สหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับรัสเซียในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ โดยเริ่มไล่ล่ามาจากนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา ในปฏิบัติการที่ถูกประณามโดยรัฐบาลมอสโก

เรือสหรัฐฯ (ลำเล็ก) แล่นประกบเรือบรรทุกน้ำมันที่เคยรู้จักกันในชื่อ 'เบลลา-1' ก่อนที่จะเปลี่ยนทะเบียนเป็นของรัสเซียและเปลี่ยนชื่อเป็น 'มาริเนรา' ในน่านน้ำแอตแลนติกเหนือ เมื่อวันที่ 7 มกราคม (Photo by HANDOUT / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2569 กล่าวว่า กองกำลังทางทะเลของสหรัฐฯ ทำการยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับรัสเซียได้ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ โดยเริ่มไล่ล่ามาจากนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา
รัฐบาลวอชิงตันเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้เป็นส่วนหนึ่งของกองเรือลับที่ขนส่งน้ำมันให้กับประเทศต่างๆ เช่น เวเนซุเอลา, รัสเซีย และอิหร่าน ซึ่งเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และได้ยึดเรือลำนี้ไว้แม้ว่าจะมีกองทัพเรือรัสเซียคุ้มกันอยู่ก็ตาม
ก่อนหน้านี้ เรือลำดังกล่าวได้ขัดขวางความพยายามขึ้นไปบนเรือเมื่อเดือนที่แล้ว ใกล้กับเวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยน้ำมัน โดยการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้โค่นล้มประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ผู้นำเผด็จการซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของรัสเซีย
"เรือถูกยึดในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือตามหมายจับที่ออกโดยศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ" กองบัญชาการยุโรปของสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ ขณะที่พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ โพสต์ว่า การปิดล้อมน้ำมันเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่ในทุกที่ทั่วโลก
กระทรวงคมนาคมของรัสเซียวิพากษ์วิจารณ์การยึดเรือ โดยกล่าวว่า "เสรีภาพในการเดินเรือใช้ได้ในน่านน้ำในทะเลหลวง"
กระทรวงต่างประเทศรัสเซียเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันอนุญาตให้ลูกเรือชาวรัสเซียจากเรือลำดังกล่าวกลับประเทศโดยเร็ว แต่โฆษกทำเนียบขาวกล่าวกับสื่อว่า คนเหล่านั้นอาจถูกนำตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐอเมริกา
เรือลำดังกล่าว ซึ่งเดิมชื่อ 'เบลลา-1' ได้เปลี่ยนทะเบียนเป็นรัสเซียเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาและเปลี่ยนชื่อเป็น 'มาริเนรา' และมีรายงานว่าลูกเรือได้วาดธงชาติรัสเซียลงบนเรือ
แต่ทำเนียบขาวระบุว่า สหรัฐฯถือว่าเรือลำนี้ไร้สัญชาติ
กองทัพสหรัฐฯ ยังประกาศด้วยว่าได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรลำที่ 2 ในทะเลแคริบเบียน ทำให้จำนวนเรือที่รัฐบาลวอชิงตันควบคุมได้ตั้งแต่เดือนที่แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 4 ลำ
คริสตี โนเอม รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ โพสต์บน X ว่า "เรือทั้งสองลำจอดอยู่ที่เวเนซุเอลาเป็นครั้งสุดท้าย หรือกำลังเดินทางไปที่นั่น" และได้แนบวิดีโอของกองกำลังสหรัฐฯ ที่โรยตัวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ไปยังเรือที่ไม่ระบุชื่อลำหนึ่ง
ปฏิบัติการในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือเกิดขึ้นแม้จะมีรายงานว่ารัสเซียได้ส่งเรือดำน้ำและกำลังทางเรืออื่นๆ ไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าว
เรือลำนั้นกำลังมุ่งหน้าไปยังเวเนซุเอลา ก่อนที่จะหลบเลี่ยงการปิดล้อมของสหรัฐฯ และอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2024 จากข้อกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับอิหร่านและกลุ่มฮิซบุลลาห์
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ได้จับกุมมาดูโรและภริยาจากกรุงการากัส และนำตัวขึ้นเครื่องบินไปยังนิวยอร์กเพื่อขึ้นศาลในข้อหาค้ายาเสพติด
นับตั้งแต่นั้นมา ทรัมป์ได้กล่าวว่าสหรัฐฯ จะบริหารเวเนซุเอลา และบริษัทของสหรัฐฯ จะควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันที่สำคัญของประเทศ
ภายหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศยืนยันว่าสหรัฐฯ มีแผนสำหรับเวเนซุเอลา โดยกล่าวว่าทำเนียบขาวไม่ได้ทำไปโดยไม่มีแผน
ในกรุงการากัส หลังจากร้านค้าปิดทำการและระบบขนส่งสาธารณะให้บริการไม่สม่ำเสมอมาหลายวัน ถนนในเมืองหลวงก็กลับมาคึกคักอีกครั้งในวันพุธ ด้วยผู้คนเดินเท้า, พ่อค้าแม่ค้า, รถยนต์ และรถจักรยานยนต์
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคารว่า น้ำมันดิบของเวเนซุเอลา 30-50 ล้านบาร์เรลจะถูกส่งไปยังท่าเรือของสหรัฐฯ โดยรายได้ ซึ่งอาจมากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ในราคาตลาดปัจจุบัน จะอยู่ภายใต้การควบคุมส่วนตัวของเขา
คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐฯ กล่าวเพิ่มเติมในวันพุธว่า รัฐบาลวอชิงตันจะควบคุมการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาอย่างไม่มีกำหนด ในขณะที่ PDVSA บริษัทน้ำมันของเวเนซุเอลากล่าวว่าการเจรจาเพื่อขายน้ำมันดิบให้กับสหรัฐฯ กำลังดำเนินอยู่
ทำเนียบขาวระบุว่า รายได้จากการขายน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาจะเข้าสู่บัญชีที่ควบคุมโดยสหรัฐฯ และจากนั้นจะถูกกระจายเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวอเมริกันและประชาชนชาวเวเนซุเอลา รวมทั้งการตัดสินใจของประเทศในขณะนี้จะถูกกำหนดโดยรัฐบาลวอชิงตันเช่นกัน.

