สหรัฐฯ ระงับการดำเนินการวีซ่าผู้อพยพสำหรับ 75 ประเทศ

สหรัฐอเมริกาประกาศว่ากำลังระงับการดำเนินการวีซ่าผู้อพยพจาก 75 ประเทศ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาในอเมริกา

ทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (Photo by Oliver Contreras / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 กล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯประกาศระงับการดำเนินการอนุมัติวีซ่าเพื่อการพำนักอาศัยและทำงาน (Immigrant Visa) จาก 75 ประเทศ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาในอเมริกา

สหรัฐอเมริกาปฏิเสธวีซ่าจากผู้ที่มีแนวโน้มที่จะต้องพึ่งพาสวัสดิการของรัฐบาลมานานแล้ว แต่กระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่าขณะนี้จะใช้อำนาจเดียวกันนี้ในการระงับวีซ่าผู้อพยพโดยรวมตามสัญชาติ

ทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า "รัฐบาลทรัมป์กำลังยุติการใช้ระบบตรวจคนเข้าเมืองของอเมริกาในทางที่ผิดโดยผู้ที่ต้องการกอบโกยความมั่งคั่งจากประชาชนชาวอเมริกัน"

"การดำเนินการขอวีซ่าผู้อพยพจาก 75 ประเทศเหล่านี้จะถูกระงับชั่วคราว ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศกำลังประเมินขั้นตอนการดำเนินการตรวจคนเข้าเมืองใหม่ เพื่อป้องกันการเข้าประเทศของชาวต่างชาติที่ต้องการรับสวัสดิการและผลประโยชน์สาธารณะ" เขากล่าว

ขณะที่แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวโพสต์บน X ว่าประเทศที่ได้รับผลกระทบจะรวมถึงโซมาเลียซึ่งทรัมป์เคยโจมตีอย่างรุนแรงหลังจากผู้อพยพมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวด้านการเงินในมินนิโซตา รวมถึงรัสเซียและอิหร่านด้วย

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯกล่าวว่า ประเทศอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจะรวมถึงประเทศที่มีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับสหรัฐอเมริกาหลายประเทศ เช่น บราซิล, อียิปต์ และไทย

ประเทศอื่นๆ ที่จะเผชิญกับการระงับนี้ ได้แก่ ไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในแอฟริกา รวมถึงอิรักและเยเมน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อประเทศทั้งหมดในทันที

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า การระงับวีซ่าจะเริ่มในวันที่ 21 มกราคม โดยไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดที่แน่นอน

ทั้งนี้ ทรัมป์ไม่ได้ปิดบังความปรารถนาที่จะลดจำนวนผู้อพยพที่ไม่ใช่เชื้อสายยุโรป เขาเคยกล่าวถึงชาวโซมาเลียว่าเป็นขยะที่ควรกลับไปยังที่ที่พวกเขามา และกล่าวว่าเขาต้องการเปิดรับชาวสแกนดิเนเวียให้ย้ายมาอยู่สหรัฐอเมริกามากกว่า

กระทรวงการต่างประเทศกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าได้ยกเลิกวีซ่าไปแล้วกว่า 100,000 ฉบับนับตั้งแต่ทรัมป์กลับมา ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบหนึ่งปี

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า รัฐบาลทรัมป์ได้เนรเทศผู้คนไปแล้วกว่า 605,000 คน ไม่นับรวมอีก 2.5 ล้านคนที่เดินทางออกไปเอง

อย่างไรก็ตาม มาตรการล่าสุดนี้ไม่มีผลกระทบต่อวีซ่าท่องเที่ยว, วีซ่าธุรกิจ หรือวีซ่าประเภทอื่น ๆ รวมถึงวีซ่าสำหรับแฟนฟุตบอลที่ต้องการเดินทางมาชมฟุตบอลโลกในปีนี้ แม้ว่ารัฐบาลทรัมป์เคยให้คำมั่นว่าจะตรวจสอบประวัติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครทุกคนด้วยก็ตาม.

เพิ่มเพื่อน