ไต้หวันส่งบินขับไล่รุ่นอัพเกรด F-16V ฝูงแรกเข้าประจำการ

กองทัพอากาศไต้หวันทำพิธีส่งเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 วี ที่เป็นเอฟ-16 รุ่นปรับปรุงให้มีความก้าวหน้าที่สุด เข้าประจำการฝูงแรก ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ปลื้มความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐ ที่ช่วยอัพเกรดและขายเครื่องบินรบให้ไต้หวัน

แฟ้มภาพ เครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 วี ยิงใส่เป้าจำลองระหว่างการฝึกฮั่นกวง ครั้งที่ 36 ที่เมืองไทจง (Photo by Yin-Shan Chiang/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)

พิธีส่งเข้าประจำการฝูงบินรบเอฟ-16 วี ฝูงแรกของไต้หวัน จัดขึ้นที่ฐานทัพอากาศในเมืองเจียอี้ทางใต้ของไต้หวันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2564 รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันมาเป็นประธานในพิธีครั้งนี้ โดยสหรัฐส่งแซนดรา ออดเคิร์ค ซึ่งทำหน้าที่ผู้แทนทางการทูตของสหรัฐประจำไต้หวันโดยพฤตินัย มาร่วมงานด้วย

ไช่กล่าวว่า โครงการยกระดับเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 เป็นเอฟ-16 วี ซึ่งเป็นรุ่นที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น เป็นการแสดงถึงคำมั่นสัญญาที่แน่วแน่ของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐ "ข้าพเจ้าเชื่อว่า ด้วยการยึดมั่นในค่านิยมประชาธิปไตย จะมีประเทศที่มีค่านิยมแบบเดียวกันที่จะยืนยันเคียงข้างเราในด้านนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน" ผู้นำหญิงของไต้หวันกล่าว

โครงการอัพเกรด เอฟ-16 เป็นเอฟ-16 วี ที่มีมูลค่ารวม 3,960 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีบริษัท ล็อกฮีดมาร์ติน ของสหรัฐเป็นแกนนำ โดยร่วมมือกับบริษัท พัฒนาอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ (เอไอดีซี) ของไต้หวัน เพื่อทำให้เครื่องบินขับไล่รุ่นที่ 4 มีระบบเรดาร์ที่ทันสมัยขึ้น รวมถึงมีระบบอาวุธ, ระบบนำทางและการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เอฟ-16 วี ยังไม่ล้ำสมัยเทียบเท่ากับเครื่องบินรบรุ่นที่ 5 อย่าง เจ-20 ของจีน, ซู-57 ของรัสเซีย ไปจนถึงเอฟ-22 และเอฟ-35 ของสหรัฐ

ปัจจุบันไต้หวันกำลังปรับรุ่นเอฟ-16 ลำเก่าที่มี 141 ลำ ให้เป็นชนิด วี โดยมี 64 ลำที่ผ่านการอัพเกรดแล้ว และไต้หวันยังสั่งซื้อเอฟ-16 วี จากสหรัฐเพิ่มอีก 66 ลำ ที่มาพร้อมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน, อาวุธ และระบบเรดาร์แบบใหม่ ซึ่งจะต่อกรกับกองทัพอากาศของจีนที่มีเครื่องบินขับไล่ล่องหน เจ-20 ได้ดีขึ้น

ด้านรัฐบาลจีนแถลงคัดค้านการติดต่ออย่างเป็นทางการระหว่างสหรัฐกับไต้หวัน จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงที่กรุงปักกิ่ง เรียกร้องสหรัฐอย่าได้ส่ง "สัญญาณผิดๆ ต่อกองกำลังแบ่งแยกดินแดน" และว่า พวกที่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน "ไม่ละความพยายามที่จะแบ่งแยกมาตุภูมิและสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ" ซึ่งไม่ต่างกับการปาไข่ใส่ก้อนหิน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทูตนอกแถว' โพสต์ขอโทษ ปมแซะ 'อนุทิน' ร้องเพลงเถียนมี่มี่ แต่ไม่วายเหน็บไทยเป็นมณฑลหนึ่งของใคร

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อท่านทูตจีนออกมาบอกว่านายกไทยร้องเพลงเถียนมี่มี่ในงานเลี้ยงกับนายกจีนทำให้สัมพันธ์ไทย-จีนหวานชื่น

'อนุทิน' ไม่หวั่นแถลงการณ์ไต้หวันลั่นไทยมีนโยบายจีนเดียวชัดเจน!

นายกฯ ไม่หวั่นไต้หวันออกแถลงการณ์ผิดหวังไทยปมเห็นพ้องจีนประกาศถ้อยแถลง มั่นใจไม่กระทบฟรีวีซ่า-แรงงานไทย ย้ำสัมพันธ์สองชาติเข้าใจกันดี ไม่ต้องชี้แจงท่าทีไทย

'ทูตนอกแถว' ไม่จบ! แซะนายกฯ แสดงความเปิ่นเชย ไม่รู้เรื่องเพลงที่เหมาะสมกว่า 'เถียนมี่มี่'

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตลกดี ร้อนตัวร้อนท้องกันใหญ่ ก็ถ้ามันไม่ได้อะไร ไม่เป็นอะไรอย่างที่ว่า

'โบว์' เผยเบื้องหลัง 'อนุทิน' ร้องเพลงเถียนมี่มี่ ให้รัฐบาลจีนฟัง

น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เหลือเชื่อว่าซีนนายกอนุทินร้องเพลงเถียนมีมี่ โดยมีนายก หลี่ เฉียง ของจีนนั่งปรบมืออยู่ข้างๆ ซึ่งเป็นบรรยากาศทางการทูตระดับ 10/10 หลังการเซ็น MOU 15 ฉบับ

'ทูตนอกแถว' ออกโรงแซะ 'อนุทิน' ร้องเพลง 'เถียนมี่มี่' ของไต้หวัน นายกฯจีนคงกระอักกระอ่วน

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นต่อกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ร้องเพลง "เถียนมี่มี่" ในงานเลี้ยงอาหารกลางวัน โดยมี นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเจ้าภาพ