
โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า นักบินชาวอเมริกันคนที่สองที่เครื่องบินตกในอิหร่านได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพสหรัฐฯ แล้ว และ “ปลอดภัยดี”
“เราช่วยเขาออกมาได้แล้ว! เพื่อนชาวอเมริกันทั้งหลาย ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ ได้ดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือที่กล้าหาญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่นักบินผู้ยอดเยี่ยมของเราคนหนึ่ง ซึ่งเป็นพันเอกที่ได้รับความเคารพอย่างสูง และผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะรายงานว่าขณะนี้เขาปลอดภัยดีแล้ว” ทรัมป์เขียนบนแพลตฟอร์มโซเชียลของเขา
กองกำลังอิหร่านและสหรัฐฯ ต่างเร่งค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือของเครื่องบินรบสหรัฐฯ ลำแรกที่ตกในอิหร่านนับตั้งแต่เริ่มสงคราม
ก่อนนี้เตหะรานกล่าวว่าตนยิงเครื่องบินรบ F-15 ตก ขณะที่สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ช่วยเหลือลูกเรือได้ 1 คนจากทั้งหมด 2 คน ส่วนอีกคนยังคงหายสาบสูญ
กองทัพอิหร่านยังกล่าวอีกว่าได้ยิงเครื่องบินโจมตีภาคพื้นดิน A-10 ของสหรัฐฯ ตกในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่สื่อสหรัฐฯ รายงานว่านักบินได้รับการช่วยเหลือแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“APRIL SEX” ของทรัมป์
“แก้วสรร อติโพธิ” นักวิชาการอิสระ ชำแหละ “APRIL SEX” ของทรัมป์ ประเมิน 2 แนวทางจุดจบ ชี้โลกใหม่ ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ กระตุกรัฐบาลใหม่กางแผนรับมือ
วงแตก! ผู้เชี่ยวชาญการตลาดดิจิทัล ชี้ยุโรปปฏิเสธร่วมรบ สหรัฐฯตกที่นั่งลำบากหลัง F-15 ร่วง
การที่ NATO ลอยแพ สหรัฐฯ รอบนี้ จะเป็นจุดจบของยุค มหาอำนาจเดี่ยว และก้าวเข้าสู่ยุคที่จีน-รัสเซียเป็นผู้นำแทนหรือไม่? หรือจะทำให้ Trump ตัดสินใจจัดหนัก
คลิปหลุด! 'ทรัมป์' ทำสงครามจะเอาน้ำมันอิหร่าน ทุ่มงบฯจนไม่เหลือเงินดูแลเด็กและเฮลท์แคร์ ถ้าเป็น 'กษัตริย์' จบไปแล้ว
สยามทาวน์ยูเอส สื่อภาษาไทยในลอสแอนเจลิส รายงานว่าทำเนียบขาวพลาดใหญ่หลวง อัปโหลดคลิปคำปราศรัยของทรัมป์กับ “คนวงใน” ในงานเลี้ยงที่ไม่ให้สื่อเข้าร่วม เห็นภาพ “วิกฤตภายใน” จากน้ำมือทรัมป์ชัดเจน
อิหร่านเย้ย‘ทรัมป์’เหน็บสหรัฐ
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กองกำลังอิหร่านและสหรัฐต่างเร่งช่วยเหลือลูกเรือของเครื่องบินรบสหรัฐลำแรกที่ตกในอิหร่านนับตั้งแต่เริ่มสงคราม เตหะรานกล่าวว่าตนยิงเครื่องบินรบ F-15 ตก ขณะที่สื่อสหรัฐรายงานว่าหน่วยรบพิเศษของสหรัฐช่วยเหลือลูกเรือได้ 1 คน จากทั้งหมด 2 คน ส่วนอีกคนยังคงหายสาบสูญ
ผู้ขับขี่รถยนต์ในยุโรปต่างตกใจกับราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ทั่วทวีปยุโรปนับตั้งแต่เริ่มสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพึ่งพาพลังงานนำเข้าของทวีปนี้ และความสำคัญที่ยังคงมีอยู่ของดีเซลในตลาดรถยนต์

