มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาเยือนรัสเซียและเข้าพบประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ที่เมืองวลาดิวอสต็อก ทางตะวันออกไกลของประเทศ

มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา (ซ้าย) เยือนรัสเซียและเข้าพบประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ที่เมืองวลาดิวอสต็อก เมื่อวันที่ 7 กันยายน (Photo by Valery SHARIFULIN / SPUTNIK / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 7 กันยายน 2565 กล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจ อีสเทิร์น อิโคโนมิก ฟอรัม ได้ต้อนรับการมาเยือนของมิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา เมื่อวันพุธ
หลังการพบปะนอกรอบของสองผู้นำ ปูตินกล่าวว่า เมียนมาเป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นต่อกันมาอย่างยาวนานของรัสเซียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความสัมพันธ์ดังกล่าวกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มิน อ่อง หล่าย ชื่นชมความเป็นผู้นำและความสามารถของปูติน ที่เข้ามาสร้างรัสเซียจนยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก
ความสัมพันธ์ของรัสเซียและชาติตะวันตกเริ่มแย่ลงเรื่อยๆจากกรณีสงครามในยูเครน ทำให้รัฐบาลมอสโกพยายามหาพันธมิตรจากตะวันออกกลาง, เอเชีย และแอฟริกา
"ในการพบปะครั้งนี้ ผู้นำทั้งสองแสดงความเป็นมิตรและเปิดเผย พร้อมมีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความสัมพันธ์และสถานการณ์ระหว่างประเทศ" รัฐบาลทหารเมียนมากล่าวในแถลงการณ์
นับตั้งแต่ทำการยึดอำนาจมาจากรัฐบาลพลเรือนของอองซานซูจีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว เมียนมาโดยการนำของรัฐบาลทหารต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก รวมทั้งการลดระดับความสัมพันธ์ จนทำให้สภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ในประเทศเต็มไปด้วยความยากลำบากและโกลาหล อีกทั้งปัญหาสิทธิมนุษยชนจากการใช้กำลังปราบปรามผู้เห็นต่างจนเสียชีวิตกว่า 2,200 ราย ทำให้โดนประณามอย่างหนักจากนานาชาติ.
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 7 กันยายน 2565 กล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจ อีสเทิร์น อิโคโนมิก ฟอรัม ได้ต้อนรับการมาเยือนของมิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา เมื่อวันพุธ
หลังการพบปะนอกรอบของสองผู้นำ ปูตินกล่าวว่า เมียนมาเป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นต่อกันมาอย่างยาวนานของรัสเซียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความสัมพันธ์ดังกล่าวกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มิน อ่อง หล่าย ชื่นชมความเป็นผู้นำและความสามารถของปูติน ที่เข้ามาสร้างรัสเซียจนยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก
ความสัมพันธ์ของรัสเซียและชาติตะวันตกเริ่มแย่ลงเรื่อยๆจากกรณีสงครามในยูเครน ทำให้รัฐบาลมอสโกพยายามหาพันธมิตรจากตะวันออกกลาง, เอเชีย และแอฟริกา
"ในการพบปะครั้งนี้ ผู้นำทั้งสองแสดงความเป็นมิตรและเปิดเผย พร้อมมีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความสัมพันธ์และสถานการณ์ระหว่างประเทศ" รัฐบาลทหารเมียนมากล่าวในแถลงการณ์
นับตั้งแต่ทำการยึดอำนาจมาจากรัฐบาลพลเรือนของอองซานซูจีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว เมียนมาโดยการนำของรัฐบาลทหารต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก รวมทั้งการลดระดับความสัมพันธ์ จนทำให้สภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ในประเทศเต็มไปด้วยความยากลำบากและโกลาหล อีกทั้งปัญหาสิทธิมนุษยชนจากการใช้กำลังปราบปรามผู้เห็นต่างจนเสียชีวิตกว่า 2,200 ราย ทำให้โดนประณามอย่างหนักจากนานาชาติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 2.6 ห่างแม่ฮ่องสอน 148 กม.
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 03:36 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา
อดีตบิ๊กข่าวกรอง อัดสส.พรรคส้มต้าน 'มิน ออง ไลง์' แต่กลับชอบ 'ฮุน เซน'
“นันทิวัฒน์” ซัดนักการเมืองตะโกนต้าน “มิน ออง ไลง์” กลางรัฐสภา ชี้ผู้นำต่างประเทศมาเยือนไทยต้องให้เกียรติในฐานะแขก เหน็บนักสิทธิ-สส. “คลั่งประชาธิปไตย” จงเกลียดจงชังผู้นำเมียนมาตามตะวันตก แต่กลับเสนอเปิดด่านเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับ “ฮุน เซน”
'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ
รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
ไทย-เมียนมาออกแถลงการณ์ร่วม ยกระดับความร่วมมือทุกมิติ
นายกรัฐมนตรีไทยและประธานาธิบดีเมียนมาออกแถลงการณ์ร่วมภายหลังการหารือทวิภาคี ยืนยันเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชา
'สีหศักดิ์' แถลงผลเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ 'มิน ออง หล่าย' ผลักดันเมียนมากลับสู่อาเซียน
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ แถลงผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน ออง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเมียนมา ซึ่งไทยมองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค

