นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ถูกฝูงชนชาวเมารีตะโกนด่าทอ ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันไวตังหงิซึ่งเป็นการชุมนุมทางการเมืองประจำปีที่เปิดโอกาสให้ชนเผ่าพื้นเมืองได้ระบายความไม่พอใจ

นายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักสัน ของนิวซีแลนด์กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีรำลึกวันไวตังหงิ (Waitangi Day) ที่เมืองไวตังหงิ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ (Photo by Ben STRANG / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักสัน ของนิวซีแลนด์ถูกฝูงชนชาวเมารีตะโกนด่าทอระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันไวตังหงิ (Waitangi Day) ซึ่งเป็นการชุมนุมทางการเมืองประจำปีที่เปิดโอกาสให้ชนเผ่าพื้นเมืองได้ระบายความไม่พอใจ
สุนทรพจน์ของลักสัน ณ สถานที่ลงนามสนธิสัญญาไวตังหงิ ซึ่งเป็นเอกสารก่อตั้งประเทศนิวซีแลนด์ในปี 1840 นั้น บางช่วงถูกกลบด้วยเสียงตะโกนว่า "คนทรยศ" จากฝูงชนจำนวนมาก และตัวเขาเองยอมรับว่าชนพื้นเมืองของประเทศไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันในสังคมนิวซีแลนด์
"ไม่มีประเทศใดสมบูรณ์แบบ เราทุกคนต่างอยู่ในเส้นทางแห่งการพัฒนา เราต้องการโอกาสที่เท่าเทียมกัน เรายังมีงานอีกมากที่ต้องทำ" ลักสันกล่าว
เขายินดีที่ผู้คนสามารถตะโกนด่าทอเขาในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ โดยกล่าวว่าเป็น "เรื่องที่ไม่เหมือนใครและพิเศษมาก" ที่นักการเมืองนิวซีแลนด์สามารถเผชิญหน้ากับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในช่วงเวลาที่ท้าทาย
อย่างไรก็ตาม ลักสันหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงานเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากรัฐบาลของเขาเผชิญกับความไม่พอใจของชนพื้นเมืองในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบกว่าสองทศวรรษ
ประเด็นสำคัญที่สุดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ร่างกฎหมายหลักการสนธิสัญญา (The Treaty Principles Bill) ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าเป็นความพยายามที่จะลดทอนสิทธิพิเศษที่มอบให้กับชาวเมารีจำนวน 900,000 คนในประเทศ
ร่างกฎหมายนี้ถูกลงมติไม่ผ่านในวาระที่สองของรัฐสภาเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ลักสันปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลของเขามีวาระที่สร้างความแตกแยก
แต่ร่างกฎหมายนี้ไม่ใช่ประเด็นเดียวที่สร้างความโกรธเคืองให้กับชาวเมารี
หน่วยงานราชการถูกขอให้แก้ไขข้อกำหนดของสนธิสัญญาไวตังหงิในกฎหมาย และให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาเมารี
โรงเรียนได้รับคำสั่งให้สอนภาษาเมารีน้อยลง และหนังสือเดินทางใหม่ของนิวซีแลนด์ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษมากขึ้น
เดวิด ซีมัวร์ รองนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นชาวเมารีเอง กลับมีท่าทีที่ไม่ประนีประนอมนัก โดยกล่าวว่าการล่าอาณานิคมนั้นเป็นผลดีโดยรวมต่อชาวเมารี
เมื่อถูกถามถึงความคิดเห็นของเขาในภายหลัง ซีมัวร์กล่าวว่านิวซีแลนด์เป็น "เรื่องราวแห่งความสำเร็จ"
"แม้แต่คนยากจนที่สุดในนิวซีแลนด์ในปัจจุบันก็ยังใช้ชีวิตอย่างหรูหราเมื่อเทียบกับสถานที่ส่วนใหญ่ในยุคสมัยส่วนใหญ่ในประวัติศาสตร์" ซีมัวร์กล่าว
ทั้งนี้ ชาวเมารีในปัจจุบันยังคงมีโอกาสสูงมากที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร, ใช้ชีวิตอยู่ในความยากจน หรือถูกจำคุก
คริส ฮิปกินส์ ผู้นำฝ่ายค้านซึ่งจะลงแข่งขันกับลักสันในการเลือกตั้งทั่วไปเดือนพฤศจิกายน ยอมรับว่าชาวเมารีรู้สึกมีทั้งความหวังและผิดหวัง
เอรู คาปา-คิงกิ ผู้นำชนพื้นเมืองที่ดำเนินงานแคมเปญ "Honour the Treaty" เพื่อรียกร้องให้รัฐบาลและประชาชนปฏิบัติตามข้อตกลงประวัติศาสตร์ระหว่างชนเผ่าพื้นเมืองกับรัฐ ได้วิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองของนิวซีแลนด์อย่างรุนแรง
"รัฐบาลนี้แทงเราจากด้านหน้า ขณะที่พรรคแรงงาน (ฝ่ายค้านหลัก) แทงเราจากด้านหลัง แล้วทำไมเรายังคงต้อนรับแมงมุมเข้ามาในบ้านอีก" เขากล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไทย-นิวซีแลนด์' ชื่นมื่น! ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เพิ่มการค้า 3 เท่า
ไทย–นิวซีแลนด์ ยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ 'นายกฯ อนุทิน – ลักซอน' ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท ฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์
เปิดฉากเยือนนิวซีแลนด์ นายกฯ รับการต้อนรับอบอุ่นตามวิถีเมารี เปิดบทใหม่ความสัมพันธ์
เปิดฉากเยือนนิวซีแลนด์ นายกฯ รับการต้อนรับอบอุ่นตามวิถีเมารี ก่อนจับมือผู้นำนิวซีแลนด์ เปิดบทใหม่ความสัมพันธ์ สร้างโอกาสและประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

