเล่นเผ่นไปแน่บ ไม่เคยแสดงอะไรที่โม้ไว้ให้เห็น

จริงซักครั้ง

๑๔ มีนา สงครามครั้งสุดท้ายในแผน "แดงทั้งแผ่นดิน" ก็เหมือนกัน คราวนี้พยายามทำให้เหมือน "ทุ่มทุนสร้าง" แต่ผมดูๆ แล้ว ไม่ได้ทุ่มทุนสร้าง แต่ "ทุ่มทุนโฆษณา" แค่นั้นมากกว่า!?

ก็เงื่อนไขอะไรล่ะ ที่คนไทยจะเฮละโลกันมายึดบ้าน-ยึดเมืองตัวเอง?

เงื่อนไขเพราะ "ทักษิณไม่ต้องการอยู่ภายใต้กฎหมาย" ในขณะที่คนไทยทุกคนล้วนอยู่ภายใต้กฎหมาย เคารพศาล-เคารพกฎหมายกันทุกคน แต่ทักษิณไม่เคารพ ต้องการอยู่เหนือกฎหมาย เลยพากันมายึดบ้าน-ยึดเมืองให้ทักษิณงั้นหรือ?

ถึงร้อนเกิน ๔๐ องศา แต่คนไทยไม่บ้าถึงขนาด "แยกผิด-แยกถูก, แยกดี-แยกชั่ว" ไม่เป็นหรอก ถ้าคนไทยแยกแยะอะไรไม่ได้ หลงคลั่งไคล้ตามคำตลบตะแลงหลอกล่อของทักษิณอย่างนั้น

ผมว่า ประเทศไทยต้อง "แหลก" ไปตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ วันที่ศาลตัดสินยึดทรัพย์ ๔๖,๐๐๐ ล้านนั่นแล้ว!

เพราะอะไร?

เพราะวันนั้นถือว่า "สถานการณ์-โอกาส" มันเอื้อ ตามตำราพิชัยสงครามท่านบอกว่า "ถึงพร้อมด้วยเงื่อนไข" ทั้งเหตุ ทั้งบุคคล ทั้งเวลา ทั้งบรรยากาศ และทั้งสถานการณ์

แต่ปรากฏว่า ทัพแดงเอากิ่งไม้แห้งผูกหางม้า วิ่งวนอยู่ในที่ตั้ง เอาเพียงให้ทักษิณเขม้นมองจากดูไบ เห็นไกลๆ ว่า ฝุ่นตลบมืดครึ้มไปทั่วท้องฟ้า ให้หลงเข้าใจว่า "ทัพแดง" ของกูแกร่งกล้า มันยกกันมาราวีศาลเพื่อเราแล้ว

วันนั้นคือบททดสอบใจที่ "ยากแท้หยั่งถึง" ของ ส.ส.เพื่อไทย ของสามเกลอหัวขวด ของเสื้อแดงทุกคน เห็นชัดแล้วว่า ในสถานการณ์ที่สุด ทุกคนแยกแยะได้ ชาติบ้านเมือง คือส่วนที่ต้องถนอมรักษา ส่วนการสวามิภักดิ์ทักษิณ คือส่วนของลีลา...ก็ว่ากันไป "งานใคร-งานมัน"!

ถ้าจะว่า รอฟังผลตัดสินให้ชัดก่อนค่อยเคลื่อนไหว ก็ "ชัดแล้ว" คนไทยก็คือคนไทย "รักบ้านเมือง" มากกว่า "รักทักษิณ" ทำอยู่ ทำกิน แค่ทำกระปอดกระแปดอยู่กะบ้าน ไม่มีใครยกขบวนออกมาพล่านทั่วเมืองหลังจากนั้น

แล้วลองนึกย้อนไปวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐ วันที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน "ยุบพรรคไทยรักไทย" ดูซี ก่อนตัดสิน ใครล่ะ...ขี้เกียจเอ่ยชื่อ ทำเป็นวีรชนยี่เก ออกมาจับไมค์แถลง "ไม่ว่าศาลจะตัดสินออกมาอย่างไร ทางพรรคยินดีน้อมรับ"

เช้ายังน้อมรับ บ่ายยังน้อมรับ พอเย็น...รู้ผลพิพากษา ชักน้อมไม่รับซะแล้ว พอตกค่ำ กลับไปถึงพรรค ตอนนั้นย้ายไปอยู่แถวๆ พระราม ๒...ขบวนการ "เรารักแม้ว" เต็มพรึ่ดไปหมด

"ของขึ้น" ลืมไปหมดที่ว่า "ไม่ว่าคำตัดสินออกมาอย่างไรพร้อมน้อมรับ" จับไมค์ปลุกขบวนการผลาญบ้าน-เผาเมืองเอากันตั้งแต่คืนนั้นทันที

ถ้าพินิจ-พิจารณากันลงไปลึกๆ แล้ว ที่วีรชนยี่เก รวมถึง ส.ส.ไทยรักไทย ผนึกกำลังปลุกระดมแดงตะแคงบ้าน-ตะแคงเมืองนั้น ไม่ใช่เพราะ "รักทักษิณ" โดยตรง หากแต่ผสมเข้ากับ "รักตัวเอง" โดยเฉพาะพวกกรรมการบริหารพรรคที่เรียกว่า "บ้านเลขที่ ๑๑๑" เจ็บแค้นที่ตัวเองต้องถูกเว้นวรรคการเมือง ๕ ปี

ก็เลยเล่นบท "ผีผสมโลง" ป่วนชาติเพื่อแม้ว เพราะถึงอย่างไรชูชื่อแม้วไว้ยังใช้ "หากินได้" เพราะลำพังพวกตัวเองก็ไม่เท่าไหร่ แถมไม่อยากจะจ่ายอีกตะหาก!

เนี่ย...ตอนตัดสินคดียุบพรรค มันมี "เดิมพันร่วม" กันอยู่ จึงมีการป่วนเมืองทันทีในคืนวันตัดสิน ส่วนคดียึดทรัพย์ ๒๖ กุมภา "ทักษิณกับครอบครัว" เป็นเจ้าของเดิมพัน ๗๖,๐๐๐ ล้านฝ่ายเดียว ส.ส.หรือเสื้อแดงคนไหนก็ไม่มีเอี่ยวด้วย แถมทุกคนก็รู้อยู่ในใจ "เงิน

นี้ได้มาจากการโกงชาติ"

ฉะนั้น เมื่อศาลพิพากษาออกมา ที่ใครๆ นึกว่า ๒๖ กุมภา จลาจลบ้านเมือง จึงมีแค่ "จราจร" ยืนโบกรถไหวๆ โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงคืนต่อมามีการ "ปาแบงก์" นั่นก็แกล้งๆ ผสมโรง!

ฉะนั้น "อยู่กับปัจจุบัน" กันให้สบายใจเถอะครับ อย่าไปวิตก-วิจารณ์อะไรล่วงหน้ากับสิ่งที่ไม่มีใครรู้ได้ว่า จะมีอะไรเกิด หรือไม่มีอะไรเกิด มันเกิดก็ดี-ไม่เกิดก็ดี เพราะทุกอย่างล้วนมีทางที่จะต้องไปของมันอยู่แล้ว อยากยึดอะไรก็ยึดไปเถอะ แต่ผมอยากให้ยึดอย่างหนึ่งให้มั่น คือ คนไทยต้อง "ยึดชาติบ้านเมือง" ของพวกเราคนไทยด้วยกันไว้ให้มั่น

นอกนั้น...เลือกๆ เอา!



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์