สหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการเจรจาสามฝ่ายกับรัสเซียและจีนเพื่อกำหนดข้อจำกัดใหม่เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ หลังจากสนธิสัญญาฉบับล่าสุดระหว่างมหาอำนาจนิวเคลียร์อย่างวอชิงตันและมอสโกหมดอายุลง

(ภาพบน) เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เชิงกลยุทธ์รุ่นล่าสุด Project 955A (Borey-A) ชื่อ Knyaz Pozharsky ของรัสเซีย (ภาพล่าง) เรือดำน้ำขีปนาวุธนำวิถีชั้นโอไฮโอ USS Michigan ของสหรัฐอเมริกา (Photo by Alexander KAZAKOV and Jermaine RALLIFORD / various sources / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กล่าวว่า หลังจากสนธิสัญญาฉบับล่าสุดระหว่างมหาอำนาจนิวเคลียร์อย่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซียหมดอายุลง ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดการสะสมอาวุธมากขึ้นในแต่ละฝั่ง รวมทั้งว่าที่มหาอำนาจใหม่อย่างจีนที่ตามมาห่างๆ
ล่าสุด รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้องให้มีการเจรจาสามฝ่ายกับรัสเซียและจีนเพื่อกำหนดข้อจำกัดใหม่เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์
ถึงกระนั้น จีนได้ตอบปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเจรจาลดการสะสมอาวุธในขั้นตอนนี้ ขณะที่รัสเซียเสนอให้รวมประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์อื่นๆ เช่น อังกฤษและฝรั่งเศส เข้ามาด้วย
"การควบคุมอาวุธไม่สามารถเป็นเรื่องทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียได้อีกต่อไป" มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เขียนไว้ในบทความออนไลน์
"ประเทศอื่นๆ เองก็ต้องมีความรับผิดชอบที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน" เขากล่าวเสริม
โทมัส ดิแนนโน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายควบคุมอาวุธ ได้นำเสนอแผนใหม่ต่อที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการลดอาวุธ โดยกล่าวหาว่า "สนธิสัญญา New START" ที่หมดอายุลงเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 นั้น มีข้อบกพร่องพื้นฐาน
"การละเมิดสนธิสัญญาของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง, การสะสมอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลกที่เพิ่มมากขึ้น และข้อบกพร่องในการออกแบบและการบังคับใช้สนธิสัญญา New START ทำให้สหรัฐอเมริกามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียกร้องให้มีโครงสร้างสนธิสัญญาใหม่ที่จัดการกับภัยคุกคามในปัจจุบัน ไม่ใช่ภัยคุกคามในอดีต" เขากล่าวในการประชุมสหประชาชาติที่เจนีวา
การหมดอายุของสนธิสัญญา New START ซึ่งจำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ที่ประจำการของสหรัฐอเมริกาและรัสเซียไว้ที่ 1,550 หัวรบ ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ไม่มีสนธิสัญญาใดที่จะจำกัดการประจำการของอาวุธทำลายล้างมากที่สุดของโลก ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหม่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ไม่ยอมรับข้อเสนอจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่จะคงข้อจำกัดของ New START ไว้เป็นเวลาอีกหนึ่งปี และกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่าต้องการสนธิสัญญาใหม่ที่ดีขึ้นและทันสมัยขึ้น
รูบิโอ กล่าวว่า "สหรัฐอเมริกาจะขอเจรจาจากจุดยืนที่แข็งแกร่ง รัสเซียและจีนไม่ควรคาดหวังว่าสหรัฐฯ จะนิ่งเฉยในขณะที่พวกเขายั้งคิดและขยายกำลังนิวเคลียร์ของตน"
"เราจะรักษาระบบป้องปรามทางนิวเคลียร์ที่แข็งแกร่ง, น่าเชื่อถือ และทันสมัยไว้ แต่เราจะทำเช่นนั้นไปพร้อมกับการแสวงหาทุกวิถีทางเพื่อตอบสนองความปรารถนาอย่างแท้จริงของประธานาธิบดีที่ต้องการให้โลกมีอาวุธร้ายแรงเหล่านี้น้อยลง" เขากล่าวเสริม
ทรัมป์เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่าเขาต้องการเริ่มการทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ แม้ว่าจะไม่มีการดำเนินการใดๆ ตามมา
รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวหาจีนว่าใช้ประโยชน์จากข้อจำกัดทางกฎหมายระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย เพื่อเริ่มขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์ในอัตราที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยยืนยันว่าจีนกำลังอยู่ในเส้นทางที่จะมีหัวรบนิวเคลียร์มากกว่า 1,000 หัวภายในปี 2030
"ในขณะที่เรานั่งอยู่ที่นี่ในวันนี้ คลังอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดของจีนไม่มีขีดจำกัด, ไม่มีความโปร่งใส, ไม่มีคำประกาศ และไม่มีมาตรการควบคุม" ดิแนนโนกล่าวหา
ทั้งนี้ รัสเซียและสหรัฐอเมริการ่วมกันควบคุมหัวรบนิวเคลียร์มากกว่า 80% ของโลก
แต่คลังอาวุธนิวเคลียร์ของจีนกำลังเติบโตเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 100 หัวรบใหม่ต่อปีตั้งแต่ปี 2023 ตามรายงานของสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม
เสิ่น เจียน เอกอัครราชทูตจีนประจำรัสเซีย ย้ำจุดยืนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลปักกิ่งโดยยืนยันต่อคณะกรรมาธิการด้านการลดอาวุธว่า "ศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของจีนยังห่างไกลจากระดับของสหรัฐฯ หรือรัสเซีย และจีนจะไม่เข้าร่วมการเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์ในขั้นตอนนี้"
เขายืนยันว่า "รัฐที่มีคลังอาวุธนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดควรดำเนินการตามความรับผิดชอบพิเศษและหลักของตนในการลดอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป"
ขณะที่รัสเซียซึ่งถือว่าตนเองไม่ผูกพันกับข้อจำกัดของสนธิสัญญานิวสตาร์ทอีกต่อไป ยืนยันว่าการเจรจานิวเคลียร์ครั้งใหม่ใด ๆ ควรมีรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์อื่น ๆ เช่น ฝรั่งเศสและอังกฤษเข้าร่วมด้วย
เดวิด ไรลีย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษ ดูเหมือนจะปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว และยืนยันว่า "สหราชอาณาจักรต้องรักษาระบบป้องปรามทางนิวเคลียร์ที่น่าเชื่อถือขั้นต่ำ และการเจรจาควบคุมอาวุธควรเน้นไปที่ประเทศที่มีคลังอาวุธนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุด ได้แก่ จีน, รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา"
ขณะเดียวกัน แอนน์ ลาซาร์-ซูรี เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสกล่าวว่า รัฐบาลปารีสเชื่อว่ามาตรการที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของการใช้อาวุธนิวเคลียร์ควรเป็นเป้าหมายของทุกประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์
การสิ้นสุดของสนธิสัญญา New START ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหม่
ฌานน์ ชาฮีน วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตอาวุโสในคณะกรรมการความสัมพันธ์ต่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐฯ กล่าวว่า "การปล่อยให้ New START หมดอายุโดยไม่มีข้อตกลงสืบทอด หมายความว่าเราจะสูญเสียกลไกควบคุมสุดท้ายที่เหลืออยู่สำหรับกำลังนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ของรัสเซีย"
ด้านทรัมป์วิจารณ์ว่า "การเจรจาตอนทำ New START นั้นไม่ดีพอ และถูกละเมิดอย่างร้ายแรง"
ในปี 2023 รัสเซียปฏิเสธการให้ตรวจสอบสถานที่เก็บนิวเคลียร์ของตนภายใต้สนธิสัญญาดังกล่าว เนื่องจากเกิดความตึงเครียดสูงขึ้นกับสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการรุกรานยูเครน
แต่ทรัมป์ได้กลับมาเจรจาทางการทูตกับรัสเซียของปูตินอีกครั้ง และทั้งสองประเทศประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่าจะกลับมาเจรจาทางทหารโดยตรงเพื่อป้องกันวิกฤตการณ์ใดๆในอนาคต.

