อัยการพิเศษร้องต่อศาลขอยกเลิกคดีล้มล้างการเลือกตั้งของรัฐบาลกลางที่ฟ้องโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยอ้างถึงนโยบายของกระทรวงยุติธรรมที่กำหนดไม่ให้ดำเนินคดีกับประธานาธิบดีที่อยู่ในตำแหน่ง

โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ (ซ้าย) และแจ็ค สมิธ อัยการพิเศษของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Photo by TIMOTHY A. CLARY and SAUL LOEB / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2567 กล่าวว่า แจ็ค สมิธ อัยการพิเศษของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐที่สั่งฟ้องโดนัลด์ ทรัมป์ในคดีล้มการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2563 ได้ยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษาประจำเขตในกรุงวอชิงตัน ซึ่งทำหน้าที่พิจารณาคดีดังกล่าว โดยระบุว่าคดีนี้ควรยุติลง เนื่องจากกระทรวงยุติธรรมมีนโยบายปฏิบัติในการไม่ฟ้องร้องหรือดำเนินคดีกับประธานาธิบดีที่อยู่ในตำแหน่ง
ทรัมป์ วัย 78 ปี ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดเพื่อพลิกผลการเลือกตั้งปี 2563 ที่เขาแพ้ให้กับโจ ไบเดน และจัดการเอกสารลับทางราชการอย่างไม่ถูกต้องหลังจากออกจากทำเนียบขาว แต่คดีทั้งสองยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาคดีและถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเพื่อเปิดทางให้กับการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน
อัยการแจ็ค สมิธ ยังอ้างเหตุผลเดียวกันในการถอนคำอุทธรณ์ต่อผู้พิพากษาประจำเขตซึ่งเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งจากทรัมป์และพิพากษายกฟ้องคดีเอกสารลับเมื่อต้นปีนี้
สมิธได้ขอให้ทันยา ชุตกัน ผู้พิพากษาประจำเขต ยกฟ้องคดีล้มล้างการเลือกตั้ง "โดยมิให้กระทบต่อผลประโยชน์แห่งรัฐ" ซึ่งหมายความว่าคดีดังกล่าวจะไม่ถูกหยิบยกมาพิจารณาอีกเลยตลอดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ แต่คดีนี้ยังเปิดกว้างให้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่อีกครั้งหลังจากที่ทรัมป์พ้นจากตำแหน่งในอีก 4 ปีข้างหน้า
"จุดยืนของรัฐบาลกลางเกี่ยวกับมูลเหตุแห่งการฟ้องร้องจำเลยยังคงเหมือนเดิม แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน อรรถคดีจึงจำเป็นต้องถูกจัดการตามความเหมาะสมโดยอิงประโยชน์สูงสุดของรัฐ" สมิธกล่าวในการยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษา
"กระทรวงยุติธรรมมีนโยบายปฏิบัติอันช้านานบนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ที่ห้ามมิให้มีการฟ้องร้องในระดับรัฐบาลกลางและการดำเนินคดีอาญากับประธานาธิบดีคนใดคนหนึ่งในภายหลัง ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีการยกฟ้องคดีดังกล่าวก่อนที่จำเลยจะเข้ารับตำแหน่ง" สมิธกล่าว
ในเอกสารแยกกันที่ยื่นต่อศาล สมิธกล่าวว่าเขาจะถอนการอุทธรณ์คดีเอกสารลับที่ฟ้องทรัมป์ แต่จะดำเนินการฟ้องจำเลยร่วมอีกสองคน คือ วอลต์ โนตา พนักงานดูแลทรัพย์สินของทรัมป์ และคาร์ลอส เดอ โอลิเวียรา ผู้จัดการทรัพย์สินที่มาร์อาลาโกซึ่งเป็นรีสอร์ทที่ทรัมป์พักอาศัย
สตีเวน เชียง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทรัมป์แสดงความยินดีกับการเคลื่อนไหวกรณียกฟ้องคดีดังกล่าว พร้อมชี้ว่าเป็น "ชัยชนะครั้งสำคัญของหลักนิติธรรม"
"ประชาชนชาวอเมริกันและประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้ยุติการใช้ระบบยุติธรรมของเราเป็นอาวุธทางการเมืองในทันที และเรารอคอยที่จะรวมประเทศของเราเป็นหนึ่ง" เชียงกล่าวในแถลงการณ์
ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดฉ้อโกงสหรัฐอเมริกาและสมคบคิดขัดขวางการดำเนินการอย่างเป็นทางการ ระหว่างการประชุมรัฐสภาในวาระรับรองชัยชนะของไบเดน ซึ่งกลุ่มผู้สนับสนุนของทรัมป์บุกโจมตีอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564
ทรัมป์ยังถูกกล่าวหาว่าพยายามเพิกถอนสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯ ด้วยการกล่าวอ้างเท็จว่าเขาชนะการเลือกตั้งในปี 2563
อย่างไรก็ตาม อดีตประธานาธิบดีและว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ยังต้องเผชิญคดีระดับรัฐอีกสองคดี คือ ในนิวยอร์กและจอร์เจีย
ทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิดในนิวยอร์กเมื่อเดือนพฤษภาคม จากความผิด 34 กระทงฐานปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจเพื่อปกปิดการจ่ายเงินค่าปิดปากให้กับสตอร์มี แดเนียลส์ ดาราหนังโป๊ เพื่อไม่ให้เธอเปิดเผยเรื่องราวการมีเพศสัมพันธ์กัน ในวันก่อนการเลือกตั้งปี 2559
ผู้พิพากษาในคดีดังกล่าวได้เลื่อนการพิพากษาโทษออกไป โดยพิจารณาคำร้องของทนายความของทรัมป์ที่ขอให้ยกฟ้องตามคำตัดสินของศาลสูงเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ระบุว่าอดีตประธานาธิบดีมีเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการถูกดำเนินคดีอย่างกว้างขวาง
ในจอร์เจีย ทรัมป์ถูกตั้งข้อหากรรโชกทรัพย์จากความพยายามที่จะล้มล้างผลการเลือกตั้งในรัฐทางใต้แห่งนี้ในปี 2563 แต่คดีดังกล่าวอาจถูกระงับไปก่อนเช่นกันในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งต่อไปอีก 4 ปีจากนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กองปราบนำตัว 'บิ๊กโจ๊ก' ยื่นฟ้องคดีตบบ้องหูอดีตลูกน้องคนสนิท อัยการนัดฟังคำสั่ง 22 พ.ค.นี้
พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้สำนวนการสอบสวนความเห็นสมควรสั่งฟ้อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. ในคดีทำร้ายร่างกาย พ.ต.ท.คริษฐ์
'สี จิ้นผิง' เตือน 'ทรัมป์' เกี่ยวกับไต้หวันในการประชุมสุดยอดที่ปักกิ่ง
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเตือนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ว่าการกระทำที่ผิดพลาดเกี่ยวกับไต้หวันอาจผลักดันให้ทั้งสองประเทศเข้าสู่ "ความขัดแย้ง" ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการพบปะกันอย่างดุเดือดในการประชุมสุดยอดมหาอำนาจที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ทรัมป์เยือนจีนเป็นหมากรุก 3 ชั้นที่แยบยลที่สุดในรอบทศวรรษ!
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
'ทรัมป์' โกรธอิหร่าน! เตือนข้อตกลงหยุดยิงอยู่ในภาวะวิกฤต กองทัพสหรัฐพร้อมตอบโต้ความก้าวร้าว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนเมื่อวันจันทร์ว่า การหยุดยิงในสงครามตะวันออกกลางกำลังอยู่ในภาวะ "วิกฤต" หลังจากปฏิเสธข้อเสนอโต้กลับล่าสุดจากอิหร่าน ซึ่งระบุว่ากองทัพพร้อมที่จะตอบโต้ต่อการกระทำที่ก้าวร้าวใดๆ
ไปกันใหญ่! 'ทรัมป์' ให้ศาลฎีกาสหรัฐ 'จงรักภักดี' ต่อตัวเขา
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐฯ "จงรักภักดี" ต่อคำสั่งบริหารของเขาที่ห้ามการให้สัญชาติโดยกำเนิด พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินล่าสุดของศาลที่คัดค้านมาตรการภาษีนำเข้าของเขา
จีนและสหรัฐฯ มีแผนจะเจรจาการค้าในเกาหลีใต้ช่วงกลางสัปดาห์นี้
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีนและสหรัฐฯ จะพบกันที่เกาหลีใต้ในช่วงกลางสัปดาห์นี้ เพื่อเจรจาการค้า กระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า รองนายกรัฐมนตรีเหอ หลี่เฟิง ผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจของจีน จะเข้าร่วม “การหารือเกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐกิจและการค้าซึ่งกันและกัน” ที่เกาหลีใต้ในวันอังคารและวันพุธ

