ยุโรปเตรียมเริ่มภารกิจทางทหารในกรีนแลนด์ หลังการเจรจาเดนมาร์ก-สหรัฐไม่บรรลุผล

บุคลากรทางทหารของยุโรปเริ่มเดินทางมาถึงกรีนแลนด์แล้ว หลังจากที่การประชุมในวอชิงตันระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์ล้มเหลวในการแก้ไขความขัดแย้งพื้นฐานเกี่ยวกับเกาะอาร์กติกที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์แห่งนี้

ลาร์ส ล็อกเกอ ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก (ซ้าย) และวิเวียน มอตซ์เฟลด์ รัฐมนตรีต่างประเทศกรีนแลนด์ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกันที่สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 14 มกราคม (Photo by Oliver Contreras / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 กล่าวว่า ความล้มเหลวในการประชุมที่ทำเนียบขาวระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกา, เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ผลักดันให้บุคลากรทางทหารของยุโรปเริ่มเดินทางมายังกรีนแลนด์แล้ว เพื่อร่วมแสดงเจตจำนงด้านความมั่นคงและอธิปไตยของชาติพันธมิตร

ฝรั่งเศส, สวีเดน, เยอรมนี และนอร์เวย์ ประกาศเมื่อวันพุธว่า พวกเขาจะส่งกำลังทหารไปปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนที่กรุงนุก เมืองหลวงของกรีนแลนด์

"คาดว่าจะมีทหารของนาโตประจำการในกรีนแลนด์มากขึ้นตั้งแต่วันนี้และในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อาจจะมีเที่ยวบินและเรือรบเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน" มูเต เอเกเด รองนายกรัฐมนตรีของกรีนแลนด์กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ พร้อมเสริมว่าพวกเขาจะเริ่มฝึกซ้อมยุทธการ

"กำลังทหารฝรั่งเศสชุดแรกกำลังเดินทางไปแล้ว และจะมีตามมาอีก" ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสกล่าว

กระทรวงกลาโหมเยอรมนีเผยว่า การส่งทีมลาดตระเวนของกองทัพเยอรมัน (Bundeswehr) จำนวน 13 นายไปยังนุกตั้งแต่วันพฤหัสบดีนั้น เป็นไปตามคำเชิญของเดนมาร์ก และจะดำเนินการตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์

การประกาศการส่งกำลังทหารครั้งนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์กและกรีนแลนด์เข้าพบกับเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดี และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งการเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งพื้นฐานเกี่ยวกับเกาะอาร์กติกที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ ไม่สามารถบรรลุผลที่แต่ละฝ่ายต้องการได้

ลาร์ส ล็อกเกอ ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก กล่าวหลังออกจากทำเนียบขาวว่า การที่สหรัฐฯ เข้ายึดครองกรีนแลนด์นั้นไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด

"เราไม่สามารถเปลี่ยนท่าทีของอเมริกาได้ เป็นที่ชัดเจนว่าประธานาธิบดีมีความปรารถนาที่จะยึดครองกรีนแลนด์ ดังนั้นเราจึงยังคงมีความเห็นไม่ตรงกันในประเด็นพื้นฐาน แต่เราก็ยอมรับจุดยืนที่จะแสดงความไม่เห็นด้วย" เขากล่าวกับผู้สื่อข่าว

ขณะที่ทรัมป์กล่าวหลังการประชุมซึ่งเขาไม่ได้เข้าร่วม เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงท่าทีประนีประนอมเกี่ยวกับกรีนแลนด์ โดยยอมรับถึงผลประโยชน์ของเดนมาร์ก แม้เขาจะกล่าวอีกครั้งว่าเขาไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ใดๆ ออกไป

"ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับเดนมาร์ก และเราจะรอดูว่าทุกอย่างจะลงเอยอย่างไร ผมคิดว่าจะมีอะไรลงตัว" ทรัมป์กล่าวโดยไม่ให้คำอธิบายเพิ่มเติม

เขากล่าวอีกครั้งว่าเดนมาร์กคงไม่มีทางยิ่งใหญ่ได้กว่าเดิมหากเป็นรัสเซียหรือจีนที่เข้ายึดครองกรีนแลนด์ และเสริมว่า "แต่เราทำทุกอย่างได้"

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ให้คำมั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะเข้าควบคุมดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กแห่งนี้ โดยอ้างว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และดูเหมือนว่าเขาจะยิ่งฮึกเหิมมากขึ้นหลังจากสั่งการโจมตีเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 3 มกราคมซึ่งทำให้ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ถูกโค่นล้ม

ทั้งนี้ บนท้องถนนในเมืองหลวง ธงชาติกรีนแลนด์สีแดงและขาวโบกสะบัดอยู่ตามหน้าต่างร้านค้า, ระเบียงอพาร์ตเมนต์ และบนรถยนต์และรถโดยสาร แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของชาติ

ผู้อยู่อาศัยบางคนแสดงความวิตกกังวลจากการที่พบว่าตนเองตกอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์ทางภูมิรัฐศาสตร์

"มันน่ากลัวมาก เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ในระดับรัฐ ฉันหวังว่าในอนาคตเราจะสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้เหมือนที่ผ่านมา คืออย่างสงบสุขและปราศจากการรบกวน" เวรา สติดเซน ครูวัย 51 ปีคนหนึ่งเปิดใจกับเอเอฟพี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘โกลเบล็ก’ชี้เป้าราคาทองคำปี 69 ทะลุ 70,000 บาท

โกลเบล็ก ประเมินราคาทองคำปี 2569 ยังมีโอกาสทดสอบ 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราว 70,350 บาทต่อบาททองคำ จากปัจจัยหนุนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ด้านเฟด มีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยลง 0.50% สู่ระดับ 3.25% และเงินเฟ้อที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.5–2.7%