ลีลาของรัฐบาลอนุทิน 2

ภาพคำทำนายลีลาของรัฐบาล (ไม่ว่าใครจะมาเป็น) ให้ไว้ในไทยโพสต์ตั้งแต่ปลายปี 2568

ในที่สุดรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การนำของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 (รอบที่สอง) ก็ได้เริ่มบริหารราชการแผ่นดินเต็มตัวตั้งแต่วันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาคือ วันที่ 9 เมษายน 2569

แต่ก่อนจะมาถึงวันทำงานจริง รัฐบาลรักษาการของคุณอนุทิน ที่พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งด้วยกระแสชาตินิยมอย่างเหลือเชื่อถึง 192 เสียง สุดแสนจะชื่นมื่นอยู่ดีๆ ก็ถูกรับน้องโครมใหญ่ด้วยการเปิดศึกที่ตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลร่วมกับสหรัฐอเมริกาต่อสู้กับอิหร่าน เริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

ผลคือราคาน้ำมันในตลาดโลกกระฉูดขึ้นไปเกินหนึ่งร้อยดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทบราคาน้ำมันในประเทศแบบพุ่งทะลุป้าย โดยดีเซลขึ้นราคาเกิน 50 บาทต่อลิตร

แม้รัฐบาลไม่ได้ก่อและไม่ต้องการให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่เสียงก่นว่าก็ดังระงมทั่วเมืองเพราะประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

สถานการณ์นี้เป็นไปตามคำทำนายที่ผู้เขียนให้ไว้ตั้งแต่ปลายปี 2568 ในไทยโพสต์ และทุกที่ที่มีโอกาสไปพูดหรือเขียนว่า หลังการเลือกตั้งรอบนี้ถึงอย่างไรก็จะได้รัฐบาลกลุ่มเก่า (ที่เคยบริหารประเทศมาแล้วก่อนหน้านี้)

และรัฐบาลที่มาจะบริหารบ้านเมืองแบบอาภัพ ทำดีไม่ได้ดี-แบกทุกข์-ไม่สะดวกและเสถียรภาพต่ำ ต้องต่อสู้ดิ้นรนหนักเพราะปัญหาเศรษฐกิจ เคยบอกด้วยซ้ำว่าในระดับต้มยำกุ้งหรือน้องๆ ต้มยำกุ้ง แถมด้วยปัญหาพรรคร่วมรัฐบาลรออุบัติเป็นระยะๆ ไปพร้อมกับการต้องฟันฝ่าเพื่ออย่างต่ำบริหารเศรษฐกิจให้รอดปลอดภัยจากปัญหาเศรษฐกิจภายในและสงครามเศรษฐกิจโลก

อย่างกลางต่อยอดของเก่า

อย่างสูงเริ่มนำประเทศสู่เป้าหมายทางเศรษฐกิจที่สำคัญคือ การพัฒนาขนาดใหญ่ เพื่อนำประเทศหลุดจากกับดักรายได้ปานกลางไปสูงในประมาณกลางกรกฎาคม 2572

และต่อไปนี้คือลีลาชีวิตของรัฐบาลอนุทิน 2 ที่คาดว่าจะรอเกิดและรอการฟันฝ่าในปีนี้ตามที่เคยทำนายไว้ในไทยโพสต์เมื่อปลายปี 2568 ที่ขอนำมาย้ำอีกครั้งคือ

1.ตั้งแต่วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2569-วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2570 ภาพรวมรัฐบาลออกแนวอับ ตำราบอกหากเป็นคนพึงสงบจิต เพราะจะทำอะไรได้เพียงครึ่งเสียครึ่ง

หรือระหว่างปีวันเกิดเมือง ทุกสถานการณ์เริ่มต้นบวกบั้นปลายลบ หรือเริ่มต้นลบบั้นปลายบวก เป็นแบบครึ่งๆ

หวังว่าสถานการณ์น้ำมันที่กำลังออกแนวลบสุดขีดไปก่อนแล้วจะออกมามีจังหวะค่อยๆ บวกได้

และการได้แบบครึ่งๆ นี้ เมื่อดูแบบกำปั้นทุบดินเข้าข้างหลักโหรคือ โครงการคนละครึ่งพลัสที่กำลังจะลงมือ!!!

2.ประมาณ 24-27 กรกฎาคม 2569 เริ่มลางบ่งบอกว่ามีปัญหาในคณะรัฐบาลที่จะมีเรื่องอึดอัดคล้ายคนท้องอืด

3.ตั้งแต่ 28 กรกฎาคม-30 กันยายน 2569 มีการปรับคณะรัฐมนตรี หรือนโยบาย หรือวิธีปฏิบัติที่สำคัญ

ตัวอย่างการปรับนโยบายที่สำคัญที่พอจะยกเป็นตัวอย่างได้คือ สมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยสู้รบด้วยอาวุธกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พลิกเป็นออกนโยบาย 66/2533 เพื่อให้คอมมิวนิสต์ที่เคยรบกับอำนาจรัฐออกจากป่ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เป็นต้น

4.ตั้งแต่ 20 ตุลาคม-สิ้นปี 2569 คาดจะมีการตรึงกำลังระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายนิติบัญญัติ ก่อให้เกิดความอึดอัดไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย เช่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีระหว่างรอคำสั่งว่าดำรงตำแหน่งครบสองวาระแปดปีหรือไม่?

หรือไม่อาจกลายเป็นว่ารัฐบาลมีเรื่องน้ำท่วมปากพูดไม่ออกบอกเหตุผลไม่ได้ เช่น กรณีที่รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม พยายามย้ายเมืองหลวงไปเพชรบูรณ์ แต่อธิบายไม่ได้ว่าเพื่อหลบภัยจากญี่ปุ่นที่ยึดประเทศไทยเป็นจุดผ่านแดนอยู่ เป็นต้น

4.เพิ่มเติมเพราะเพิ่งคิดออกคือ ระหว่าง 22 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป-สิ้นปี-10 มิถุนายน 2571 เป็นเวลา 18 เดือน คงมีเพื่อนร่วมรัฐบาลเข้ามาอีก หรือเข้าๆ ออกๆ

และ 5.ในสิบแปดเดือนนี้การใช้อำนาจใดๆ ของรัฐบาล หรือองค์กรของรัฐที่ไม่ใช่รัฐบาล ต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะหากไม่อาจจะก่อวิกฤตการเมืองรอบใหม่

เช่นในอดีตศาลรัฐธรรมนูลเคยสั่งยุบพรรคการเมืองจนเสื้อแดงชุมนุมทั้งแผ่นดิน

 หรือกรณีรถถ่ายทอดสดของ อสมท ในช่วงรัฐบาลของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เป็นหัวเชื้อให้มีการก่อรัฐประหารยึดอำนาจหลังจากนั้น

ที่ผู้เขียนยังจำได้ราวกับเหตุเกิดเมื่อวานนี้เพราะกำลังทำข่าวอยู่ และได้ตามรู้ตามเห็นลีลาและการพัฒนาการของเหตุการณ์โดยตลอด

และเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้รู้-เห็นเหตุการณ์ชัดเจนเช่นกัน

สุดท้ายขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลโชคดีในการตีฝ่าแรงกดดันมากมายที่รออยู่.     

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

คู่มือทบทวนชีวิตช่วงพระเสาร์จร(7)เดินถอยหลังสำหรับคนทุกลัคนาราศีตอนที่2

มาต่อกันถึงผลของการที่พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน คือวาระเหมาะที่จะทบทวน-ปรับปรุง-แก้ไขเรื่องต่างๆ ที่พระเสาร์เป็นตัวแทนของคนทุกลัคนาราศีต่อจากตอนที่แล้ว

'คาถาศักดิ์สิทธิ์'สำหรับโลกในช่วงระยะผ่าน!!!

เห็นข่าวเล็กๆ แต่น่าสนใจ น่าให้ความสำคัญมิใช่น้อย เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา...คือข่าวที่นักธุรกิจระดับหมื่นล้าน อย่างคุณ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของคำขวัญ สโลแกน

เสริม'การข่าว'จชต.

เป็นอีกหนึ่งเหตุเศร้า สะเทือนขวัญในสถานศึกษาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะภายในโรงเรียน ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนชายระดับชั้น ม.3 ใช้อาวุธปืนยิงครู-นักเรียน เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

คู่มือทบทวนชีวิตช่วงพระเสาร์จร(7)เดินถอยหลังสำหรับคนทุกลัคนาราศี

พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน ระหว่าง 27 ก.ค.-30 พ.ย.69 แค่พระเสาร์ซึ่งเป็นดาวดวงสำคัญของดวงเมืองเริ่มเดินถอยหลังในราศีมีนตั้งแต่ 27 กรกฎาคม 2569 อาการก็เริ่มส่งสัญญาณจะเปลี่ยนแปลงใหญ่ในนโยบายสำคัญของรัฐบาล

ว่าด้วย'สงคราม'และ'สันติภาพ'

ตอนคุณพ่ออเมริกากับคุณปู่อิหร่านกลับมา รบ กันใหม่...เห็นว่า ราคาน้ำมัน พุ่งปรู๊ด พรวดเดียวขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์กว่าๆ ต่อบาร์เรล ทั้ง Brent ทะเลเหนือ และ WTI เท็กซัสของอเมริกา