ผู้นำฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพการเจรจาสามฝ่ายกับโวโลดีมีร์ เซเลนสกี และโดนัลด์ ทรัมป์ โดยร่วมหารือถึงสถานการณ์โลกที่ผู้นำสหรัฐคนต่อไปใช้คำว่า "บ้าระห่ำ"

ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส (กลาง), โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ (ซ้าย) และประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน โพสท่าถ่ายรูปก่อนการประชุมที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงปารีส เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม (Photo by HANDOUT / UKRAINIAN PRESIDENTIAL PRESS SERVICE / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2567 กล่าวว่า ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพการเจรจาสามฝ่ายร่วมกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน และโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กรุงปารีส
การพบกันระหว่างเซเลนสกีและทรัมป์ก่อนที่ทั้งสามคนจะมุ่งหน้าไปเข้าร่วมพิธีเปิดมหาวิหารนอเทรอดามอีกครั้ง ถือเป็นการพบกันแบบตัวต่อตัวครั้งแรก นับตั้งแต่ทรัมป์ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง
การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเซเลนสกี เนื่องจากทรัมป์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยโอ้อวดว่าเขาสามารถยุติสงครามของรัสเซียกับยูเครนได้ใน 24 ชั่วโมง อาจเรียกร้องให้ยูเครนยอมรับข้อเสนอจากปูติน
เช่นเดียวกับมาครงที่จะได้ทราบว่าการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระที่สองของทรัมป์จะมีทิศทางต่อสถานการณ์โลกอย่างไร โดยการเยือนปารีสถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของเขาตั้งแต่ได้รับชัยชนะเหนือกมลา แฮร์ริส ผู้สืบทอดของโจ ไบเดน
ในการพบปะ ทรัมป์กับมาครงโอบกอดและจับมือกันหลายครั้งบนบันไดทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส โดยทรัมป์ได้รับการปรบมือแสดงความยินดีอย่างสมเกียรติแม้ว่าจะยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการก็ตาม
"ดูเหมือนว่าโลกกำลังบ้าระห่ำอยู่เล็กน้อยในตอนนี้ และเราจะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนั้น" ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวขณะเตรียมตัวหารือกับมาครง
แม้เคยมีความตึงเครียดระหว่างทั้งสองคนในช่วงวาระดำรงตำแหน่งรอบแรก แต่ทรัมป์ก็ยกย่องความสัมพันธ์ของเขากับผู้นำฝรั่งเศสสายกลางคนนี้ โดยกล่าวว่า "ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก เราบรรลุอะไรร่วมกันมามากมาย"
มาครงบอกกับทรัมป์ว่า "เป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับชาวฝรั่งเศสที่ได้ต้อนรับคุณสำหรับพิธีเปิดครั้งใหม่ของนอเทรอดามซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อ 5 ปีก่อน
"ในตอนนั้นคุณเป็นประธานาธิบดี และผมจำความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันทีได้" มาครงกล่าว
เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งครั้งแรกในปี 2560 ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับมาครงซึ่งในขณะนั้นเป็นหน้าใหม่บนเวทีโลกเช่นกัน เริ่มต้นขึ้นอย่างอบอุ่น แม้ว่าจะมีความแตกต่างทางการเมืองที่ชัดเจนก็ตาม
การจับมือที่ยาวนานและแข็งแรงของพวกเขากลายเป็นจุดสนใจไปทั่วโลก ก่อนที่ความสัมพันธ์จะเริ่มแย่ลง อันเนื่องมาจากข้อพิพาทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, การค้า และการป้องกันประเทศ
การหารือร่วมกันในครั้งนี้คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับสงครามในยูเครนและตะวันออกกลาง รวมถึงการค้าโลก
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เขียนไว้บนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าสหรัฐฯ ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรีย ซึ่งกองกำลังกบฏได้เริ่มปิดล้อมกรุงดามัสกัสแล้ว
การกลับมามีอำนาจอีกครั้งของทรัมป์ทำให้เกิดความกังวลในกรุงปารีสและเมืองหลวงหลายแห่งในยุโรป หลังจากที่เขาให้คำมั่นสัญญาระหว่างการหาเสียงว่าจะบังคับให้ยุติการสู้รบในยูเครน ซึ่งอาจหมายถึงการที่สหรัฐฯ จะระงับความช่วยเหลือทางทหารต่อรัฐบาลเคียฟ
เซเลนสกีเดินทางเข้าร่วมการเจรจาประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา โดยรีบเดินขึ้นบันไดทำเนียบฯและโพสท่าถ่ายรูปกับผู้นำอีกสองคน จากนั้นจึงประชุมร่วมกันประมาณ 35 นาที
ประธานาธิบดีของยูเครนได้เขียนบนโซเชียลมีเดียว่า การประชุมสามฝ่ายครั้งนี้เป็นไปด้วยดีและสร้างสรรค์
เขาเสริมว่า "เราทุกคนต้องการให้สงครามครั้งนี้ยุติลงโดยเร็วที่สุดและด้วยความยุติธรรม"
ขณะที่มาครงได้เขียนบนโซเชียลมีเดียว่า "ขอให้เราพยายามร่วมกันต่อไปเพื่อสันติภาพและความมั่นคง"
ในประเด็นวิกฤตตะวันออกกลาง พันธมิตรในยุโรปส่วนใหญ่คิดเห็นไปในทางเดียวกันกับประธานาธิบดีโจ ไบเดนที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง แต่ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะขอแยกตัวจากปัญหาเหล่านั้น
การเดินทางไปเยือนปารีส 1 วันของทรัมป์ถือเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการที่เขาเดินทางมาพร้อมกับซูซี ไวลส์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว รวมถึงสตีฟ วิทคอฟฟ์ และมัสซาด บูลอส ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านตะวันออกใกล้และตะวันออกกลางของเขา
แหล่งข่าวในฝรั่งเศสเผยกับเอเอฟพีว่า อีลอน มัสก์ เจ้าพ่อเทสลาและที่ปรึกษาของทรัมป์ ได้บินมายังเมืองหลวงของฝรั่งเศสเช่นกันในฐานะผู้ได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีเปิดนอเทรอดาม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่อถอย! 'ทรัมป์' เผยสงครามอาจจบลงได้ภายใน 2-3 สัปดาห์
กรุงเตหะรานเผชิญกับเหตุระเบิดระลอกใหม่เมื่อวันพุธ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบลงในอีกสองหรือสามสัปดาห์ข้างหน้า
'มาครง' ตอก 'ทรัมป์' ที่โตเกียว ประกาศยุโรปยืนเคียงข้างญี่ปุ่น
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวชื่นชม "ความคาดเดาได้" ของยุโรป ระหว่างการเยือนญี่ปุ่นเมื่อวันพุธ โดยเปรียบเทียบกับประเทศที่ "อาจทำร้ายคุณได้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า" ซึ่งเป็นการกล่าวพาดพิงถึงโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างชัดเจน
ขอให้ทุกคนโชคดี 'กอบศักดิ์' แฉเหตุ 'ทรัมป์' ไม่ช่วยเอาน้ำมันออกจากช่องแคบฮอร์มุซ
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนต ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่า
'ทรัมป์' สั่งห้ามบริษัทที่มีนโยบายส่งเสริมความหลากหลายทางเชื้อชาติและเพศจากการทำสัญญากับรัฐบาล
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งบริหารห้ามบริษัทที่ทำธุรกิจกับรัฐบาลกลางมีนโยบายต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติหรือการเหยียดเพศในที่ทำงาน

