ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

แต่ถ้าย้อนกลับไปดูต้นตอจริงๆ คนที่จุดประเด็น ความไม่สมเหตุสมผล “เริ่มพูดก่อน” ต้องยกให้ "สส.แนน" อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ 3 สมัย พรรคภูมิใจไทย ที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมากลางสภาตั้งแต่สมัยที่แล้ว

ทั้งนี้ ช่วงปลายปี 2568 เจ้าตัวลุกขึ้นเสนอแบบตรงไปตรงมากลางที่ประชุม "…ถ้าอยากยกระดับนักการเมือง ก็ต้องเริ่มจากวินัยพื้นฐาน ขาด ลา มาสาย ควรถูกตัดเงินจริงเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป" และประเด็นที่สะดุดหูที่สุดคือ "งดงบอาหาร สส." ในวันประชุม เพราะเงินเดือนและสวัสดิการก็มีอยู่แล้ว

ตอนนั้นหลายคนฟังแล้วเหมือนโยนหินลงน้ำ เงียบๆ ยังไม่เห็นแรงกระเพื่อมชัดเจน แต่ใครจะคิดว่าเสียงเล็กๆ วันนั้นจะค่อยๆ ขยายวงในวันนี้

พอ "หมอวรงค์" หยิบเรื่องนี้มาพูดซ้ำ กระแสสังคมก็เริ่มขยับ คนเห็นด้วยมากขึ้น เสียงสนับสนุนเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้ ไอเดียที่เคยเป็น "เสียงเล็กๆ"  เริ่มกลายเป็น "แนวปฏิบัติจริง" เมื่อพรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทย มีมติให้ สส.ทั้ง 192 คนควักเงินดูแลค่าอาหารตัวเองระหว่างประชุม และไม่ติดขัดหากจะยกเลิกแบบถาวร เช่นเดียวกับพรรคการเมืองอื่นๆ ก็เห็นพ้องต้องกัน

โฆษกพรรค ภท.ย้ำชัดว่า เรื่องนี้เคยมีการพูดคุยกันมาก่อนแล้ว และคนที่เสนอไว้ตั้งแต่แรกก็คือ "สส.แนน"  แห่งศรีสะเกษ นั่นเอง

ล่าสุด “สส.อาสพลธ์” ยังออกมาโพสต์ย้ำแนวคิดเดิมว่า แม้เวลาทำงานในสภาจะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ความรับผิดชอบนั้นใหญ่ การใช้งบทุกบาทต้องคุ้มค่า และทุกการตัดสินใจต้องมองไปถึงอนาคตของประเทศ

ฟังดูเป็นเรื่องจริงจัง…แต่ก็มีมุมชวนอมยิ้มอยู่ไม่น้อย เพราะเรื่องใกล้ตัวอย่าง "ข้าวฟรีของ สส." กลับกลายเป็นสัญญาณสำคัญว่า นักการเมืองไทยเริ่ม "เกรงใจภาษีประชาชน" มากขึ้น

 จากที่เริ่มพูดคนเดียว วันนี้เริ่มมีคนเดินตามเป็นแถว และถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป “งบข้าว สส.ฟรี” อาจไม่ใช่แค่เรื่องที่ถูกตั้งคำถามอีกต่อไป… แต่อาจกลายเป็น “ตำนาน” ของสภา ที่กล้าตัดสิทธิประโยชน์ของตัวเองเพราะฟังเสียงชาวบ้าน.

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผิดพลาดกันได้

หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3

แม่บ้านเท่านั้นที่รู้

กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172

‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’

บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่

‘แม่กอดก่อน’

เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ

ครบเครื่อง

ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ

พปชร.เด็กดี

ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง