โจ ไบเดน ประกาศลงชิงชัยประธานาธิบดีสมัย 2 ในการเลือกตั้งปี 2567

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศว่าจะสานต่อการทำงานการเมืองด้วยการลงชิงชัยเลือกตั้งสหรัฐในปี 2567 และอาจต้องหาเสียงอย่างดุเดือดอีกรอบกับคู่แข่งอย่างโดนัลด์ ทรัมป์

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะลงเลือกตั้งอีกสมัยในปี 2567 ผ่านวีดีโอประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 เมษายน (Photo by Handout / Biden Harris Presidential Campaign / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 25 เมษายน 2566 กล่าวว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะลงเลือกตั้งอีกสมัย เพื่อสานต่อการทำงานต่อไปให้ลุล่วง

ไบเดน วัย 80 ปี จากพรรคเดโมแครต ตัดสินใจเสนอตัวชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอีกสมัย ในการเลือกตั้งปี 2567 ซึ่งถ้าได้รับชัยชนะ เขาจะกลายเป็นผู้นำที่อายุมากที่สุดในประะวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ

ไบเดนเปิดตัวการตัดสินใจสมัครรับเลือกตั้งของเขาผ่านวิดีโอ ซึ่งตรงกับวันที่เขาเคยประกาศชิงชัยกับทรัมป์ในปี 2563 โดยไบเดนกล่าวว่า เขาจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตยของอเมริกาจาก "กลุ่มสุดโต่ง" ของพรรครีพับลิกัน

"ตอนที่ผมลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมเคยพูดว่าเรากำลังต่อสู้เพื่อจิตวิญญาณของอเมริกา และณ วันนี้ เราก็ยังคงเป็นเช่นนั้น" ไบเดนกล่าวผ่านวีดีโอ

"สิ่งเหล่านั้นถือเป็นงานในช่วงแรกของผม นั่นคือการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของเรา" ไบเดนกล่าว และทิ้งท้ายว่า “มาทำงานนี้ให้เสร็จกันเถอะ ผมรู้ว่าเราจะทำได้"

หลังได้รับชัยชนะจากสภานิติบัญญัติ, การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจากการระบาดใหญ่ของโควิด และผลงานการต่อสู้ผ่านนโยบายต่างประเทศครั้งสำคัญ ไบเดนก็ไม่มีผู้ท้าชิงที่แท้จริงจากภายในพรรคเดโมแครตเลย ทำให้เขามีโอกาสอย่างมากที่จะได้เป็นตัวแทนของพรรคฯในการต่อสู้กับรีพับลิกันในปีหน้า

แต่เขาอาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและการโจมตีรุนแรงจากประเด็นด้านอายุ

ไบเดนจะมีอายุ 86 ปีหากได้เป็นประธานาธิบดีไปจนสิ้นสุดสมัยที่สอง แม้ว่าการตรวจสุขภาพในเดือนกุมภาพันธ์พบว่า เขามีสุขภาพเหมาะสมมากพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดี แต่หลายฝ่ายรวมถึงฐานเสียงผู้มีสิทธิเลือกตั้งของไบเดนเองต่างก็เชื่อว่าเขาแก่เกินไป

ผลสำรวจความคิดเห็นของเอ็นบีซี นิวส์ที่เผยแพร่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า ชาวอเมริกัน 70% รวมถึงสมาชิกพรรคเดโมแครต 51% เชื่อว่าไบเดนไม่ควรลงสมัครเลือกตั้งอีกสมัย

ไบเดนมักตอบข้อกังวลเหล่านั้นด้วยการพูดว่า "คอยดูกันต่อไป" ซึ่งหมายความว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรมุ่งเน้นไปที่นโยบายและผลงานของเขา เช่น การฟื้นฟูประเทศหลังโควิด และการจับมือกับพันธมิตรชาติตะวันตกจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อช่วยยูเครนป้องกันตนเองจากการรุกรานของรัสเซีย

ไบเดนไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องอายุของตนเองในวิดีโอประชาสัมพันธ์ของเขา แม้ว่าช่วงใกล้จบจะมีภาพแสดงให้เห็นว่าเขายิ้มและวิ่งจ็อกกิ้งในสวนสาธารณะก็ตาม

ในอีกหนึ่งปีครึ่งข้างหน้า ไบเดนจะมีข้อได้เปรียบในการลงสมัครเนื่องจากได้รับการสนับสนุนอย่างมีเอกภาพจากพรรคเดโมแครต ในขณะที่รีพับลิกันเพิ่งจะเริ่มเปิดตัวและยังมีความเห็นไม่ลงรอยกันในพรรค

โดนัลด์ ทรัมป์ วัย 76 ปี แม้จะกลายเป็นอดีตประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกตั้งข้อหาทางอาญาและยังคงถูกสอบสวนเกี่ยวกับคดีล้มล้างการเลือกตั้งปี 2563 แต่เขาก็ยังเป็นตัวเต็งของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งปีหน้า เช่นเดียวกับไบเดน

ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกันที่น่าจะสูสีกับทรัมป์มากที่สุดคือ รอน เดอแซนทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาที่มีแนวคิดแบบขวาจัดเช่นเดียวกับทรัมป์ จนได้รับฉายา 'ทรัมป์ 2.0' แต่อายุน้อยกว่ามาก โดยเดอแซนทิสมีอายุเพียง 44 ปี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อ.ไชยันต์' ยกบทเรียน 'ทรัมป์' ประท้วงเลือกตั้งปธน.สหรัฐ ศาลลงโทษแกนนำจำคุก 20 ปี

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ศาลตัดสินลงโทษผู้ประท้วงอย่างผิดกฎหมาย 2564 หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกัน

อาร์เจนตินาและโรมาเนียได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกของ ‘สภาสันติภาพ’ ของทรัมป์

ประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเล ของอาร์เจนตินา และประธานาธิบดีนิคูซอร์ ดาน ของโรมาเนีย ประกาศว่าพวกเขาได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งแรก

‘ทรัมป์’ ให้การต้อนรับประธานาธิบดีโคลอมเบีย หลังจากเคยขัดแย้ง

หลังจากที่เคยมีความตึงเครียดต่อกันมานานหลายเดือน ในที่สุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็เปิดทำเนียบขาวให้การต้อนรับประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตรของโคลอมเบีย แต่การพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นในวันอังคารโดยไม่มีการถ่ายทอดสดเหมือนเช่นปกติ

'ทรัมป์' วิจารณ์การที่อังกฤษส่งคืนหมู่เกาะชาโกสให้แก่ประเทศมอริเชียสว่าเป็นเรื่อง 'โง่'

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์ข้อตกลงระหว่างอังกฤษและมอริเชียสเกี่ยวกับการคืนหมู่เกาะชาโกส ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ว่าเป็น “เรื่องโง่เขลา”