แผ่นดินไหวรุนแรงถล่มประเทศวานูอาตูในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้อาคารต่างๆ ในเมืองหลวงพอร์ตวิลาพังถล่ม มีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังตรวจสอบอาคารที่พังถล่มในพอร์ตวิลา เมืองหลวงของวานูอาตู หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.3 แม็กนิจูดในมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม (Photo by MICHAEL THOMPSON / Facebook account of Michael Thompson / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2567 กล่าวว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.3 แม็กนิจูด ที่ความลึก 57 กิโลเมตรห่างจากชายฝั่งเอฟาเตซึ่งเป็นเกาะหลักของประเทศวานูอาตู ประมาณ 30 กิโลเมตร เมื่อเวลา 12.47 น. ตามรายงานของสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ
อีกไม่กี่นาทีต่อมา เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งขนาด 5.5 แม็กนิจูด ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยอีกหลายระลอก ส่งผลให้หมู่เกาะซึ่งมีประชากร 320,000 คน สั่นไหวจนน่าตระหนก
ภาพถ่ายของเอเอฟพีเผยให้เห็นว่า อาคารคอนกรีต 4 ชั้นหลังหนึ่งในกรุงพอร์ตวิลา พังถล่มลงมา โดยอาคารดังกล่าวเป็นสำนักงานของคณะผู้แทนทางการทูตของสหรัฐฯ, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
สหรัฐฯ และฝรั่งเศสต่างระบุว่าเจ้าหน้าทึ่สถานทูตของตนปลอดภัยดี และสำนักงานจะปิดทำการจนกว่าจะได้รับการฟื้นฟู
นอกจากจะทำลายชั้นล่างของอาคารสถานทูตแล้ว แผ่นดินไหวยังทำให้สะพานอย่างน้อย 2 แห่งพังทลาย และอาคารอื่นๆ พังทลายด้วย รวมทั้งเหตุดินถล่ม
สำนักงานประสานงานกิจการมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (UN Office for the Coordination of Humanitarian Affairs) เปิดเผยว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 รายที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และคาดว่าประชาชน 116,000 คนอาจได้รับผลกระทบเลวร้ายที่สุดของแผ่นดินไหวครั้งนี้
โรงพยาบาลในเมืองหลวงได้รับความเสียหาย โดยมีการตั้งเต็นท์ไว้ด้านนอกเพื่อรองรับผู้ป่วยที่หลั่งไหลเข้ามา นอกจากนี้ยังเกิดการหยุดชะงักของระบบโทรคมนาคมในวงกว้าง และแหล่งเก็บน้ำหลัก 2 แห่งได้รับความเสียหาย
สำนักงานดังกล่าวระบุในรายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า "ความพยายามในการตอบสนองอย่างเร่งด่วนยังคงดำเนินต่อไป โดยพันธมิตรด้านมนุษยธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการเพื่อเอาชนะความท้าทายในการเข้าถึงและการฟื้นฟูระบบสื่อสาร"
แผ่นดินไหวยังทำให้เกิดดินถล่มจนหินก้อนใหญ่หลายตันร่วงลงมาจากเนินเขาสูงชันเหนือท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ แต่ยังโชคดีที่อาคารท่าเรือดูเหมือนจะไม่ได้รับความเสียหาย
สายการบินของออสเตรเลียและสายการบินในภูมิภาคอื่นๆ รวมทั้ง Qantas, Jetstar, Virgin Australia และ Fiji Airways ได้เปลี่ยนเส้นทางหรือระงับเที่ยวบิน โดยบางเที่ยวบินอ้างรายงานความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งอำนวยความสะดวกและรันเวย์
นอกจากนี้ แผ่นดินไหวยังทำให้เครือข่ายมือถือส่วนใหญ่บนเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกถูกตัดขาด
ปัญหาการกู้ภัยถือเป็นเรื่องฉุกเฉินที่ทางการต้องเรียกร้องความช่วยเหลือจากต่างประเทศ รวมทั้งความช่วยเหลือทางการแพทย์และบุคลากรที่มีทักษะประเภทที่สามารถปฏิบัติงานได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
มีรายงานว่าอาคารส่วนใหญ่พังถล่มลงมา โดยมีผู้คนจำนวนมากติดอยู่ใต้เศษซากของอาคารเหล่านั้น ถนนในเมืองเต็มไปด้วยกระจกแตกและเศษซากต่างๆ รวมทั้งร่างผู้เสียชีวิตกลาดเกลื่อนตามท้องถนน
มีการประกาศเตือนภัยสึนามิหลังเกิดแผ่นดินไหว โดยคาดการณ์ว่าจะมีคลื่นสูง 1 เมตรในบางพื้นที่ของวานูอาตู แต่ไม่นานศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกก็ยกเลิกคำเตือนดังกล่าว
ท้งนี้ วานูอาตูได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว, ความเสียหายจากพายุ, น้ำท่วม และสึนามิ ตามรายงานความเสี่ยงโลกประจำปี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.1 ที่ประเทศเมียนมา ห่างจาก อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 248 กม.
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภัยแผ่นดินไหว เมื่อเวลา 16.32 น. ได้เกิดแผ่นดินไหว
กรมอุตุฯ แจงข่าวไทยใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว เป็นเฟกนิวส์ ยันอยู่ห่าง 3,000 กม. ไม่กระทบไทย
กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข่าว "แผ่นดินไหว 1 ม.ค. 69 ไทยใกล้ศูนย์กลาง สถานการณ์โลกเขย่าแรง" ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
กรมอุตุฯ เกาะติดแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ ยันไม่กระทบไทย
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.6 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ไม่กระทบประเทศไทย โดยวันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 08.43 น. ตามเวลาไทย สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) รายงานการเกิดแผ่นดินไหว

