
ถ้านักการเมืองมีความละอายใจบ้างก็คงจะดี
อยากเห็น สส.ละอายใจ ให้มากกว่าที่ไม่กล้ากินข้าวที่ทางสภาฯ จัดให้ เพราะหมอวรงค์ออกมาเคลื่อนไหว จนพากันควักกระเป๋าซื้อข้าวในโรงอาหารสภาฯ กินเอง
เลิกหาแสงจากวิกฤตน้ำมันเถอะครับ
สื่อโซเชียลที่ขาใหญ่ด้านสื่อเป็นเจ้าของก็ไม่น้อยหน้าครับ ตั้งประเด็นห้วนๆ ให้ระบายอารมณ์ ด่ากันยับครับ
แต่ไม่ได้ความรู้
หัดเอาข้อมูลข้อเท็จจริงมาบอกประชาชนบ้าง ไม่ใช่หยิบฉวยบางประเด็นที่พอจะแสวงประโยชน์ทางการเมืองได้ มาโจมตีคนทำงานให้เกิดความเข้าใจผิดกัน
ประชาชนไม่สามารถไปรู้ทุกเรื่องหรอกครับ ก็ฟังจากนักการเมือง จากสื่อนี่แหละครับ
ได้ข้อมูลผิดไปก็พากันเข้ารกเข้าพง
และมันก็มาอีกแล้วครับ จาก ไทยขุดน้ำมันเองทำไมแพง ทำไมอ้างอิงราคาสิงคโปร์ วันนี้ "ค่าการกลั่น" ทำโรงกลั่น เป็นดาวร้ายเพิ่มอีกประเด็น
เห็นแชร์กันเป็นไฟลามทุ่งในสื่อโซเชียลว่าโรงกลั่นงาบค่าการกลั่นพุงกาง!
แต่กลับไม่มีการอธิบายว่า ค่าการกลั่น คืออะไร
คือกำไรของโรงกลั่นเพียวๆ หรือเปล่า
ที่จริงหาข้อมูลไม่ยากหรอกครับ แทนที่จะเชื่อตามเพจที่ขยันปั่นยอดแชร์ยอดไลก์อย่างเดียว สามารถเสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดายครับ
แค่ปลายนิ้วกดแป้นพิมพ์ ถามว่า "ค่าการกลั่น" คืออะไร ข้อมูลก็ทะลักแล้ว
ไม่ได้มีแหล่งเดียวด้วย ถ้ารวมทั้งภาษาไทยและอังกฤษก็มีเป็นร้อยเป็นพัน
ครับ...มาสรุปให้เห็นภาพกัน
ค่าการกลั่น ไม่ใช่ กำไรสุทธิ ของผู้ประกอบกิจการโรงกลั่น ต้องทำความเข้าใจตรงนี้ให้แตกก่อน ถ้าเห็นว่าโรงกลั่นเอาเปรียบคนไทย ค่อยรุมด่าให้สาสม
ค่าการกลั่น คำนวณจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบในสัดส่วนที่แตกต่างกัน
ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม น้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา เป็นต้น
หักด้วยต้นทุนราคาน้ำมันดิบ
ผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นแหล่งพลังงานในกระบวนการกลั่น ทำให้ผลรวมปริมาณผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้อยู่ในสัดส่วนประมาณร้อยละ ๙๗ ของปริมาณน้ำมันดิบเท่านั้น
ถึงแม้ว่า ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์จะคำนวณโดยหลักการข้างต้น แต่จะอ้างอิงราคาน้ำมันดิบดูไบเป็นหลัก
ข้อเท็จจริงโรงกลั่นต่างๆ จะมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายแหล่ง เช่น น้ำมันดิบเมอร์บาน จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือน้ำมันดิบอาระเบียนไลต์ จากซาอุดีอาระเบีย เป็นต้น ซึ่งราคาจะสูงกว่าน้ำมันดิบดูไบ
ผู้ขายจะบวกค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ หรือส่วนต่างราคาน้ำมันดิบที่เราซื้อจริงกับราคาน้ำมันดิบดูไบเข้าไปในสูตรราคาด้วย
เมื่ออุปทานน้ำมันดิบอยู่ในภาวะตึงตัวจึงทำให้ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับปกติค่อนข้างมาก
ยิ่งในภาวะสงครามด้วยแล้วแทบไม่ต้องพูดถึง มันพุ่งกระฉูด!
ฉะนั้น ค่าการกลั่น จึงไม่ใช่กำไรสุทธิของผู้ประกอบการโรงกลั่น เนื่องจากยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายดำเนินการอื่นๆ
ซึ่งก็คือต้นทุนของโรงกลั่น
อาทิ ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ
ค่าพลังงานอื่นๆ
ค่าสาธารณูปโภค
ค่าบำรุงรักษาโรงกลั่น
ค่าใช้จ่ายพนักงาน
ค่าดอกเบี้ย
ภาษี
ค่าเสื่อมราคา เป็นต้น
อีกประเด็นคือ โรงกลั่นไม่ได้เป็นผู้กำหนดค่าการกลั่น
หมายความว่า โรงกลั่นไม่สามารถกำหนดค่าการกลั่นได้ เนื่องจาก ค่าการกลั่น ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานของตลาดน้ำมันดิบ และตลาดน้ำมันสำเร็จรูปเป็นหลัก
มันสะท้อนออกมาเป็นระดับราคาน้ำมันแต่ละชนิดในแต่ละช่วงเวลา
เห็นได้จากในอดีตที่โรงกลั่นต้องแบกรับภาระขาดทุนในบางช่วงเวลาหากไม่นับรวมกำไรจากธุรกิจอื่นๆ ในกลุ่ม เนื่องจากค่าการกลั่นอยู่ในระดับที่ต่ำมาก เช่น ในช่วงปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ ที่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-๑๙ และมีความต้องการใช้น้ำมันน้อยลงมาก
การพิจารณาค่าการกลั่นควรใช้ค่าเฉลี่ยระยะยาว เนื่องจากธุรกิจการกลั่นมีลักษณะเป็นวัฏจักรขึ้น-ลง
ตลาดการค้าน้ำมันเป็นกลไกการค้าเสรี
ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทหนึ่ง เช่นเดียวกับ ทองคำ น้ำตาล ข้าวโพด ฯลฯ จึงต้องมีการอ้างอิงตลาดที่มีความน่าเชื่อถือ มีผู้ซื้อ ผู้ขายจำนวนมาก และปริมาณการซื้อขายในระดับสูง ซึ่งยากต่อการแทรกแซงราคาและเป็นราคาที่สะท้อนอุปสงค์และอุปทานน้ำมันที่แท้จริง ซึ่งในภูมิภาคนี้ ได้แก่ ตลาดสิงคโปร์เนื่องจากโรงกลั่นของสิงคโปร์ เป็นการกลั่นเพื่อส่งออก ทำให้ราคาในตลาดสิงคโปร์จะสะท้อนราคาส่งออกที่แท้จริง
ในวิกฤตสงคราม โรงกลั่นฟันกำไรจริงหรือไม่
วิกฤตสงคราม อาจทำให้ค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นจริง แต่ "ต้นทุน" ก็พุ่งสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
ส่วนต่างน้ำมันดิบอ้างอิง กับ น้ำมันดิบขายจริงเพิ่มขึ้น ๓-๔ เท่า
ช่วงสงคราม เรือขาดแคลน ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ๕ เท่า
ค่าเบี้ยประกันภัยพุ่งสูงมาก โดยอาจเพิ่มถึง ๑๐๐ เท่า
ช่วงวิกฤตสงคราม = ค่าการกลั่นพุ่ง
น้ำมันดิบซื้อก่อนเกิดสงคราม ในราคาปกติ
น้ำมันสำเร็จรูปในตลาดกลางปรับสูงขึ้น ในราคาวิกฤต
ช่วงสงครามสิ้นสุด = ค่าการกลั่นติดลบ
(น้ำมันดิบซื้อตอนเกิดสงคราม ในราคาวิกฤต)
น้ำมันสำเร็จรูปในตลาดกลางปรับตัวลดลง ในราคาปกติ
นั่นหมายถึงว่า ในช่วงสงคราม โรงกลั่นอาจมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องเอามา "เฉลี่ย" จากที่ขาดทุนหลังสงครามจบแล้ว เนื่องจากราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปลงสู่ระดับปกติ แต่ราคาน้ำมันดิบที่ซื้อช่วงวิกฤตกลับมีต้นทุนสูงมาก
นี่คือวงจรของอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันในตลาดโลก
ครับ...นี่คือข้อมูลที่ทุกคนสามารถค้นหาเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจพลังงานซึ่้งเป็นเรื่องใกล้ตัวกับทุกคนได้
แม้จะเข้าใจยากหน่อย แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าที่จะเข้าใจ
ที่สำคัญอย่าหลอกตัวเองว่า โลกนี้สงบเพราะเขาไม่รบกันแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าเล่นกับปืน
ไม่ควรเป็นเรื่องก็เป็นเรื่องครับ ตอนนี้ดรามา “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ลามเป็นไฟลามทุ่ง ทัวร์ลงนายกฯ อนุทินยิ่งกว่าทัวร์จีนผสมอินเดีย
ฟรีซข้าราชการ
ข่าวใหญ่ครับ รัฐบาลจะ “ฟรีซข้าราชการ” ไม่เพิ่มตำแหน่ง มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีข้าราชการทั้งสิ้น ๒,๘๗๕,๑๓๙ คน จำนวนนี้ไม่รวม พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว
คนละฝั่งกำแพง
ช่วงนี้ดุกันจริงครับ ยิงกันเป็นว่าเล่น ราวกับว่าติดคุกวันสองวันก็ออกมาดูโลกภายนอก ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างเหตุผล แต่การเอาชีวิตผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่ายกย่อง ไม่ใช่ฮีโร่
ไม่เอาอะไรสักอย่าง
เราจะอยู่ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ได้อย่างไร เรื่องนี้หลายรัฐบาลทั่วโลกเขาคิดกันหนักมากนะครับ เพราะต่างก็ตระหนักเหมือนๆ กันว่า กติกาโลกที่มีอยู่มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว
ขวางทางปืน
ช็อกครับ...เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้่นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันควรเกิดในอเมริกาไม่ใช่หรือ การเข้าถึงอาวุธปืนของคนไทยมันช่างง่ายในทุกช่วงอายุของคน ไม่ว่าเด็กหรือผูัใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องการใช้ มันหาได้ไม่ยาก
ดับไฟใต้มันไม่ง่าย
ไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กันหน่อยครับ สถานการณ์หลังกองกำลังติดอาวุธ BRN โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต ๕ นาย บรรยากาศไม่สู้ดีเลยครับ

