สิงคโปร์ตั้งหลักรับมือโอมิครอน ระงับขายตั๋วเดินทางVTLเข้าประเทศ

รัฐบาลสิงคโปร์จะระงับการขายตั๋วเครื่องบินและรถบัสเข้าประเทศภายใต้โครงการเดินทางโดยไม่ต้องกักตัว เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึง 20 ม.ค.ปีหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือไวรัสโควิดโอมิครอนที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีผู้ติดเชื้อแล้ว 65 คน

รายงานรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 22 ธันวาคม 2564 กล่าวว่า ภายใต้โครงการช่องทางเดินทางสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว (วีทีแอล) ของสิงคโปร์ จะอนุญาตให้ผู้เดินทางที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบแล้วจากประเทศที่กำหนด เดินทางเข้ามาได้โดยจะไม่ต้องถูกกักตัว ผ่านเที่ยวบินหรือรถบัสที่กำหนด แต่ผู้เดินทางต้องผ่านการตรวจเชื้อไวรัสเป็นประจำ

โครงการนี้มีประเทศที่ในรายชื่อวีทีแอลประมาณ 24 ประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย, อินเดีย, มาเลเซีย, อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา แต่ในคำแถลงของรัฐบาลสิงคโปร์เมื่อวันพุธระบุว่า สิงคโปร์จะไม่ขายตั๋วเดินทางเข้าประเทศแก่ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม ถึงวันที่ 20 มกราคม 2565

กระทรวงสาธารณสุขกล่าวในแถลงการณ์ว่า มาตรการควบคุมชายแดนจะช่วยซื้อเวลาสำหรับการศึกษาและทำความเข้าใจสายพันธุ์โอมิครอน และเพื่อเสริมการป้องกัน รวมถึงเสริมศักยภาพในการดูแลสุขภาพ และฉีดวัคซีนรวมถึงฉีดกระตุ้นภูมิให้แก่ประชาชนได้มากขึ้น

รัฐบาลสิงคโปร์กล่าวด้วยว่า จะลดโควตาของวีทีแอลและการขายตั๋วเดินทางเข้าสิงคโปร์หลังพ้นวันที่ 20 มกราคมด้วย สำหรับเที่ยวบินวีทีแอลจะลดลง 50% จากโควตาที่จัดสรรไว้เดิม ส่วนนักเดินทางที่มีตั๋วเดินทางวีทีแอลอยู่แล้วและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์กำหนดยังสามารถเดินทางเข้าสิงคโปร์ได้

คำแถลงเรียกร้องว่า ผู้ที่เดินทางมาสิงคโปร์ควรลดการปฏิสัมพันธ์ในสังคมให้เหลือน้อยที่สุด, หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนรวมตัวจำนวนมาก และงดการรับประทานนอกบ้านเป็นเวลา 7 วัน แม้ว่าผลตรวจไวรัส ซึ่งต้องตรวจทุกวัน จะออกมาเป็นลบก็ตาม

สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อโอมิครอนเดินทางมาจากต่างประเทศที่ผ่านการตรวจยืนยันแล้ว 65 ราย และยังพบผู้ติดเชื้อในประเทศอีกจำนวนหนึ่ง แต่รัฐบาลกล่าวว่า สามารถจำกัดการแพร่เชื้อในชุมชนไม่ให้แพร่ต่อไปได้

วันจันทร์ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า ตรวจพบคลัสเตอร์โอมิครอนต้องสงสัยที่สถานออกกำลังกายแห่งหนึ่ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พาณิชย์เผย 7 เดือนต่างชาติขนเงินลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท

7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาท ตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท