‘ EVเพื่อพี่วิน ’ ทางเลือกช่วยเมืองลดคาร์บอน-ฝุ่น

สามารถ ดรบุราณ ประธานวินมอเตอร์ไซค์บางกรวย ที่เข้าร่วมโครงการนำร่่อง มอเตอร์ไซค์EVรับจ้าง

ท่ามกลางวิกฤตมลพิษทางอากาศและค่าครองชีพเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น การยกระดับระบบขนส่งขนาดเล็กของเมืองให้เป็นพลังงานสะอาดกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการลดต้นทุนชีวิตคนเมือง พร้อมทั้งลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ ที่หล่อเลี้ยงระบบเดินทางของกรุงเทพฯ เชื่อมต่อระบบขนส่งหลักในชีวิตประจำวันของประชาชน

ล่าสุด กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ GIZ ผ่านโครงการความร่วมมือไทย–เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) เปิดตัวโครงการ “EV เพื่อพี่วิน”  ภายใต้แนวคิด Win–Win–Win ที่ทั้งเมือง ผู้ขับขี่ และสิ่งแวดล้อมได้รับประโยชน์ร่วมกัน โดยนำร่องที่เขตพญาไทและดินแดง สำหรับวินมอเตอร์ไซค์ที่อยากทดลองขับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฟรีเป็นระยะเวลา 1 เดือน

จากผลการศึกษาพบว่า การเปลี่ยนจากรถจักรยานยนต์ใช้น้ำมันสู่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สามารถลดต้นทุนผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 7 เท่า ค่าพลังงานเหลือเพียงประมาณ 7,200 บาทต่อปี พร้อมช่วยลดฝุ่น PM2.5 ได้ราว 16 ตันต่อปี โครงการยังดำเนินงานร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เพื่อแก้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง สนับสนุนให้ผู้ประกอบการวินมอเตอร์ไซค์หันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการทดลองโมเดลเช่าขับในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมระบบชาร์จและสลับแบตเตอรี่ที่เหมาะกับการใช้งานจริง

และผลการศึกษาของโครงการ TGC EMC สะท้อนให้เห็นว่า วินมอเตอร์ไซค์กว่า 89,000 คน ในกว่า 5,300 จุด คือขนส่งเส้นเลือดฝอย ที่ทำให้ระบบหลักของเมืองเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การพึ่งพาน้ำมันเป็นหลักกลับสร้างต้นทุนและมลพิษสูง ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ราว 80,000–100,000 ตันต่อปี และ PM2.5 ประมาณ 16 ตันต่อปี เทียบเท่าการเผานากว่า 3,800 ไร่ หรือฝุ่นจากรถเมล์แดงรุ่นเก่าราว 250–300 คันตลอดทั้งปี

รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ของกรุงเทพฯ ต้องอาศัยแนวทางที่ทำได้จริงและต่อยอดเป็นนโยบายได้ โครงการEV เพื่อพี่วิน จึงถูกออกแบบเป็นโครงการนำร่อง เพื่อทดสอบการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในระดับปฏิบัติการจริง โดยเริ่มจากวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ที่มีโครงสร้างเมืองที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอย ขณะเดียวกัน กทม. ตระหนักว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 ยังมาจากแหล่งอื่น ๆ เช่น รถเมล์และรถบรรทุก ซึ่งต้องแก้ไขควบคู่กันอย่างเป็นระบบ โดยหวังว่าผลจากโครงการนี้จะช่วยให้เมืองพัฒนามาตรการที่เหมาะสมที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับขนส่งรูปแบบอื่น ๆ ในเมือง และช่วยให้กรุงเทพฯ เดินหน้าสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ว่า กทม. กล่าวต่อว่า  กรุงเทพมหานครจะทำหน้าที่กำหนดกรอบทิศทางของโครงการ โดยสำนักสิ่งแวดล้อมดูแลการเชื่อมโยงข้อมูลด้านฝุ่น PM2.5 และผลกระทบด้านสุขภาพ ขณะที่สำนักการจราจรและขนส่งรับผิดชอบการเชื่อมต่อกับระบบวิน จุดจอด และการใช้งานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในพื้นที่จริง เพื่อให้ผลการทดลองสามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และต่อยอดการขยายผลในระดับเมืองต่อไป

อินซ่า อิลเก้น ผู้อำนวยการโครงการ TGC EMC จาก GIZ กล่าวว่า ความร่วมมือจากคนขับวินมอเตอร์ไซค์ทุกคนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อความสำเร็จของโครงการ โดยประสบการณ์ ข้อคิดเห็น และความเชื่อมั่นของทุกท่านมีส่วนช่วยกำหนดทิศทางของโครงการนี้ในอนาคต วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางขององค์กรภาคีจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเงิน  ที่ต้องอาศัยความร่วมมือ นวัตกรรม และความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการมุ่งสู่คมนาคมไฟฟ้าอย่างยั่งยืนโดยโครงการ TGC EMC พร้อมสนับสนุนความมุ่งมั่นของกรุงเทพมหานครในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พัฒนาคุณภาพอากาศและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผ่านแนวทางการขนส่งที่ยั่งยืนต่อไป

รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีกล่าวว่า วินมอเตอร์ไซค์ ถือเป็นเส้นเลือดฝอยสำคัญของระบบคมนาคมในกรุงเทพมหานคร ที่ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางจากระบบขนส่งหลักอย่างรถไฟฟ้าไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง จากการศึกษาข้อมูลทั้ง 50 เขต พบว่ามีผู้ขับขี่จดทะเบียนประมาณ 89,000 คน โดยส่วนใหญ่ยึดเป็นอาชีพหลัก มีรายได้เฉลี่ยราววันละ 500 บาท และวิ่งให้บริการเฉลี่ย 100–150 กิโลเมตรต่อวัน ซึ่งค่าใช้จ่ายหลักคือค่าน้ำมันมากกว่า 100 บาทต่อวัน

รศ.ดร.ยศพงษ์ กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะช่วยลดต้นทุนพลังงานได้อย่างชัดเจน จากค่าน้ำมันเฉลี่ยเดือนละประมาณ 3,000 บาท เหลือค่าไฟฟ้าราว 600 บาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ยังมีความกังวลเรื่องสมรรถนะของรถ แบตเตอรี่ และความเพียงพอของสถานีชาร์จ จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านจุดชาร์จไฟฟ้าและระบบสลับแบตเตอรี่ รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อลดภาระต้นทุนเริ่มต้น

ในมุมสิ่งแวดล้อม รศ.ดร.ยศพงษ์ กล่าวว่า หากสามารถเปลี่ยนรถจักรยานยนต์รับจ้างทั้งประมาณ 89,000 คันในกรุงเทพฯ ได้ จะช่วยลดฝุ่นละอองได้ราว ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อีกทั้งยังช่วยลดเสียงรบกวนในเมือง และทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืน โดยหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ขับขี่ ประชาชน และสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานครในระยะยาว

“การใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าบนสภาพถนนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหรือน้ำท่วมขัง ซึ่งรถแต่ละรุ่นมีระดับการป้องกันน้ำแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบมาตรฐานการกันน้ำหรือค่า IP ของรถก่อนเลือกใช้งาน แม้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะสามารถทนน้ำได้ในระดับหนึ่ง  แต่ไม่เหมาะสำหรับการขับลุยน้ำเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้งานด้วย” รศ.ดร.ยศพงษ์ กล่าว

สามารถ ดรบุราณ ประธานวินมอเตอร์ไซค์บางกรวย ที่เข้าร่วมโครงการนำร่อง เล่าว่า เดิมใช้รถจักรยานยนต์น้ำมันเหมือนวินส่วนใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพราะมองเห็นเรื่องความประหยัดและความคุ้มค่า เป็นหลัก อีกทั้งมีโครงการเข้ามาสนับสนุน ทำให้มีโอกาสได้ทดลองใช้รถไฟฟ้าอย่างจริงจัง จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการและชวนเพื่อนวินมาร่วมด้วย

สามารถ เล่าต่อว่า ในระยะแรกของการใช้งานยอมรับว่ามีปัญหา เนื่องจากยังขาดความเข้าใจระบบรถไฟฟ้า โดยเฉพาะเรื่องการดูแลแบตเตอรี่ หลังจากใช้งานมาประมาณ 4 ปี ปัจจุบันมีความเข้าใจระบบทั้งหมดแล้ว และมองว่ารถไฟฟ้าดูแลง่ายกว่ารถน้ำมัน อีกทั้งค่าใช้จ่ายลดลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยจ่ายค่าน้ำมันประมาณเดือนละ 3,000 บาท เหลือค่าไฟไม่ถึง 500 บาทต่อเดือน โดยชาร์จไฟที่บ้านเป็นหลัก รถหนึ่งคันเมื่อชาร์จเต็มสามารถวิ่งได้เฉลี่ยราว 50 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับลักษณะการขับขี่จริง

 “อุปสรรคสำคัญที่ทำให้วินหลายคนยังลังเลคือความกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะข่าวแบตเตอรี่ไฟไหม้ ทำให้บางคนกลัวและไม่กล้าเปลี่ยนมาใช้ หากผู้ใช้มีความรู้ความเข้าใจระบบอย่างถูกต้อง ก็สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย  ซึ่งปัจจุบันมีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่ลดความเสี่ยงการเกิดเพลิงไหม้ได้มากขึ้น ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน สิ่งสำคัญคือควรมีการอบรม ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษา การทำงานของแบตเตอรี่ เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนเริ่มใช้งาน” สามารถ กล่าว

ทั้งนี้โครงการ EV เพื่อพี่วิน ได้ร่วมกับ ผู้ประกอบการผลิตและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ข้อกังวลดังกล่าวโดยตรง ครอบคลุมระบบแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุง และสถานีสลับแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องรอชาร์จ ทำให้ทำงานรับ-ส่งได้ต่อเนื่องไม่สะดุด ปักหมุดย่านดินแดงและพญาไท ควบคู่กับการทดสอบโมเดลเช่าขับรายวัน ในอัตราเริ่มต้นที่ 75 บาท และแนวทางสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารออมสิน ในรูปแบบ Green loan หรือการเช่าซื้อ เพื่อลดอุปสรรคในการตัดสินใจและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไขข้องใจ! ทำไมแผ่นดินไหวเมียนมา สะเทือนถึง กทม.

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.3

ตึกสูง กทม. สะเทือน! แผ่นดินไหวเมียนมา ขนาด 5.3

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่าเมื่อเวลา 09.05 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหว ใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ขนาด 5.3 ลึก 10 กิโลเมตร โดยจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากกลุ่มรอยเลื่อนสะกาย

'ดร.โจ' เปิดนโยบายดูแล 'สัตว์เลี้ยง' ที่ดีกว่าสำหรับคนกรุง วันอาทิตย์นี้

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ" ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สัตว์เลี้ยงก็ครอบครัวนะ พาน้องๆ มาถกนโยบายสัตว์เลี้ยงสำหรับคนกรุงเทพกับ โจ ชัยวัฒน์ อาทิตย์ที่ 17 พ.ค. นี้

'อภิสิทธิ์' แย้ม 'ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.' ติวเข้มชิง สก. 50 เขต

'อภิสิทธิ์' มั่นใจ 'ประชาธิปัตย์' เสนอทางเลือกดีที่สุดให้คนกรุง นำทีมปฐมนิเทศผู้สมัคร สก. ชูความพร้อมทั้งนโยบาย-ทีมงาน เพื่อความอุ่นใจของประชาชน ย้ำเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ 16 พ.ค.

'สุวิทย์' สะท้อน ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ต้องเลือก 'สถาปนิกของระบบชีวิตใหม่' ไม่ใช่แค่ 'ผู้จัดการเมือง'

อดีตรมว.อว. โพสต์สมมติว่าผมได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. ภารกิจแรกของผมคือ หยุดไม่ให้เมืองนี้กินพลังชีวิตของผู้คน

ปชป. เปิดตัว 'ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.' โชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. สู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ-ดร.โจ'

'สกลธี' เผยเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. เชื่อสู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ - ดร.โจ' มั่นใจได้ สก. มากกว่าเดิม