เมืองหลวงของเวียดนามเผชิญกับหมอกควันพิษนานหนึ่งสัปดาห์

หมอกควันพิษปกคลุมเมืองหลวงของเวียดนามมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์, บดบังทัศนียภาพและทำให้ประชาชนหายใจลำบาก ขณะที่คุณภาพอากาศของกรุงฮานอยลดลงจนติดอันดับต้นๆ ของโลก

ยานพาหนะกำลังวิ่งอยู่บนทางหลวงท่ามกลางสภาพมลพิษทางอากาศรุนแรงในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม (Photo by NHAC NGUYEN / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 กล่าวว่า กรุงฮานอยของเวียดนามเผชิญหมอกควันพิษปกคลุมมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว อีกทั้งยังบดบังทัศนียภาพและทำให้ประชาชนหายใจลำบาก

คุณภาพอากาศของฮานอยลดลงจนติดอันดับต้นๆ ของโลก โดยเมืองที่มีประชากร 9 ล้านคนแห่งนี้อยู่อันดับสองรองจากนิวเดลีของอินเดียในการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดของ IQAir ในเช้าวันพฤหัสบดี

จากข้อมูลของบริษัทตรวจสอบคุณภาพอากาศสวิตเซอร์แลนด์ ระดับของฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อให้เกิดมะเร็งและสามารถเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางปอดได้นั้น สูงกว่าระดับที่องค์การอนามัยโลกแนะนำสำหรับการสัมผัสในแต่ละวันอย่างมาก

ทางการฮานอยได้ออกคำสั่งทางปกครองที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยเรียกร้องให้ประชาชนจำกัดเวลาอยู่กลางแจ้ง และเตรียมสั่งปิดโรงเรียนหากสถานการณ์เลวร้ายลง

คำสั่งดังกล่าวยังกำหนดให้เจ้าหน้าที่ปราบปรามการเผาขยะอย่างผิดกฎหมายและใช้มาตรการควบคุมการกระจายของฝุ่นละอองในสถานที่ก่อสร้าง รวมถึงการคลุมรถบรรทุกและฉีดน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กฟุ้งกระจายในอากาศ

อย่างไรก็ตาม นักข่าวของเอเอฟพีสังเกตเห็นว่าสถานที่ก่อสร้างยังคงดำเนินงานตามปกติ โดยมีรถบรรทุกเข้าออกโดยไม่มีการคลุมตามที่กำหนด

นักข่าวเอเอฟพีเห็นผู้คนเผาขยะริมแม่น้ำเดย์ในชานเมืองทางตะวันตกของฮานอยเช่นกัน

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก โรคร้ายแรงหลายอย่าง รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง, โรคหัวใจ และมะเร็งปอด มีความเชื่อมโยงกับการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ามลพิษในฮานอยเป็นผลมาจากการก่อสร้างอย่างกว้างขวาง รวมถึงการปล่อยมลพิษจากรถจักรยานยนต์และรถยนต์จำนวนมากที่สัญจรไปมาในเมืองหลวงทุกวัน

นอกจากนี้ การปล่อยมลพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหินทางภาคเหนือและการเผาป่าเพื่อการเกษตรทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ ทางการได้ประกาศห้ามรถจักรยานยนต์ที่ใช้แก๊สเข้าสู่ใจกลางกรุงฮานอยในช่วงเวลาที่กำหนด โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีหน้า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย(TEI) เผยผลสำรวจพบคนไทยกว่า 88% อ่วม! เจอมลพิษรุนแรง PM2.5 นำโด่ง 42% โลกร้อน 22% มลพิษขยะและของเสีย 15% เรียกร้องพรรคการเมืองดัน 3 นโยบาย “อากาศ – น้ำ - ขยะ” เป็นวาระหลัก เตรียมทำข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมด้วยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน(ประเทศไทย) (Thai SCP)และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเวทีดีเบตเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้งในงาน “TEI: Thai

'สว.ชิบ' จี้ 'รัฐบาล' เร่งยกระดับแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่นพิษด่วน อย่าปล่อยให้คนไทยตายผ่อนส่ง

ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าวิกฤต PM2.5 ในขณะนี้ ควรถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญให้สังคมไทยเร่งยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อม จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง