
เรียกได้ว่า ประธานาธิบดียูเครนทำรัฐประหารทางการทูตในการประชุมสุดยอด G7 ที่ญี่ปุ่น เนื่องจากเขาสร้างความประหลาดใจให้ชาวโลกด้วยการเดินทางไปฮิโรชิมาเป็นการส่วนตัว เพื่อเข้าร่วมการประชุมกับผู้นำรัฐบาลของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำและสหภาพยุโรป เซเลนสกีประสบความสำเร็จบนเวทีสำคัญที่นั่นและได้รับการสนับสนุนทางทหารเพิ่มเติม
ประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ปูทางให้สำหรับการส่งมอบเครื่องบินรบ F-16 ของอเมริกาให้กับยูเครน โครงการนี้เป็นการสนับสนุนร่วมกันกับสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เบลเยียม เดนมาร์ก และโปรตุเกส ก่อนอื่นนักบินยูเครนจะต้องได้รับการฝึกฝน จากนั้นจะมีการตัดสินใจอีกครั้งว่าจะมีการส่งมอบเครื่องบินรบเมื่อไหร่ และจำนวนกี่ลำ รวมถึงใครจะเป็นฝ่ายจัดหา ไบเดนยังสัญญาด้วยว่า จะให้ความช่วยเหลือทางทหารเพิ่มเติมแก่ยูเครนอีกราว 375 ล้านดอลลาร์ เป็นแพ็กเกจที่ประกอบด้วยกระสุน ปืนใหญ่ และยานเกราะ
มากไปกว่านั้นกลุ่ม G7 ยังมีมติคว่ำบาตรรัสเซียที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกเพชร ซึ่งจะเป็นรายได้เข้ารัสเซียประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี อีกทั้งยังเข้มงวด รวมถึงเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้คนและบริษัทที่หลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรรัสเซียด้วย
นอกจากผู้นำของกลุ่มประเทศ G7 แล้ว เจ้าภาพญี่ปุ่นยังเชิญประธานาธิบดีของอินเดีย บราซิล และเวียดนามไปที่ฮิโรชิมาด้วย ซึ่งจนถึงขณะนี้ ประเทศเหล่านี้ยังคงปฏิเสธการลงมติร่วมคว่ำบาตรรัสเซียกับสหประชาชาติ หรือแทบจะไม่สนับสนุนการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกเลย
ผู้เข้าร่วมประชุมสุดยอดบางคนรายงานว่า เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมามุมมองของผู้นำหลายประเทศที่มีต่อการรุกรานยูเครนของรัสเซียเปลี่ยนไป และการตัดสินใจเดินทางไปฮิโรชิมาด้วยตนเองของเซเลนสกี แทนที่จะใช้วิดีโอคอลล์นั้น ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นที่ถูกใจของทุกคน อย่างเช่นประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ตัวแทนจากบราซิล กล่าวถึงการเยือนญี่ปุ่นอย่างกะทันหันของประธานาธิบดียูเครนว่าเป็น “กับดัก” นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่ประสงค์ที่จะพบเซเลนสกีด้วยตนเอง ต่างกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมทีของอินเดีย-ซึ่งจนถึงบัดนี้ยังงดเว้นการวิพากษณ์วิจารณ์รัสเซียอย่างเปิดเผย-กลับต้อนรับเซเลนสกีด้วยท่าทีที่เป็นมิตร
กลุ่ม G7 ยังร่วมกันปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับจีน ประเทศพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดของรัสเซียด้วย นั่นเพราะกลุ่ม G7 มองว่าประเทศซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกเป็นภัยคุกคามทางทหารมากขึ้น มีการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนในภูมิภาคเอเชียอย่างก้าวร้าวมากขึ้น รวมถึงข่มขู่จะใช้กำลังเพื่อนำไต้หวันกลับคืนสู่อาณาจักรกลางหากจำเป็น กลุ่ม G7 เห็นชอบในยุทธศาสตร์คู่ ซึ่งประกอบด้วยข้อเสนอสำหรับการเจรจาและความร่วมมือ ขณะเดียวกันก็ออกมาตรการเพื่อตอบโต้อิทธิพลของจีนไปด้วย ภายใต้คำจำกัดความ “ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและความมั่นคง” ตัวอย่างเช่น โครงการจัดหาเงินทุนขนาดใหญ่สำหรับโครงสร้างพื้นฐานในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อตอบโต้อิทธิพลที่กำลังเพิ่มขึ้นของจีนในเอเชีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา
แซร์เก ลาฟรอฟ-รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย วิจารณ์ว่า การประชุมสุดยอด G7 ที่ฮิโรชิมาแท้จริงแล้วมีเป้าหมายเพื่อบีบรัสเซียและจีน รวมถึงประเทศอื่นๆ เพื่อให้ “ยอมจำนนต่อความประสงค์ของตนเองเท่านั้น”
ส่วนกระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวหาว่ากลุ่มประเทศ G7 เพิกเฉยต่อความกังวลของจีน รวมถึงขัดขวางการพัฒนาของประเทศอื่นๆ และแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างโจ่งแจ้ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ถกทีมไทยแลนด์ ชูจุดแข็ง 'รัฐบาล' เสถียรภาพสูงมาก ไม่หากินผิดกม.
นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ยัน ครม. ชุดนี้ ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ย้ำจุดแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพสูงมาก ด้าน ‘ทีมโรดโชว์’ ชมเปาะ นโยบายเพิ่มความมั่นใจนักลงทุน
'ชุดไทย' ฟีเวอร์ญี่ปุ่น! แห่ชม CHUD THAI คึกคัก สะดุดตา 'ผ้าไทย x กิโมโน'
ชาวญี่ปุ่น-นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่ชมงาน “CHUD THAI” ที่กรุงโตเกียวคึกคัก “ซาบีดา” เผยชาวญี่ปุ่นสนใจการ
ทัพเทคบอลไทย รีวิวอาหารเอเชียนเกมส์ เจ้าภาพญี่ปุ่นตักให้น้อยมาก
เฟซบุ๊ก Teqball Thailand Inside ของทีมเทคบอลทีมชาติไทย ลงคลิปรีวิวอาหาร ที่ญี่ปุ่น เจ้าภาพเอเชียนเกมส์ 2026 จัดเตรียมไว้ให้ ณ สนามฝึกซ้อมและแข่งขันในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

