สหรัฐอเมริกาประกาศคว่ำบาตรศาลอาญาระหว่างประเทศทันทีที่อดีตผู้พิพากษาของศาลได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และเตือนว่าจะทำลายการดำเนินงานของศาลดังกล่าว

นาวี พิลเลย์ ทนายความชาวแอฟริกาใต้และผู้สนับสนุนกฎหมายระหว่างประเทศ กล่าวหลังจากได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2026 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ณ ห้องพิจารณาคดีหมายเลข 600 แห่งพระราชวังยุติธรรมนูเรมเบิร์ก ทางตอนใต้ของเยอรมนี (Photo by Frank BOXLER / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 ระบุว่า สหรัฐอเมริกาแสดงความไม่พอใจอย่างหนักด้วยการประกาศคว่ำบาตรศาลอาญาระหว่างประเทศ และให้คำมั่นว่าจะทำลายการดำเนินงานของศาลดังกล่าว พร้อมเตือนให้รับมือการถูกโจมตีทางการเมืองที่จะเพิ่มมากขึ้น
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันจะห้ามการทำธุรกรรมกับสิ่งที่เขาเรียกว่า "ศาลนอกรีต" ซึ่งเป็นการยกระดับการรณรงค์ที่ดำเนินมายาวนานของรัฐบาลทรัมป์ ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในกรุงเฮก
"ศาลอาญาระหว่างประเทศต้องยุติการข่มขู่ ไม่งั้นเราอาจจะเป็นฝ่ายยุติศาลอาญาระหว่างประเทศ" รูบิโอ กล่าวในแถลงการณ์
ศาลฯออกแถงการณ์ปฏิเสธมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยกล่าวว่าเป็นการโจมตีกฎหมายระหว่างประเทศ และประวัติศาสตร์จะเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ของช่วงเวลาแห่งความขัดแย้งนี้เอง
การตอบสนองทันทีเกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่คณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่นาวี พิลเลย์ นักกฎหมายชาวแอฟริกาใต้ วัย 85 ปี ซึ่งเป็นประธานศาลพิจารณาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา ,เคยดำรงตำแหน่งในศาลอาญาระหว่างประเทศ และต่อมาเป็นประธานคณะกรรมาธิการของสหประชาชาติที่กล่าวหาอิสราเอลว่าก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา
แถลงการณ์ของรูบิโอไม่ได้กล่าวถึงพิลเลย์หรือรางวัลโนเบล แต่ระบุเพียงว่ามาตรการคว่ำบาตรนั้นจำเป็น เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการเลือกตั้งจากการถูกดำเนินคดีโดยที่ศาลสหรัฐฯ ไม่เคยได้มีส่วนร่วม
"ประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่มีวันยอมให้ศาลอาญาระหว่างประเทศดำเนินคดีกับชาวอเมริกัน" รูบิโอกล่าว พร้อมเสริมว่ามาตรการคว่ำบาตรจะมุ่งตัดทรัพยากรของศาลฯและทำให้ความสามารถในการดำเนินงานของศาลฯเป็นอัมพาต
"รัฐบาลวอชิงตันได้แสดงท่าทีแห่งความสุจริตขั้นพื้นฐานที่คาดหวังจากศาลฯมานานกว่า 1 ปีแล้ว และได้ชะลอการกำหนดสถานะดังกล่าวไว้โดยหวังว่าศาลอาญาระหว่างประเทศหรือประเทศสมาชิกจะเปลี่ยนท่าที แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีขั้นตอนที่มีความหมายใด ๆ ต่อการดำเนินการเพื่อแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐฯ" รูบิโอระบุ
เขายังเรียกร้องพันธมิตรของสหรัฐฯ ที่เป็นสมาชิกของศาลฯและพึ่งพาเจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันในการป้องกันประเทศ ให้ร่วมกันควบคุมการดำเนินงานของศาลฯ มิเช่นนั้นรัฐบาลวอชิงตันจะพยายามทำลายศาลอาญาระหว่างประเทศทีละเล็กทีละน้อยต่อไปเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์เคยลงโทษเจ้าหน้าที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หลายคน รวมถึงอัยการและผู้พิพากษา จากการสอบสวนของศาลที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งไม่ใช่สมาชิกของศาลฯ
เมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์เรียกร้องให้รัฐสมาชิก ICC ทั้งหมดถอนตัวออกจากองค์กร โดยประณามว่าองค์กรนี้ควบคุมไม่ได้และเป็นเพียงสถาบันนอกรีต

