กัมพูชา ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในวาระปัจจุบัน เตือนเมียนมาไม่ให้ประหารชีวิตนักโทษอีก ภายหลังมีประเด็นการสังหารนักโทษการเมือง 4 คนด้วยการแขวนคอ โดย 2 คนในจำนวนนั้นเป็นบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งก่อให้เกิดความไม่พอใจในระดับนานาชาติ

(จากซ้ายไปขวา) ไซฟุดดิน อับดุลลาห์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย, เทเรซา ลาซาโร รักษาการปลัดกระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์, วิเวียน บาลาคริชนาน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์, ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศไทย, บุ่ย แทงห์ เซิน รัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนาม, นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ของกัมพูชา, ปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา, เร็ตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย, อีริวาน ยูซอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศบรูไน, สะเหลิมไซ กมมะสิด รัฐมนตรีต่างประเทศลาว และลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน ถ่ายภาพร่วมกันระหว่างพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ครั้งที่ 55 ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม (Photo by Mohd RASFAN / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 3 สิงหาคม 2565 กล่าวว่า การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนประจำปีนี้ เปิดฉากขึ้นแล้วในวันพุธ ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยมีประเด็นร้อนในการหารือเรื่องการประหารชีวิตนักโทษการเมืองโดยรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งสร้างกระแสความไม่พอใจไปทั่วโลก
โดยบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศในอาเซียน กำลังหารือถึงวิธีการจัดการกับวิกฤตทางการเมืองที่กำลังร้อนแรงในเมียนมา จนถึงตอนนี้ ชาติอาเซียนทั้ง 10 ชาติได้พยายามช่วยเหลือและฟื้นฟูความสงบสุขให้กับเมียนมาหลังการรัฐประหารในปีที่แล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่เกิดผลในทางที่ดีใดๆ เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลเผด็จการทหาร
รัฐบาลทหารทำการประหารชีวิตนักโทษการเมือง 4 รายเมื่อเดือนที่แล้ว โดยการกระทำดังกล่าวต่างโดนประณามจากชาติสมาชิกอาเซียน หลังผู้นำสูงสุดของทุกชาติอาเซียน รวมถึงมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐประหารของเมียนมา เคยตกลงร่วมกันใน "ฉันทามติ 5 ประการ" เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยข้อตกลงดังกล่าวเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงและให้มีการเจรจาระหว่างกองทัพกับฝ่ายต่อต้านรัฐประหารโดยทันที เพื่อหาทางออกจากวิกฤตความรุนแรงในเมียนมา
“หากเมียนมามีการประหารชีวิตนักโทษเพิ่มอีก อาเซียนคงต้องกลับมาทบทวนบทบาทภายใต้ฉันทามติ 5 ประการที่เคยตกลงกันไว้” นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา กล่าวขณะเปิดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ
ฮุน เซน กล่าวว่า “อาเซียนผิดหวังและไม่พอใจกับการประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวในเมียนมา แม้จะมีการร้องขอให้ยับยั้งและทบทวนให้พิจารณาโทษประหารชีวิตใหม่ เพื่อประโยชน์ในการเจรจาทางการเมือง, สันติภาพ และความปรองดองแล้วก็ตาม” ซึ่งฮุน เซนเองก็ยอมรับว่าความขัดแย้งในเมียนมาเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยาก
การทำรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ทำให้เมียนมาตกอยู่ในความระส่ำระสาย โดยมียอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามผู้เห็นต่างอย่างโหดเหี้ยมของทหารกว่า 2,100 ราย ตามรายงานของกลุ่มสังเกตการณ์ท้องถิ่น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ภูเก็ต' กวาดบาร์รัสเซียพ่วงจ้างต่างด้าวเมียนมา
บุกจับ บาร์รัสเซีย ลักลอบเปิดสถานบริการ ลักลอบจำหน่าย บารากู่ จ้างชาวเมียนมา ทำงานยึดของกลางจำนวนมาก
กระตุกไทย 'เมียนมา' อยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ เร่งสร้างบทบาทลดความขัดแย้ง
“ปณิธาน” ชี้ เมียนมาคือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ไทยควรเป็นตัวกลางหยุดยิง นักวิจัยย้ำเร่งสร้างบทบาทเชิงรุกเหตุอยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ อาจกลายเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและของภูมิภาคในระยะยาว
'พล.อ.รังษี' เตือน! สัญญาณปะทะรอบ 3 กกต.เตรียมรับมือ ลั่น ถ้าเป็นนายกฯต้องรบนอกบ้าน
'พล.อ.รังษี' เตือน! เขมรขุด 'คูเลต' คือสัญญาณปะทะรอบ 3 คาดเดา 'ฮุนเซน' ไม่ได้ ถ้ายิงจรวดเข้ามาในวันเลือกตั้ง8ก.พ.รัฐบาล-กกต.ต้องเตรียมรับมือ ลั่น!ถ้าเป็นนายกฯเขมรโจมตีพลเรือนอีกต้องรบนอกบ้านยึดภูมิประเทศสำคัญ สั่งถล่มบ่อนกาสิโนทั้งหมด พร้อมเลิก MOU 43 - MOU 44
สหพันธ์กีฬาคนพิการอาเซียน ชื่นชมประเทศไทย จัดยกระดับสู่เวทีนานาชาติ
สหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน (ASEAN Para Sports Federation: APSF) จัดงานแถลงข่าวภาพรวมผลการดำเนินงานและการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยได้รับเกียรติจากพลตรีโอสถ ภาวิไล ประธานสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน เป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยพลตรีหญิง ดร.วันดี โตสุวรรณ เลขาธิการสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน ณ ศูนย์ประสานงานสื่อมวลชน (MPC) การแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อาคารศูนย์ประชุม สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569
ฉากทัศน์และความเป็นไปได้หากศาลโลกตัดสิน ‘เมียนมา’ คดี ‘โรฮิงญา’
นักวิชาการธรรมศาสตร์มอง คดีโรฮิงญาในศาลโลกมีน้ำหนักพอเอาผิดรัฐบาลทหารเมียนมาได้ แต่การบังคับใช้คำตัดสินยังติดข้อจำกัด ชี้แรงกดดันอาจตกอยู่ที่อาเซียนและไทย ขณะการค้า-การลงทุนเสี่ยงกระทบ หากถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ

