กระทรวงกลาโหมไต้หวันเผยว่า กองทัพอากาศไต้หวันต้องส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นเตือนเครื่องบินของกองทัพจีน 27 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด 5 ลำและเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ ที่บินรุกล้ำเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันเมื่อวันอาทิตย์

รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า การบินรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (เอดีไอแซด) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เกิดในวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ประชุมกับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงในวันสุดท้ายของการประชุมนาน 3 วัน เพื่อหารือหนทางเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพจีน
ช่วงเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ไต้หวันร้องเรียนว่ากองทัพอากาศจีนมักส่งเครื่องบินรุกล้ำเอดีไอแซดของไต้หวัน ใกล้กับหมู่เกาะปราตัสที่ไต้หวันควบคุม โดยกล่าวว่ากิจกรรมที่เกิดบ่อยครั้งนี้เป็นการทำสงคราม "เขตสีเทา" เพื่อทดสอบการตอบสนองของไต้หวัน และอีกทางเพื่อตัดกำลังกองทัพอากาศไต้หวันที่ต้องส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัดกั้น
ในช่วงเวลา 4 วันนับแต่วันชาติจีน 1 ตุลาคม กองทัพจีนเคยส่งเครื่องบินเกือบ 150 ลำ บินในเอดีไอแซด ซึ่งไม่ใช่น่านฟ้าอาณาเขต แต่เป็นพื้นที่ที่ไต้หวันกำหนดขึ้นเองเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ
กระทรวงกลาโหมไต้หวันกล่าวว่า การรุกล้ำเอดีไอแซดของไต้หวันครั้งล่าสุด กองทัพจีนส่งเครื่องบินมา 27 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินขับไล่ 18 ลำ, เครื่องบินทิ้งระเบิดที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ 5 ลำ และที่ผิดปกติคือ มีเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ วาย-20 ด้วยอีก 1 ลำ
แผนที่ที่กระทรวงเผยแพรเมื่อวันอาทิตย์เผยว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดเหล่านี้ และเครื่องบินขับไล่ 6 ลำ บินไปทางใต้ของไต้หวัน ผ่านช่องแคบบาชีที่อยู่ระหว่างเกาะไต้หวันกับฟิลิปปินส์ แล้วออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ก่อนที่จะบินกลับมาจีน เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศมากับฝูงบินนี้ด้วย บ่งชี้ว่าจีนเติมเชื้อเพลิงให้เครื่องบินรบขณะบินระยะใกล้ ซึ่งเป็นทักษะที่กองทัพอากาศไต้หวันยังตามหลังจีน
กระทรวงกล่าวด้วยว่า กองทัพอากาศไต้หวันส่งเครื่องบินรบขึ้นบินเตือนเครื่องบินของจีน และระบบมิสไซล์เฝ้าตรวจความเคลื่อนไหวของเครื่องบินจีน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทูตนอกแถว' โพสต์ขอโทษ ปมแซะ 'อนุทิน' ร้องเพลงเถียนมี่มี่ แต่ไม่วายเหน็บไทยเป็นมณฑลหนึ่งของใคร
นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อท่านทูตจีนออกมาบอกว่านายกไทยร้องเพลงเถียนมี่มี่ในงานเลี้ยงกับนายกจีนทำให้สัมพันธ์ไทย-จีนหวานชื่น
ไทยย้ำ‘จีนเดียว’ ปัดชี้แจงไต้หวัน ยันไม่กระทบศก.
นายกฯ ไม่หวั่นไต้หวันออกแถลงการณ์ผิดหวังไทยปมเห็นพ้องจีนประกาศถ้อยแถลง
'อนุทิน' ไม่หวั่นแถลงการณ์ไต้หวันลั่นไทยมีนโยบายจีนเดียวชัดเจน!
นายกฯ ไม่หวั่นไต้หวันออกแถลงการณ์ผิดหวังไทยปมเห็นพ้องจีนประกาศถ้อยแถลง มั่นใจไม่กระทบฟรีวีซ่า-แรงงานไทย ย้ำสัมพันธ์สองชาติเข้าใจกันดี ไม่ต้องชี้แจงท่าทีไทย
'ทูตนอกแถว' ไม่จบ! แซะนายกฯ แสดงความเปิ่นเชย ไม่รู้เรื่องเพลงที่เหมาะสมกว่า 'เถียนมี่มี่'
นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตลกดี ร้อนตัวร้อนท้องกันใหญ่ ก็ถ้ามันไม่ได้อะไร ไม่เป็นอะไรอย่างที่ว่า
'โบว์' เผยเบื้องหลัง 'อนุทิน' ร้องเพลงเถียนมี่มี่ ให้รัฐบาลจีนฟัง
น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เหลือเชื่อว่าซีนนายกอนุทินร้องเพลงเถียนมีมี่ โดยมีนายก หลี่ เฉียง ของจีนนั่งปรบมืออยู่ข้างๆ ซึ่งเป็นบรรยากาศทางการทูตระดับ 10/10 หลังการเซ็น MOU 15 ฉบับ
'ทูตนอกแถว' ออกโรงแซะ 'อนุทิน' ร้องเพลง 'เถียนมี่มี่' ของไต้หวัน นายกฯจีนคงกระอักกระอ่วน
นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นต่อกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ร้องเพลง "เถียนมี่มี่" ในงานเลี้ยงอาหารกลางวัน โดยมี นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเจ้าภาพ

