
นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุงของสิงคโปร์ประกาศเมื่อค่ำวันอาทิตย์ว่า สิงคโปร์จะยกเลิกกฎหมายห้ามชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย แต่รัฐบาลยังไม่สนับสนุนการสมรสของเพศเดียวกัน
เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานประมวลกฎหมายอาญามาตรา 377 เอของสิงคโปร์ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ กำหนดบทลงโทษการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย ให้จำคุกไม่เกิน 2 ปี แต่กฎหมายนี้ไม่ได้ห้ามการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างหญิงกับหญิง และไม่มีการลงโทษผู้ทำผิดกฎหมายนี้ในสิงคโปร์มาแล้วหลายสิบปี
นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุงของสิงคโปร์กล่าวสุนทรพจน์ฉลองวันชาติเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2565 ว่าปัจจุบันทัศนคติได้เปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่รัฐบาลตัดสินใจให้คงไว้ซึ่งกฎหมายมาตรานี้เมื่อ 15 ปีก่อน และช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่มีผู้ถูกลงโทษด้วยกฎหมายนี้ ปัจจุบันผู้ที่เป็นเกย์ในสิงคโปร์ได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในบรรดาคนหนุ่มสาว ถึงเวลาที่ต้องถามตัวเราเองอีกครั้งกับคำถามพื้นฐานว่า ควรหรือไม่ที่การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายในที่ส่วนตัว จะเป็นความผิดทางอาญา
ผู้นำสิงคโปร์กล่าวว่ารัฐบาลจะยกเลิกกฎหมายตมาตรา 377 เอ และกำหนดให้การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายไม่ผิดกฎหมาย เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ควรทำและชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะยอมรับในเรื่องนี้ เป็นการทำให้กฎหมายสอดคล้องกับสังคมปัจจุบันมากยิ่งขึ้น และทำให้ชาวสิงคโปร์ที่เป็นเกย์มีความโล่งใจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสิงคโปร์ยังไม่สนับสนุนการสมรสของเพศเดียวกัน โดยนายกรัฐมนตรีลีระบุแม้เราจะยกเลิกกฎหมายมาตรา 377 เอ แต่รัฐบาลจะสนับสนุนและปกป้องสถาบันครอบครัว โดยย้ำว่ากฎหมายสิงคโปร์ให้การรับรองการสมรสระหว่างชาย 1 คนกับหญิง 1 คนเท่านั้น
เครือข่ายรณรงค์เพื่อสิทธิเกย์กว่า 20 กลุ่มออกแถลงการณ์ร่วมกันหลังการแถลงของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์จะยกเลิกกฎหมายมาตรา 377 เอ ระบุว่า เป็นก้าวแรกบนถนนที่ยาวไกลสำหรับความเท่าเทียมอย่างเต็มรูปแบบของประชาชนชาวแอลจีบีทีคิว+ ในสิงคโปร์ ผลกระทบที่แท้จริงในการยกเลิกกฎหมายนี้จะตัดสินจากการที่ชาวสิงคโปร์ตอบสนองในเรื่องนี้และการปฏิบัติต่อบุคคลอื่นในอนาคต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พาณิชย์เผย 7 เดือนต่างชาติขนเงินลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท
7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาท ตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท

